เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2562 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีรายละเอียดที่สำคัญ อาทิ
ข้อ 3 ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง “กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง” หมายความว่า กฎหมายว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา กฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และให้หมายความรวมถึงกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติด้วย
“พยาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และได้ให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญในการที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน ในการวินิจฉัยการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดนั้น ซึ่งคณะกรรมการได้มีมติกันไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อ 4 การกันบุคคลไว้เป็นพยานของคณะกรรมการให้กระทำได้ในขั้นตอนการสืบสวนการไต่สวน หรือการพิจารณาวินิจฉัย , ข้อ 5 บุคคลที่อาจถูกกันไว้เป็นพยานต้องมีลักษณะ ประกอบด้วย (1) มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง (2) ได้ให้ถ้อยคำ หรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์การกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดคนอื่นที่เป็นตัวการสำคัญ และสามารถที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัย การกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดนั้น (3) สมัครใจที่จะให้ถ้อยคำหรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลตาม (2) และรับรองว่าจะไปเบิกความเป็นพยานในชั้นศาลตามที่ให้ถ้อยคำ หรือแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลไว้ เป็นต้น