เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

ตรวจแถว “ดูอิ้ง บิสซิเนส” ดึงลงทุนไทย

21 ส.ค. 2560 | 15:02น.

เป้าหมายของรัฐบาลพยายามมุ่งให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะการจูงใจให้ทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย พยายามลดความเสี่ยงให้เหนือกว่าคู่แข่งในอาเซียน จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงระบบโครงสร้างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการทำธุรกิจ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อบรรลุความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ หรือดูอิ้ง บิสซิเนส (Doing Business) ของประเทศไทยให้ดีขึ้น

ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (บยศ.) หรือมินิคาบิเนต ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัด วันสต๊อปเซอร์วิสŽ รวบรวมการบริการทั้งหมด ณ จุดเดียว

จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งศูนย์ประสานธุรกิจ หรือ ดูอิ้ง บิสซิเนส พอร์ทัลŽ

เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ศูนย์ประสานธุรกิจถูกวางเป้าหมายให้สามารถพลิกโฉมงานบริการภาคธุรกิจในยุค 4.0 ไว้คู่กันคือ ให้สามารถติดต่อราชการได้แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียว โดยส่งข้อมูลและเอกสารประกอบเพียงชุดเดียวในรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องวิ่งติดต่อราชการทั่วเมืองเหมือนปัจจุบัน ประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย สะดวกสบาย และผิดพลาดได้น้อยที่สุด

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการลดขั้นตอนและปรับโครงสร้างระบบที่ธุรกิจหนึ่งรายต้องยื่นขอในการประกอบธุรกิจว่า ที่ผ่านมากว่าจะได้ทำธุรกิจหนึ่งต้องมีการติดตามหน่วยราชการหรือยื่นขอใบอนุญาตกว่า 20 แห่ง

ตอนนี้การทำงานของกระทรวงพาณิชย์แยกเป็น 2 ส่วน คือ หน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดูแลในเรื่องการยื่นจดทะเบียนธุรกิจ การขึ้นทะเบียนพาณิชย์ ก็มีการลดขั้นตอนและเวลา เปิดให้ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการจดทะเบียนนิติบุคคล อยู่ที่ใดของประเทศก็ทำได้ ทำให้จากเคยรอเวลาพิจารณาตามขั้นตอนเป็นเดือนก็เหลือไม่กี่วัน

อีกส่วนคือหน่วยงานภายนอกกระทรวงพาณิชย์ ก็เตรียมเชื่อมโยงข้อมูลด้านต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง ดูแลในเรื่องระบบบัญชี กรมสรรพากร ดูแลในเรื่องการยื่นเสียภาษีว่าจะเชื่อมระบบข้อมูลให้สามารถใช้บริการที่เดียวกัน มีความคืบหน้าไปมาก และจะรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ทั้งนี้ ตามโครงสร้างการติดต่อราชการเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ แยกเป็น 4 ส่วนหลักคือ เริ่มต้นธุรกิจ รับสิทธิประโยชน์การลงทุน ขออนุญาตก่อสร้าง และขอใบอนุญาตเฉพาะกิจการ ส่วนใหญ่ได้ทยอยปรับปรุงและเริ่มใช้บริการแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ส่วนที่คืบหน้าแล้ว เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพิสูจน์ตัวตนแบบออนไลน์ ยกเลิกข้อกำหนดให้บริษัทต้องส่งข้อบังคับในการทำงานให้แก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น

ส่วนกระทรวงการคลังระบุว่า มีเรื่องต้องดำเนินการคือการจัดทำระบบภาษีให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการดำเนินธุรกิจและการค้า เช่น กรมสรรพากร ต้องจัดทำในเรื่องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล การใช้เงินสกุลอื่นในการคำนวณภาษีเงินได้ ในส่วนของกรมศุลกากร ต้องจัดทำการเชื่อมโยงใบกำกับขนย้ายสินค้าและแบบขอนำเข้าตู้สินค้าขาออกผ่านเข้าเขตศุลกากร ผ่านระบบกลาง (National Single Window-NWS) การลดขั้นตอนนำเข้าสินค้าให้เร็วขึ้น ปรับกระบวนการตรวจปล่อยสินค้าขาเข้าให้เร็วขึ้น การถ่ายลำขนส่งต่อเนื่องในระบบอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเริ่มให้มีการชำระภาษีอากร และรายได้อื่นๆ ผ่านระบบอีเพย์เมนต์ รวมถึงเชื่อมระบบภาษีของกรมสรรพากรและกรมศุลกากรให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

ในเรื่องนี้เริ่มดำเนินการมาแล้วหลายปีและมีแผนทำต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบทั้งหมดสามารถเปลี่ยนถ่ายเป็นอิเล็กทรอนิกส์

ในปีนี้สิ่งที่จะแล้วเสร็จและเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องคืออากรแสตมป์ ใช้สำหรับภาคธุรกิจทั้งใช้สำหรับการมอบอำนาจ สำหรับการซื้อขายสินค้าและบริการ และในแบบฟอร์มต่างๆ เกี่ยวข้องกับการภาคธุรกิจ จะสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการลดลง เพราะไม่ต้องให้พนักงานวิ่งมาซื้ออากรแสตมป์ที่กรมสรรพากรอีกต่อไป

โดยอากรแสตมป์ดังกล่าวมีมูลค่าปีละประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนของกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของธุรกิจต่างชาติในประเทศไทย จะถูกรวบรวมเข้ามาอยู่ใน ดูอิ้ง บิสซิเนส พอร์ทัลŽ เช่นกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนที่หิ้วกระเป๋าเข้ามาลงทุนในไทย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์ เศรษฐกิจ