ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 15 มกราคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/1) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (14/1) ที่ระดับ 31.97/31.99 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องของพรรครีพับลิกัน ที่ต้องการให้รัฐบาลยุติภาวะการปิดหน่วยงานบางส่วนหรือชัตดาวน์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเจรจากับพรรคเดโมแครตในประเด็นด้านความมั่นคงชายแดน หลังจากที่หน่วยงานรัฐบาลกลางราว 1 ใน 4 ต้องปิดตัวลงชั่วคราว เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม จากการที่สภาคองเกรสไม่ผ่านความเห็นชอบต่อร่างงบประมาณสร้างกำแพงบริเวณชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก มูลค่า 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ประธานาธิบดีเสนอ ทำให้ขณะนี้ ภาวะการชัตดาวน์ได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 24 แล้ว ทำสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ผลพวงดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐหลายแสนคน ทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน และเกิดการประท้วงขึ้นในรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นตามแรงซื้อที่เข้ามาของผู้นำเข้า โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.83-31.91 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/1) ที่ระดับ 1.1486/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (14/1) ที่ระดับ 1.1455/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโร ยังคงถูกกดดันจากความเสี่ยงกรณี Brexit โดยในวันนี้ (15/1) เวลา 20.00-21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้ามืดวันพุธ (16/1) เวลา 03.00-04.00 น. ตามเวลาในไทย รัฐสภาอังกฤษจะทำการลงมติต่อร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษ ออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าว นับเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่สุดของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งต้องการผลักดันให้ร่างข้อตกลงดังกล่าวผ่านการอนุมัติในรัฐสภาให้ได้ หลังจากที่ได้เลื่อนการลงมติมาแล้วจากเดิมที่กำหนดในวันที่ 11 ธันวาคม ปีก่อน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากสำนักข่าว BBC คาดการณ์ว่าร่างดังกล่าวจะถูกคว่ำในสภา ซึ่งจะส่งผลให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น เช่น การลาออกจากตำแหน่งของนางเมย์, การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, รัฐบาลประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หรือการจัดการลงประชามติรอบ 2 ส่งผลให้กระบวนการ Brexit ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ในขณะที่กำหนดแยกตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 29 มีนาคมนี้ สำหรับระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1424-1.1490 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1432/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/1) ที่ระดับ 108.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (14/1) ที่ 108.11/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนได้เทขายสินทรัพย์ปลอดภัยและหันเข้าไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยงแทน จากภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ที่มีแนวโน้มคลี่คลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม จากสภาความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งในสหรัฐและยุโรป (Brexit) ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างสกุลเงินเยน มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นในอนาคต สำหรับระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.15-108.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.60/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธันวาคมของสหรัฐ (15/1) รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book (17/1) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมกราคม จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (18/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.40/-2.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.5/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ