“บงกช บวรฤกษ์” นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) เตรียมเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทวงมาตรการแก้ไขกฎเกณฑ์โครงสร้างภาษีตัวแทนประกันชีวิตก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ หลังยื่นเสนอมา 2 ปีไม่คืบ
นางบงกช บวรฤกษ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แผนผลักดันแก้ไขเรื่องกฎเกณฑ์โครงสร้างภาษีตัวแทนประกันชีวิต ยังค้างอยู่ที่คณะอนุกรรมการปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากรในคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมีนายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ นั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณา ดูท่าทีไม่น่าจะเสร็จทันรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งทางบอร์ดบริหารสมาคมได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติจะยื่นเรื่องเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องนี้อีกครั้ง คาดว่าจะเข้าพบก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้
“จริงๆ เราดำเนินการเรื่องนี้มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งครั้งแรกที่เราเข้าไปคุย รู้สึกมั่นใจมากว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะการขับเคลื่อนค่อนข้างไปได้อย่างสมูท แต่พอเข้ามาทำงานจริงๆ ปรากฏว่าค่อนข้างขับเคลื่อนช้ากว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งการเข้าพบครั้งนี้ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อผลักดันให้ส่งไม้ต่อรัฐบาลชุดใหม่” นางบงกชกล่าว และว่า
ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลเคยสอบถามว่าเป็นไปได้ไหม ถ้าจะให้อาชีพตัวแทนประกันชีวิตยื่นแบบรายได้อยู่ในมาตรา 40 (6) ซึ่งเป็นภาษีเงินได้จากอาชีพอิสระ ที่สามารถหักภาษีแบบเหมาได้ 60% หรือหักได้ตามจริง ซึ่งทางสมาคมฯเห็นว่าควรขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลเห็นสมควร เพียงแต่ทุกวันนี้อาชีพตัวแทนประกันชีวิตต้องยื่นแบบแสดงรายได้ตามมาตรา 40 (2) ซึ่งเป็นหมวดเดียวกับรายได้ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่ากับมนุษย์เงินเดือนตามมาตรา 40 (1) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้แค่ 40% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งที่อาชีพตัวแทนประกันชีวิตมีค่าใช้จ่ายในการทำงานค่อนข้างสูง แต่ไม่สามารถนำไปเบิกอะไรได้เลย ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ทางสมาคมฯได้มีการรวบรวมเอกสารและผลการวิจัยของค่าใช้จ่ายตัวแทน 1 คน ยื่นให้กับกรมสรรพากรและคณะทำงานการปฏิรูปกฎหมายไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลการจ่ายภาษีตัวแทนประกันชีวิตของประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฮ่องกง ไปเปรียบเทียบด้วย เนื่องจากในบางประเทศใช้วิธีการหักเหมาจ่าย 15% ของรายได้ทั้งหมด
โดยปัจจุบันนี้ตัวแทนประกันชีวิตในประเทศไทยถือว่าจ่ายภาษีสูงที่สุดอยู่ที่ 42% โดยตัวแทน 1 คน ต้องจ่ายภาษีอัตราสูงสุดที่ 35% แต่ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะมีภาระต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อีก 7% ซึ่งปัญหานี้ทำให้ตัวแทนประกันชีวิตไม่น้อยตัดสินใจออกจากธุรกิจ เพราะรายได้ที่ออกมาต้องจ่ายภาษีไปหมด ทำให้ตัวแทนไม่เติบโตในธุรกิจนี้สักที
“ขณะนี้เราได้ตั้งคณะทำงานด้านภาษี โดยทุกๆ 2 เดือนจะมีการประชุมหารือกัน ซึ่งมีทั้งอดีตนายกสมาคมตัวแทนฯ กูรูภาษี และฝ่ายกฎหมาย”
อย่างไรก็ดีคาดว่าภายในปี 2562 นี้ทางสมาคมจะขยายสมาชิกตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินเพิ่มเป็น 25,000 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 15,000 คน ซึ่งเชื่อว่าทำได้แน่นอน เพราะขณะนี้สมาคมฯ ได้จัดตั้งสมาคมตัวแทนต่างจังหวัดเกือบครบทุกจังหวัดแล้ว ขาดอยู่เพียง 7 จังหวัดเท่านั้นที่จะครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบปีนี้ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ทำหน้าที่ต่อใบอนุญาตตัวแทนครั้งที่ 4 ซึ่งทางสมาคมจัดทำตำราหลักสูตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
