Skip to content

นิชคาร์เข็นแบรนด์รูฟเสริมทัพ ทุ่มยกระดับเซอร์วิสสร้างความมั่นใจลูกค้า

20 ธ.ค. 2561 | 13:37น.
นิชคาร์เข็นแบรนด์รูฟเสริมทัพ ทุ่มยกระดับเซอร์วิสสร้างความมั่นใจลูกค้า
“นิชคาร์” เสริมทัพดึง “รูฟ” ทำตลาดเพิ่มอีกแบรนด์ กรุยทางสร้างความมั่นใจลูกค้า ลั่นปีนี้ขาย “แมคลาเรน” ตามเป้า 24 คัน

นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการบริษัท นิชคาร์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม บริษัทจะเร่งมือกลับมาทำตลาดกลุ่มรถทั้ง 5 แบรนด์ที่อยู่ในความดูแล ทั้งแมคลาเรน,ปากานี, โลตัส, โคนิกเซกก์ และล่าสุดยังได้ขยายแบรนด์ “รูฟ” เพิ่มเติม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายมาแล้ว2 ปี แต่ไม่ได้มีการสื่อสารและทำตลาดประกอบกับช่วงที่ผ่านมาไม่มีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด แต่ยืนยันว่าในปี 2562 น่าจะนำแบรนด์รูฟ รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ ให้คึกคักมากขึ้น

“เรามั่นใจบ้านเรามีลูกค้ารูฟอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่อมีรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทแม่จะผลิตรถรูฟ ไม่เกิน 200 คันต่อปี แต่สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญตอนนี้คือเดินหน้าลงทุนศูนย์บริการหลังการขายสำหรับรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ มูลค่า 20 ล้านบาท โดยจะใช้พื้นที่ของโชว์รูมนิชคาร์ มอเตอร์เวย์

เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถรองรับรถซูเปอร์คาร์เข้าใช้บริการได้ 80 คันต่อเดือน โดยช่วงแรกคาดว่าจะรับได้ที่ 40-50 คันต่อเดือนก่อน โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของบุคลากร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ อาคารสถานที่ โดยมีการส่งพนักงานช่างไปอบรมและเทรนงาน เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้กลางปี 2562 อย่างแน่นอน”

นายวิทวัสกล่าวต่อไปถึงแบรนด์แมคลาเรนว่า บริษัทเพิ่งแนะนำแมคลาเรน 600 แอลที ครั้งแรกในประเทศไทย ในมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าค่อนข้างมาก โดยบริษัทได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 6 คันเท่านั้น ด้วยราคาเริ่มต้น 24.7 ล้านบาท

“ตอนนี้ความมั่นใจของลูกค้าต่อนิชคาร์นั้นถือว่าดีมาก ๆ เนื่องจากเราอยู่ในตลาดตรงนี้มากว่า 20 ปี เรารู้จักกลุ่มลูกค้าของเราเป็นอย่างดีว่ามีความต้องการอะไรบ้าง และมีความหลากหลายเช่นไร อย่างศูนย์เซอร์วิสที่เราลงทุนไปนั้นก็เพื่อต้องการตอบโจทย์ของลูกค้า ที่อยู่ในกลุ่มนิชมาร์เก็ตในกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน”

ส่วนการแข่งขันในตลาดรถซูเปอร์คาร์นั้นกรรมการผู้จัดการเชื่อว่าจะยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบรรยากาศโดยรวมของสภาพเศรษฐกิจ การเมืองในประเทศไทยเริ่มมีทิศทางที่สดใสและชัดเจน กลุ่มลูกค้าในระดับบนมีกำลังในการจับจ่ายมากขึ้น

สำหรับบริษัทในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมามียอดขายแมคลาเรนไปแล้วถึง 19 คัน และเหลือเป้าหมายอีกเพียง 6 คันนั้น ไม่น่าจะเกินความสามารถอย่างแน่นอนส่วนปีหน้าคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 10% จาก 24 คันจากแบรนด์แมคลาเรน ส่วนแบรนด์รูฟนั้นต้องดูโควตาที่บริษัทแม่จะจัดสรรให้ในอนาคต ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ นั้นยังไม่มีรถรุ่นใหม่ ๆ ให้ทำตลาด และถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มมาก ๆ ด้วย

“วันนี้ถ้าใครเข้ามาถามผมว่า แบรนด์รถซูเปอร์คาร์เหลือกี่ยี่ห้อ ผมบอกได้เลยว่าวันนี้มีเพียงแมคลาเรนเพียงยี่ห้อเดียวที่ยังคงความเป็นซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการผลิต อะไหล่ แบรนด์ ทุกอย่างต้องมีความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ เหมือนที่ซีอีโอแมคลาเรนบอกว่า ถ้าเราอยากกินสปาเกตตีก็ต้องเดินเข้าร้านสปาเกตตี แต่ถ้าอยากขับซูเปอร์คาร์ก็ต้องเดินมาหาแมคลารน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นิชคาร์ รถยนต์