นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงกรณีประเทศไทยจะเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หรือที่อาจรู้จักกันในชื่อ TPP-11 ซึ่งในขณะนี้มีสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, แคนาดา, นิวซีแลนด์, ชิลี, เปรู, เม็กซิโก, ญี่ปุ่น, บรูไน, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และเวียดนาม
ทั้งนี้ หากประเทศไทยสามารถเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ได้ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็มีแนวคิดที่จะตั้ง “กองทุน CPTPP” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ-ผู้ส่งออกที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วมสมาชิก CPTPP ในลักษณะเดียวกันกับกองทุน FTA นั้น ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป “เห็นด้วยกับแนวคิดนี้และพร้อมจะสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่” นายวิศิษฐ์กล่าว
“เราพร้อมจะเข้าร่วมเสนอแนวคิดการจัดตั้งกองทุนนี้กับภาครัฐ เพราะเห็นถึงความสำคัญเมื่อผู้ส่งได้รับผลกระทบด้านการแข่งขัน-การส่งออกจากเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ก็สามารถเข้ามาขอใช้เงินในกองทุน CPTPP นำมาพัฒนาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อส่งออกและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ โดยผู้ส่งออกจะต้องรวมตัวกันภายใต้สมาคมต่าง ๆ ในการเข้าขอความสนับสนุน แต่ผู้ส่งออกเองก็ต้องให้ความสำคัญและเข้าไปใช้ประโยชน์ เพราะจากที่ผ่านมายังให้ความสนใจน้อยเห็นได้จากการใช้เงินกองทุน FTA” นายวิศิษฐ์กล่าว
ด้านอุตสาหกรรมอาหารต่อจากนี้ก็จะต้องทำการศึกษาโอกาสและผลกระทบสำหรับการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารภายใต้ข้อตกลง CPTPP หากประเทศไทยเข้าร่วมข้อตกลงฉบับนี้ โดยกองทุน CPTPP ก็จะเป็นกลไกหนึ่งในการลดอุปสรรคการส่งออกได้ในอนาคต แต่โอกาสที่จะเห็นในการขยายโอกาสในการเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ก็คือ ตลาดแคนาดาและเม็กซิโกซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการเจรจาข้อตกลงการค้ากับ 2 ประเทศนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกอาหารยังจะใช้โอกาสในการเข้าเป็นสมาชิกขยายตลาดไปยังอเมริกาใต้อีกด้วย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่ากรมกำลังจะเสนอให้มีการจัดตั้ง “กองทุน CPTPP” ในรูปแบบจะคล้ายกับ “กองทุนFTA” เพราะกองทุนมีความจำเป็น เนื่องจากข้อตกลง CPTPP ในอนาคตจะไม่ได้มีแค่ 11 ประเทศ แต่จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น หลังจากที่เปิดรับสมาชิกใหม่ ซึ่งไทยก็ต้องเตรียมความพร้อมมากขึ้น
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

