เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

อภ.-กรมการแพทย์แผนไทยฯ พร้อมแล้ว ผลิตกัญชารักษาผู้ป่วย รอแค่กม.บังคับใช้จริง!

15 ก.พ. 2562 | 17:37น.

ตามที่คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษมีมติเห็นชอบผ่านร่างอนุบัญญัติ  ที่จะออกมาล้อตาม ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ที่มีเรื่องเกี่ยวกับการคลายล็อกกัญชาทางการแพทย์ที่อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข และกฎกระทรวง 5 ฉบับ โดยที่ถูกจับตามองคือ ร่างประกาศกระทรวงเกี่ยวกับการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชา 3 กลุ่ม คือ 1.องค์กรวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบวิชาชีพ แพทย์แผนไทย 2. ผู้ป่วย และ 3.บุคคลอี่นๆ โดยต้องแจ้งภายใน 90 วันจะไม่ได้รับโทษ และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายใหม่ พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่ต้องกังวลว่า กัญชาจะไม่เพียงพอกับผู้ป่วย เพราะจำนวนอาจถูกยึดไปทำลาย เนื่องจากมีหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมผลิตเพื่อใช้ทางการแพทย์ทันทีที่กฎหมายประกาศใช้นั้น

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวว่า ในส่วนขององค์การเภสัชกรรม มีการเตรียมพร้อม และวางกรอบการทำงานชัดเจนเพื่อรองรับหากร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ที่คลายล็อกกัญชาประกาศใช้ รวมทั้งร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับนิโทษการครอบครองก็เช่นกัน เนื่องจากทาง อภ.ได้มีการประสานกับทาง อย.มาตลอดในเรื่องของการขออนุญาตปลูก และผลิตสารสกัดจากกัญชาในรูปของน้ำมันกัญชา โดยจะผลิตออกเป็นน้ำมันกัญชา เบื้องต้นวางแผนเตรียมปลูกกัญชาครั้งแรกประมาณช่วงวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2562 ที่โรงงานผลิตยารังสิต จ.ปทุมธานี โดยจะปลูกกัญชาบนชั้นดาดฟ้าของอาคารเป็นระดับกึ่งอุตสาหกรรม ใช้เวลาปลูกจนได้ผลผลิตและสกัดเป็นน้ำมันกัญชาล็อตแรก 2,500 ขวด ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ก่อนจะขยายต่อไป แต่ก็ต้องดูตามปริมาณความต้องการด้วย ซึ่งทาง อภ.เตรียมพร้อมทำเป็นระดับโรงงานอุตสาหกรรมที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ซึ่งระดับนั้นจะใช้งบสูงประมาณ 3,000 ล้านบาท

“ตอนนี้ยังไม่รู้ความต้องการจริงๆ แต่ในต่างประเทศเริ่มแรกก็จะยังไม่มาก แต่จะมีการประเมินและติดตามผล ซึ่งของไทยก็ต้องทำเช่นนั้น ยกตัวอย่าง ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มแรก 6.5 ต่อแสนประชากร ต่อมา 13 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 25 ต่อแสนประชากร ดังนั้น หากประเทศไทยเริ่มที่ 10 ต่อแสนประชากร ก็อาจอยู่ที่ 6,500 คน แต่หากเป็น 25 ต่อแสนประชากรของไทยก็อาจเพิ่มประมาณแสนกว่าคน แต่ตัวเลขจริงๆยังไม่ทราบ ก็จะอยู่ที่การติดตามตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่ง อย.ก็จะต้องมาดูที่ความต้องการ ซึ่งจะมีการประเมินกัน เช่น มะเร็งระยะสุดท้ายปีหนึ่งประมาณ 6 หมื่นคน ผู้ป่วยพาร์กินสันอีกเป็นแสนคน หากดูลักษณะนี้ก็ประมาณความต้องการได้ ” นพ.โสภณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การผลิตน้ำมันกัญชาจะต้องรองรับผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า หากรวม 4 กลุ่มโรคก็เป็นแสนคน แต่อาจไม่ถึง 3 แสนคน ซึ่งก็ต้องมาคำนวณอีก เพราะอย่างกลุ่มที่ใช้ใต้ดินน่าจะประมาณเป็นหมื่นๆคน ตรงนี้ต้องรอการติดตามและประเมิน แต่ในส่วนของอภ.ก็จะสามารถผลิตได้ เพียงแต่ อภ.แห่งเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ทราบว่า มีหน่วยงานรัฐร่วมมือกันในเรื่องการผลิตกัญชาเพื่อทางการแพทย์อื่นๆ อีกเช่นกัน อย่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกก็มีความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน และเชื่อว่าจะมีหน่วยงานอื่นๆ มาขอด้วยเช่นกัน อย่างวิสาหกิจชุมชน ซึ่งซัพพลายจะตามดีมานแน่นอน ทุกอย่างจะเป็นไปตามกลไกตลาดที่ต้องมีการควบคุมการใช้

เมื่อถามว่า นอกจาก อภ.จะผลิตน้ำมันกัญชาออกมาล็อตแรกแล้ว จะมีขั้นตอนในการผลิตเพิ่มอย่างไร นพ.โสภณ กล่าวว่า โดยปกติการปลูกใช้เวลา 3 เดือน ใน 1 ปีจะผลิตได้ 3-4 รอบในพื้นที่ 100 ตารางเมตร จากนี้ก็จะต้องมีการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งได้เตรียมอาคารสถานที่ใช้งบประมาณ 120 ล้านบาท ซึ่งสเกลต่อไปจะเป็นระดับอุตสาหกรรมที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ก็จะเป็นขั้นต่อไป โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ทาง อภ.ไปศึกษาความเป็นไปได้ ใช้งบ 3 พันล้านบาท คาดว่า หากกฎหมายผ่านก็จะเริ่มได้ในช่วงกลางปี 2563

ด้านนพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนแพทย์แผนไทย ว่า กรมฯ ได้ร่วมมือกับทางศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค เตรียมพร้อมในการปลูกกัญชา รวมทั้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสานด้วย ซึ่งทั้งหมดได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว และได้รับการอนุญาตจากที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะปลูก 100 กิโลกรัมแบบสด และเมื่อปลูกได้ก็จะนำผลผลิตมาจัดทำต่อโดยกองพัฒนายาไทยและสมุนไพร ของทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ ซึ่งจะผลิตออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นผลิตภัณฑ์ และอีกส่วนเป็นเครื่องยาผสมกัญชากลาง

นพ.มรุต กล่าวว่า โดยผลิตภัณฑ์ที่จะผลิตออกมาจะเป็น 2 ตัว คือ ตำรับยาสนั่นไตรภพ เป็นน้ำมันกัญชา และผสมกับสมุนไพรอื่นๆอีก 31 ตัว นำมาใช้ช่วยในเรื่องอาการท้องอืด มะเร็งตับ ใช้ได้ทั้งนวดและกิน และอีกตัวเป็นสูตรยาไทยที่ผสมกัญชาใช้ในทาริดสีดวงทวาร และใช้ในเรื่องโรคผิวหนัง ส่วนเครื่องยาผสมกัญชากลางจะทำออกมาเป็น 3 ชุด คือ 1.ช่อดอกกัญชาแห้งต่อพริกไทยล่อน 2.ใบกัญชาต่อพริกไทยล่อนอีก และ3.ก้านกัญชาต่อบอระเพ็ด โดยทั้งหมดจะจัดส่งให้กับโรงพยาบาลที่มีการแจ้งไว้ ซึ่งทั้งหมดจะต้องอยู่ในระบบ และจะเริ่มผลิตออกมาใช้ได้ช่วงเดือนกรกฎาคม ในข้อแม้ว่า ร่างกฎหมายใหญ่ต้องผ่านและบังคับใช้แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้เราต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชา