เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
News น้ำท่วมทำผู้ประกอบการ 4,216 ราย เสียหายเกือบ 150 ล้านบาท เตรียมพักหนี้ให้ 1 ปี
นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
Politics นายกฯ ชี้นครสวรรค์ยังน่าห่วง เตือนฝนหนัก 4-10 ต.ค. ย้ำพร้อมเยียวยาเต็มที่
สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
Economic สทนช.เร่งพร่องน้ำรับฝน 4-7 ต.ค. ทุ่งเจ้าพระยารับน้ำแล้ว 69%
SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
Business SEALECT ดึง “Butterbear” เจาะแฟนด้อม ทุ่มงบกว่า 10 ล้าน ดันยอดขาย-ฐานลูกค้าโต 13%
ดูทั้งหมด

“พายุปาบึก” ฟาดหางเศรษฐกิจใต้ เขย่าธุรกิจท่องเที่ยว 8 แสนล้าน

07 ม.ค. 2562 | 02:00น.
พายุโซนร้อนปาบึกเขย่าซ้ำเศรษฐกิจใต้ หวั่นท่องเที่ยวอ่าวไทย-อันดามัน 8 แสนล้านสะเทือน รัฐผนึกเอกชนรับมือ สั่งเช็กลิสต์รายชื่อนักท่องเที่ยวเพิ่มความปลอดภัย โรงแรมเปิดทางเลื่อนเวลา-ยกเลิกจองห้องพัก เกษตร-ประมง-แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติโดนหางเลข ททท.ชี้กระทบอุตฯท่องเที่ยวระยะสั้น เล็งปรับแผนการตลาดปลุกมู้ดรับตรุษจีน-วาเลนไทน์

แม้ภาครัฐจะส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า พร้อมเร่งอพยพและตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อรับมือพายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด รวมทั้ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี โดยเวลา 12.45 น. วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา พายุปาบึกได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณ อ.ปากพนัง ก่อนเคลื่อนไปยัง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร แต่อิทธิพลของพายุทำให้สภาพภูมิอากาศในภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตกอยู่ในสภาพท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรงกระจายในวงกว้าง

เบื้องต้นแม้ความเสียหายยังเกิดขึ้นไม่รุนแรง แต่ส่งผลกระทบด้านจิตวิทยาทำให้ประชาชน ธุรกิจการค้าในพื้นที่มีความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน ขณะเดียวกันก็น่าห่วงแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 2 ฝั่งทะเลภาคใต้จะเสียหาย หรือได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะหากเป็นอย่างนั้นจะกระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว ภาคการประมง สวนยาง สวนปาล์ม ฯลฯ ด้วย

กระทบท่องเที่ยวระยะสั้น

แหล่งข่าวระดับสูงในธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าพายุปาบึกจะสร้างความเสียหายให้แหล่งท่องเที่ยวหลักในพื้นที่ภาคใต้มากน้อยแค่ไหน แต่เบื้องต้นนักท่องเที่ยวหลายพื้นที่ได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักจำนวนหนึ่งแล้ว อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน (สุราษฎร์ธานี) รวมถึงกระบี่, ภูเก็ต, พังงา ฯลฯ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยมาก ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้กรณีสนามบินบางแห่งประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว สายการบินหลายแห่งหยุดทำการบิน ก็ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดการชะงัก แต่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความ

เสียหายได้ ขณะที่ทุกภาคส่วนมุ่งไปที่การบริหารจัดการนักท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยเป็นหลัก

สอดรับกับที่นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า จากการติดตามประเมินสถานการณ์ ณ วันที่ 4 ม.ค. คาดว่าจะกระทบบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวระยะสั้น ๆ 1 สัปดาห์ (นับตั้งแต่ 2-3 ม.ค.)

ททท.เตรียมเขย่าแผนการตลาด

นายนพดลกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมานายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ได้มอบนโยบายให้ทีมทำงานดูเรื่องการส่งเสริมการตลาดให้มีความต่อเนื่อง หลังคลื่นลมสงบ ททท.อาจต้องปรับแผนส่งเสริมการตลาดในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ใหม่อีกรอบ ให้เกิดบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน วาเลนไทน์นี้

หวั่นกระทบเที่ยวใต้ 8 แสนล้าน

นายนิธิ สีแพร ผู้อำนวยการภาคใต้ ททท. กล่าวเสริมว่า ปกติในช่วงเวลานี้เป็นฤดูการท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน เหตุการณ์ครั้งนี้ส่วนใหญ่กระทบการท่องเที่ยวในโซนอ่าวไทย จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคใต้มากนัก

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้จะไม่สร้างความเสียหายต่อแหล่งท่องเที่ยวมากนัก

“ปกติภาคใต้เป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้จากภาคท่องเที่ยวสูงมาก โดยในปี 2561 ที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวของภาคใต้มีมูลค่าราว 8 แสนล้านบาท เติบโตราว 13-14%” นายนิธิกล่าว

ทั้งนี้ จากรายงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาคใต้มีมูลค่ารวม 6.92 แสนล้านบาท ขยายตัว 16.95% และปี 2560 มีมูลค่ารวมที่ 7.81 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.8% ส่วนปี 2561 ที่ผ่านมาขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อมูล

สทท.-ส.โรงแรมยันไม่เลวร้าย

นายสุรวัช อัครวรมาศ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สทท.คาดการณ์ว่าเหตุการณ์ภัยธรรมชาติครั้งนี้จะไม่สร้างความเสียหายต่ออุตฯท่องเที่ยวไทยมากนัก เพราะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้น ๆ ที่น่าวิตกคือ การบริหารจัดการนักท่องเที่ยวที่ยังอยู่ในพื้นที่ซึ่งอยู่ในรัศมีของพายุให้มีความปลอดภัยมากกว่า โดย สทท.มอนิเตอร์เหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นน้อยที่สุด

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานยกเลิกการจองห้องพักจากโรงแรม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงโฟกัสเรื่องแผนการตั้งรับและให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

สมุยคาดเสียหาย 100 ล้าน

นายวรสิทธิ์ ผ่องคำพันธุ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เบื้องต้นนี้นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอในพื้นที่ และภาคเอกชนท่องเที่ยวมุ่งเน้นบริหารจัดการนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ในพื้นที่อีกกว่า 20,000 คน สำหรับความเสียหายในภาพรวมต่อเศรษฐกิจเบื้องต้นช่วง 3-4 วันแรก ภาคท่องเที่ยวของเกาะสมุยได้รับความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทต่อวัน (เฉพาะโรงแรม ที่พัก) รวม 3-4 วัน กว่า 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทางภาคเอกชนได้เตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟูหลังพายุสงบในทุกช่องทางเช่นกัน เพื่อให้บรรยากาศการท่องเที่ยวของเกาะสมุยกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ล่าสุดทางสายการบิน

บางกอกแอร์เวย์สได้เจรจากับกรมการบินพลเรือน ขออนุญาตทำการบินเข้าออกเส้นทางกรุงเทพฯ-สมุย ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนเกาะและอยากออกจากเกาะ และนักท่องเที่ยวที่ค้างอยู่ที่กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และมีความประสงค์จะไปท่องเที่ยวที่สมุยด้วย

โรงแรมให้เลื่อนจอง-ยกเลิกห้อง

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลาไม่ได้รับผลกระทบ เพราะนักท่องเที่ยวได้ทยอยเดินทางกลับประเทศตั้งแต่ 1 ม.ค. 62 เนื่องจากเป็นกลุ่มครอบครัวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่เดินทางมาท่องที่ยวในช่วงเวลาที่บุตรปิดภาคการศึกษา ตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.-ธ.ค. เปิดภาคการศึกษาแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค. 2562

ขณะที่ น.ส.ลัดดาวัลย์ ช่วยชาติ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้แหล่งท่องเที่ยวยังไม่กระทบมากนัก จึงยังไม่มีการอพยพนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่เสี่ยง เช่น อ.ขนอม อ.สิชล อ.คีรีวง เป็นต้น แต่มีการเช็กลิสต์รายชื่อท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรมตลอดเวลา และงดกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนยอดจองเข้าพักโรงแรมล่วงหน้าจะไม่ตั้งรับรอให้นักท่องเที่ยวโทรมา แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวแต่ละรายได้โทรศัพท์ประสานไปที่ลูกค้าให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน ไม่ต้องเข้ามา หรือสามารถยกเลิกการจองได้ และต้องดูสถานการณ์วันต่อวัน

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ สภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ดูจากสถานการณ์แล้วแม้ผลกระทบไม่หนักหนามาก แต่ค่อนข้างรุนแรง ในส่วนธุรกิจท่องเที่ยวนั้นผู้ประกอบการได้ติดต่อขอเลื่อนและยกเลิกการจองกับทางนักท่องเที่ยวแล้ว เนื่องจากคำเตือนห้ามนำเรือออกจากฝั่ง เป็นการยกเลิกการจองและคืนเงินเฉพาะช่วง 3-5 ม.ค. 2562 เฉพาะในส่วนที่เดินทางออกทะเลและเสี่ยงพายุ ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าใจ ไม่มีการร้องเรียนหรือมีปัญหา

นักท่องเที่ยวตกค้างสมุย 70%

นางศุภกาญจน์ ยอดฉุน ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี รวมถึงรอบสนามบินสุราษฎร์ธานีมีห้องพักมากกว่า 3,500 ห้อง เพียงพอต่อการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาจากเกาะได้ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะเปลี่ยนเดสติเนชั่น โดยเดินทางต่อไปที่ภูเก็ตและกระบี่ เพื่อเดินทางกลับโดยสายการบิน

จากการสอบถามผู้ประกอบการโรงแรม 20 แห่ง พบว่านักท่องเที่ยวกว่า 70% ยังอยู่บนเกาะท่องเที่ยวพักผ่อนตามปกติ เหตุการณ์น่าจะเกิดและกระทบช่วงสั้น ๆ 1-2 สัปดาห์ วันที่ 10-11 ม.ค.น่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

“เกาะพะงัน” ยุโรปยังเพียบ

นางกนกวรรณ เจริญวรรณ เจ้าของพาลิต้า ลอดจ์ หาดริ้น เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่รีสอร์ตซึ่งตั้งอยู่ติดริมทะเลยังมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเหลืออยู่พอสมควร จากก่อนหน้านี้เยอะมาก จึงสูญเสียรายได้จำนวนมาก เพราะปกติช่วงเดือน ม.ค.ยังถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของเกาะพะงัน นอกจากนี้คลื่นสูง 4-5 เมตร และลมแรง อาจกระทบต่อสิ่งก่อสร้าง ต้องใช้เวลาปรับปรุงซ่อมแซม

หวั่นนาข้าว-ประมงสูญ 3 พัน ล.

นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดปัตตานีและนายกสมาคมอวนล้อมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พายุปาบึกกระทบภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส อ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูงถึง 3-5 เมตร เรือเล็กต้องงดออกจากฝั่ง ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะเรือประมงขนาด 30 ตันขึ้นไปสูญเสียรายได้จากที่ไม่สามารถออกเรือได้เฉลี่ย 50,000 บาท/ลำ/ วัน จากจำนวน 5,000 ลำ คาดว่าจะเสียหาย

250 ล้านบาท/วัน โดยประมาณ 5 วัน กว่า 1,200 ล้านบาท

นายศักดิ์สิทธิ์ โอวรารินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สันทัดและบุตร จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือขนส่งภายในประเทศ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจเดินเรือได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งเรือขนส่งบรรทุกสินค้า เรือท่องเที่ยว และเรือโดยสาร เนื่องจากเรือที่รับคลื่นความสูงได้ไม่เกิน 4-5 เมตรต้องหยุดทั้งหมด เช่น เรือเร็ว เรือนอน เรือเฟอร์รี่ เรือขนส่งบรรทุกสินค้าภายในประเทศขนาดความยาว 8 เมตร เป็นต้น ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจคาดว่าภาคใต้ทุกจังหวัด ภาคเรือขนส่งมียอดความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท

ด้านนายสุทธิพร กาฬสุวรรณ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวและชาวนาภาคใต้และอุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ความเสียหายสูงสุดที่เป็นไปได้ แบ่งเป็นนาข้าว 500,000 ไร่ ปริมาณ 350,000 ตัน รวม 2,000 ล้านบาท สวนปาล์มน้ำมันอีก 300,000 ไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เช่น ลุ่มน้ำปากพนัง อ.เชียรใหญ่ ปากพนัง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ไปถึง อ.ระโนด จ.สงขลา

GISTDA ชี้ปาบึกลูกสุดท้ายปี”61 

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พายุโซนร้อนปาบึกน่าจะเป็นลูกสุดท้ายในฤดูกาลพายุปี 2561 (เดือน พ.ค.61-ม.ค. 62) หากประเมินจากสถิติพายุในภูมิภาคตามวงรอบทำให้มั่นใจว่าโอกาสที่จะมีพายุลักษณะนี้อีกมีน้อยมาก หรือประมาณไม่ถึง 5%

หวั่นชายฝั่งอ่าวไทยเสียหาย

นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกจะส่งผลให้ชุมชนชายฝั่งริมทะเลอ่าวไทยตั้งแต่มาเลเซียขึ้นมา จ.นราธิวาส ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร จะเกิดความเสียหายมาก

พาณิชย์ว้ากกักตุนสินค้า 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงประสบเหตุพายุโซนร้อนปาบึก ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน พร้อมทั้งประสานไปยังผู้ผลิตให้กระจายสินค้าให้กับพื้นที่ประสบภัย เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์พบว่ามีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น โดยเฉพาะตามเกาะจากปัญหาการขนส่งจึงเกิดการกักตุน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีปัญหา

บงกชเหนือ-ใต้ หยุดชั่วคราว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ระงับการผลิตของแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติบงกชเหนือ และแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติบงกชใต้ไว้ชั่วคราว และดำเนินการส่งพนักงานทั้งหมดกลับขึ้นฝั่ง เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นว่าตำแหน่งที่ตั้งของแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุปาบึก

เตรียม 400 ล้านซ่อมถนน

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง และนายพิศักดิ์ จิตวิระยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมกับเส้นทางเลี่ยงหากมีถนนในบางเส้นทางถูกตัดขาด แต่ยังไม่สามารถประเมินว่าถนนในภาคใต้จะเสียหายจากพายุปาบึกมากน้อยแค่ไหน แต่มีงบฯโครงการภัยพิบัติดึงนำมาใช้ซ่อมแซมได้ใน 7 วัน โดยกรมทางหลวงมีงบฯ 200-300 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 100 ล้านบาท หากเกินสามารถของบฯกลางจากรัฐบาลเพิ่มเติมได้