เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ดูทั้งหมด

ธุรกิจลุ้นตัวโก่งรัฐบาลใหม่ กุมขมับ”นโยบายเปลี่ยน” จี้เร่งลงทุนเมกะโปรเจ็กต์

29 ม.ค. 2562 | 08:50น.
นักธุรกิจคาดผลการเลือกตั้งหลังรัฐบาลใหม่ ไฟต์บังคับต้องลงทุนเมกะโปรเจกต์-EEC ต่อเนื่อง ดันเศรษฐกิจประเทศโต คีรี-เจ้าพ่อรถไฟฟ้าพร้อมประมูลสู้ทุกโครงการ ซิโน-ไทยมั่นใจลงทุนไทย-ต่างชาติจะลงสนาม ค่ายสหพัฒน์ลุ้นรัฐบาลใหม่มีฝีมือดี บีกริมรับมือไหวอยู่ไทยมา 141 ปี สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดลุ้น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โตโยต้า-หวังสงบ ค่ายรถกุมขมับหวั่นนโยบายเปลี่ยน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ในวันที่ 24 มีนาคม คาดว่าจะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายใน 45 วัน คือประมาณปลายเดือนเมษายน และรับรองผลการเลือกตั้ง 95% ภายใน 9 พฤษภาคม จึงเป็นที่คาดหมายไทม์ไลน์การเลือกประธานรัฐสภา, เลือกนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ไว้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ดังนั้นหากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ในเดือนมิถุนายน ประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่บริหารประเทศ

 

BTSมั่นใจโครงการใหญ่เดินหน้า 

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง (BTS) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รัฐบาลปัจจุบันค่อนข้างให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่ง ไม่ว่ารถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง สนามบิน มอเตอร์เวย์ ก็หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศหลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลง จะเดินหน้าประมูลก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้ถูกต้องเสีย ต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

“ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ๆ จะได้รับการผลักดัน เพราะเป็นการลงทุนที่สำคัญของประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งบีทีเอสพร้อมจะลงประมูลทุกโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับอินฟราสตรักเจอร์ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าภูเก็ตและเชียงใหม่ ระบบเก็บเงินค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี และบางปะอิน-โคราช”

นายคีรีกล่าวอีกว่า สำหรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้งโครงการจะรวมถึงส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่บริษัทรับจ้างเดินให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และอยู่ระหว่างพิจารณาร่วมกันจะเก็บตามระยะทางในเบื้องต้น กทม.กำหนดอัตราสูงสุดไว้ไม่เกิน 65 บาท จากผลศึกษา 144 บาท หากรัฐบาลใหม่มองว่าเป็นอัตราที่แพงเกินไป ทางบริษัทก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อทำให้รถไฟฟ้าสายสีนี้ดีที่สุด

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น กล่าวว่า มั่นใจว่าการลงทุนของภาคเอกชนทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติจะมีการเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่การลงทุนของภาครัฐ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล แต่ก็เชื่อว่าการลงทุนของภาครัฐก็คงจะมีต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟฟ้า ทางคู่ หรือโครงการในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากประเทศยังต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมาก เพื่อรองรับกับการพัฒนาและการลงทุนของภาคเอกชนด้วย แม้ว่าช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอาจจะมีความล่าช้าของโครงการไปบ้าง แต่ไม่น่าจะมากนัก

 

สหพัฒน์ลุ้นฝีมือรัฐบาลใหม่

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ ฉายภาพกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วงก่อนการเลือกตั้งจะส่งผลให้เศรษฐกิจในระยะสั้นมีแนวโน้มดีขึ้น สังเกตได้จากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน

“ในช่วงหลังเลือกตั้ง หากได้รัฐบาลที่มีฝีมือเข้ามาบริหารงานก็จะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจของสหพัฒน์ขณะนี้ยังไม่มีแผนการลงทุนใหม่ ๆ คาดว่าจะต้องรอดูทิศทางของเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง ว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มรากหญ้ากลับมามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ และหากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว บริษัทก็จะเดินหน้าปรับแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาวต่อไป” นายบุญชัยกล่าว

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มซีโอแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล ในฐานะประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวดีขึ้น ประกอบกับมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลาย ๆ ด้านออกมา เมื่อรวมปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแล้วก็จะทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้จะโตได้อีก 3% จากตลาดค้าปลีกโดยรวมที่มีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกับบรรยากาศโดยรวมของประเทศจะดีขึ้น ทั้งในแง่ของความเชื่อมั่นและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค

ค่ายรถห่วงนโยบายไม่ต่อเนื่อง

นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และพร้อมจะสนับสนุนไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในฐานะนักลงทุนคาดหวังที่จะเห็นความสงบเรียบร้อย รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายที่ดี ๆ ต่อไปเช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากหอการค้าญี่ปุ่นกล่าวเสริมว่า สิ่งที่นักลงทุนกังวล นอกจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล ยังเป็นห่วงนโยบายใหม่ที่ออกมา ซึ่งรัฐบาลดำเนินการโดยที่ประชาชน นักธุรกิจ นักลงทุนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือถูกสอบถามความคิดเห็นก่อน

คาดได้รัฐบาลเสียงข้างน้อย 

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ในระยะสั้นเชื่อว่าปัจจัยการเลือกตั้งจะเป็นประเด็นที่หนุนเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามดูเศรษฐกิจในช่วงหลังเลือกตั้ง คาดว่าในปลายปีที่จะมีการเบิกจ่ายจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมาช่วยหนุนเศรษฐกิจได้

“จากกลไกการเลือกตั้งแบบใหม่ ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องการพรรคขนาดกลางเข้ามาร่วมด้วย เรามองว่าหากได้รัฐบาลที่มาจากขั้วอำนาจเดิม นโยบายต่าง ๆ ที่ดำเนินมาอาจสานต่อได้ง่าย แต่จะไม่มีการริเริ่มใหม่ ๆ ในทางกลับกัน หากได้รัฐบาลที่มาจากอีกขั้วอำนาจหนึ่ง อาจเห็นนโยบายใหม่ ๆ แต่เชื่อว่านโยบายเดิมที่รัฐบาลชุดปัจจุบันทำไว้ยังสามารถสานต่อผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่วางไว้” นายทิมกล่าว

ลุ้น ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ

ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังคงคาดการณ์ว่าจีดีพีไทยปี 2562 จะเติบโต 4.5% ทั้งนี้ ธนาคารอาจปรับลดคาการณ์ลง โดยคาดว่าจีดีพีจะสามารถเติบโตได้มากกว่า 4% แต่อาจไม่ถึง 4.5% ด้านการส่งออกประเมินว่าจะเติบโต 5% ลดลงจากยอดส่งออกปีที่แล้วที่ 6.7% เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันราคากับสินค้าส่งออกจากประเภทเพื่อนบ้านได้ ส่วนการลงทุนหากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งอาจส่งผลกระทบให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจมีการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยตามเพื่อระงับการไหลออกของเงิน

แบงก์เชื่อทุกขั้วสานต่อนโยบาย

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรีคอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งน่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย รัฐบาลที่ได้รับการเลือกไม่ว่าจะเปลี่ยนขั้วหรือไม่ ก็จะเดินหน้าสานต่อนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศและความเป็นอยู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา หรือคนที่มีปัญหาในด้านกำลังซื้อที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทุกพรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็คงมองเห็นปัญหาคล้ายกัน

ขณะที่นายเดนนิส ชอง บุน ลิม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยสามารถเติบโตได้ จะทำให้ดัชนี SET เพิ่มขึ้นภายในปีนี้ นอกจากนี้ปัญหาจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และ เบร็กซิตล้วนส่งผลกระทบต่อมูลค่าการส่งออกไทยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

เชียงใหม่หวังเดินหน้ารถไฟฟ้า

นายสมชาย ทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งรถโดยสารประจำทางสายเหนือ (กรีนบัส) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความมั่นใจเรื่องการลงทุนของภาคเอกชนจะมีมากขึ้น เพราะระบบการเมืองจะมีความชัดเจน และภาวะเศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่วงจรที่เป็นปกติ น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากพรรคการเมืองต่าง ๆ มีคนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาในสัดส่วนที่มากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีวิธีคิดใหม่ที่จะนำไปสู่เชิงนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากได้พรรคการเมืองที่มองประเด็นด้านสังคม ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น โดยใช้ระบบเศรษฐกิจเข้ามาสร้างรายได้ของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

“เมื่อมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น สิ่งที่คาดหวังอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาคือ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ต่อเนื่อง เพราะโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างเศรษฐกิจให้แข็งแรง เชียงใหม่ ต้องการให้รัฐบาลชัดเจนใน 2-3 ประเด็น คือ การสร้างสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2, โครงการขนส่งสาธารณะระบบหลักในรูปแบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ซึ่งอยากให้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 3 สาย (สายสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว) เพราะเมื่อรถไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างเต็มระบบ จะทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับ และอีกโครงการที่คาดหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ผลักดัน คือ โครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางและสร้างเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั้งภาคเหนือตอนบน

บีกริมมั่นใจอยู่ไทย 141 ปี

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บีกริมฯดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 141 ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองในหลายสถานการณ์ หลายรัฐบาลมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งไม่ได้ทำให้แผนการดำเนินงานในแต่ละปีเปลี่ยนไปจากที่วางไว้ ไม่ได้ต้องทุ่มเงินลงทุนมากขึ้น หรือชะลอลงหรือปรับแผนอะไร ยังคงมั่นใจในประเทศไทย

สำหรับแผนลงทุนในไทยปี 2562 จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 2 แห่ง ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้และที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีครึ่งจึงจะแล้วเสร็จ หากสำเร็จจะลดสัดส่วนการขายไฟให้การไฟฟ้าจาก 90% เหลือแค่ 30% เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขายไฟโดยตรงให้กับโรงงานในนิคมแทน และยังมีแผนขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่ม อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม 680 เมกะวัตต์ เม็ดเงินประมาณ 23,000 ล้านบาท ที่เกาหลีใต้เม็ดเงินกว่า 10,000 ล้านบาทลงทุนต่อที่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ลาว ลงทุนสายส่งที่ฟิลิปปินส์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซที่มาเลเซีย เป็นต้น

CPF ชี้สร้างบรรยากาศเศรษฐกิจ 

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ภาพการเมืองภายในประเทศเวลานี้รับว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนภายในประเทศเป็นอย่างมาก และเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนทุกรายต้องการที่มีผลต่อบรรยากาศของเศรษฐกิจภายในประเทศ

เดินหน้า 2 บิ๊กโปรเจ็กต์แฟชั่น

นายสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้เจมส์ จำกัด เป็นประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร ทางกลุ่มคลัสเตอร์แฟชั่นก็จะต้องเดินหน้าจัดกิจกรรมตามแผนที่ได้วางไว้ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง สเต็ปแรกจะมีการจัดงาน Amazing Thailand Brand And Made in Thailand at ICON Siam ขึ้นในวันที่ 12 ก.พ.นี้ ก็จะยังเดินหน้าต่อไป แต่มีการเลื่อนงานสเต็ปที่ 2 ซึ่งเป็นงานแฟชั่นโชว์รันเวย์ยาวที่สุด 8.9 กม.จากไอคอนสยามสู่สยามพารากอน ซึ่งเดิมกำหนดไว้วันที่ 23 มี.ค. 2562 ไปเป็นวันที่ 22 มิ.ย. 2562 เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดกิจกรรมสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว การส่งเสริมธุรกิจแฟชั่นของไทยควรเดินหน้าต่อ เพราะอุตสาหกรรมนี้สร้างรายได้ให้ประเทศคิดเป็นสัดส่วน 20% ของจีดีพี และมีการจ้างงานถึง 1 ล้านคน

คลิกอ่านเพิ่มเติม… ระวัง “เลือกตั้ง” ฉุด ศก. ??

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!