กรมปศุสัตว์ตรวจพบโรคอหิวาต์หมูใน’ซาลามี่-ไส้กรอก’จากนักท่องเที่ยวจีน ถก ATTA ขอความร่วมมือช่วยประชาสัมพันธ์ พร้อมเข้มงวดทุกด่านกักกัน
น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2561ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ โดยด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ได้ตรวจยึดซาลามี่(ไส้กรอกแห้ง:dried sausage) และไส้กรอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่โดยสารเที่ยวบิน MU 573 จากเมืองเฉิงตู ซึ่งตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยสามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์จากสุกรที่มีการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้อฯ จากนักท่องเที่ยวได้ทั้งหมด 3 ครั้ง จำนวน 9 ตัวอย่าง
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาองค์การสุขภาพสัตว์โลก มีรายงานว่าพบการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ประเทศมองโกเลีย จึงทำให้ขณะนี้ในภูมิภาคเอเชียมีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเพิ่มขึ้นเป็น 2 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมองโกเลีย ทำให้ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียต้องเพิ่มการคุมเข้มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคนี้ให้มากขึ้น
สำหรับในประเทศไทยได้มีการป้องกันและเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างต่อเนื่อง โดยการบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ ด่านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด่านอาหารและยา ด่านศุลกากร รวมทั้งหน่วยงานปกครองและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อตรวจสอบเข้มงวดนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ รวมทั้งการป้องกันลักลอบเคลื่อนย้ายสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ท่าอากาศยานและตามแนวชายแดน ซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถตรวจจับผลิตภัณฑ์สุกรที่ลักลอบนำเข้ามาพร้อมนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโรคเข้าประเทศ กรมปศุสัตว์จึงได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมากกว่า 150 ราย เข้าร่วมประชุมเมื่อ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนทราบถึงมาตรการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย และขอความร่วมมือในการห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสุกรเข้าในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้สำแดงกรณีมีการนำเข้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง
“ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าการดำเนินงานที่เข้มงวดของปศุสัตว์จะสามารถการป้องกันโรคไม่ให้เข้ามาสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรของประเทศไทยได้”
ในส่วนเกษตรกรจะต้องมีการยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคเข้าสู่ฟาร์มตามมาตรฐานการผลิตที่ดี(GAP) และหากเป็นรายย่อยให้ใช้มาตรฐานการป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) โดยเฉพาะการตรวจสอบแหล่งที่มาของสุกรก่อนเข้าฟาร์ม และงดเว้นการนำอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 30 นาทีมาเลี้ยงสุกร นอกจากนี้ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบอาการป่วย อาทิ มีไข้สูง เบื่ออาหาร เป็นต้น รวมทั้งพบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที