เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธนชาตเปิดตัวซีอีโอคนใหม่ ยันควบรวมทีเอ็มบี ยังไร้ข้อสรุป

22 ม.ค. 2562 | 17:46น.

เปิดตัว “ประพันธ์” ซีอีโอแบงก์ธนชาตคนใหม่ กางแผนปี’62 โกยกำไรต่อเนื่องโต 7% ตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 7% ชูพอร์ตรถยนต์เป็นตัวหลัก โต 10% พร้อมดันเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น 80% ของพอร์ตรวม คุมเอ็นพีแอลไม่เกิน 2.3% ยันควบรวม “ทีเอ็มบี” ยังไร้ข้อสรุป

นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต กล่าวในงานเปิดตัวหลังเข้ามารับตำแหน่ง “CEO” ว่า ในปี 2562 นี้ ธนาคารมีนโยบายการทำงานที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (customer centric) และใช้การทำงานแบบ fast & focused คือตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามนั้น โดยกำหนดกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่ การปรับผังผู้บริหารและตั้งหน่วยงานใหม่ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล การลดกระบวนการทำงานแล้วหันมาใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น และการเพิ่มความรู้ให้พนักงาน สามารถเป็นที่ปรึกษาทางการเงินแก่ลูกค้าได้

ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายกำไรเติบโตจากปีก่อนอยู่ที่ 6-7% ในขณะที่สินเชื่อรวมคาดว่าจะเติบโต 7% โดยเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก ซึ่งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงเป็นตัวหลักของธนาคาร โดยคาดว่าจะเติบโต 10% ด้านสินเชื่อเอสเอ็มอีคาดว่าจะโตอยู่ที่ 4-5% เช่นเดียวกับสินเชื่อรายใหญ่

นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนจะปรับสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยให้เพิ่มเป็น 80% จากปัจจุบันที่อยู่ที่กว่า 70% รวมถึงเพิ่มสัดส่วนเงินฝากบัญชีกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 48% ไปสู่ 50% ในปีนี้ด้วย ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปีนี้จะรักษาระดับให้ไม่เกิน 2.3% และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่จะลดลงจากปีก่อนตามคุณภาพหนี้ที่ปรับดีขึ้น

“การควบคุมสินเชื่อแต่ละประเภทจะทำอย่างเหมาะสมและระมัดระวัง โดยนำระบบเครดิตสกอริ่งมาพิจารณาสินเชื่อและใช้ติดตามหนี้ด้วย นอกจากนี้ โมเดลของสินเชื่อรถยนต์ที่แยกออกมาทำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งหาลูกค้าใหม่และอนุมัติสินเชื่อจะถูกนำมาใช้ต่อยอดกับสินเชื่อประเภทอื่นด้วย” นายประพันธ์กล่าว
นายประพันธ์กล่าวอีกว่า เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคดิจิทัล ธนาคารก็ได้ปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยด้วย โดยนำเทคโนโลยีมาใช้กับสาขาธนาคารมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการปรับจำนวนสาขาให้เหมาะสมตามทำเลที่ตั้ง โดยหลังการปรับเปลี่ยนจะมีสาขาทั้งหมด 500 สาขา จากปัจจุบันอยู่ที่ 512 สาขา

ส่วนการควบรวมระหว่างธนาคารธนชาต (TCAB) และธนาคารทหารไทย (TMB) นายประพันธ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นที่ต้องคุยกันถึงประโยชน์ที่จะได้รับในกรณีมีการควบรวมกิจการ ซึ่งผู้ถือหุ้นไม่ได้มีกรอบเวลาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ทางธนาคารได้สื่อสารกับพนักงานไปแล้วว่า กำลังศึกษาควบรวมกิจการอยู่