เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“วิษณุ” ยอมรับ​ยังมีความไม่ชัดเจน “บิ๊กตู่” ดีเบตได้หรือไม่​ ชี้เป็นเรื่องดี​โยนกกต. ชี้ขาด​

25 ก.พ. 2562 | 15:05น.

“วิษณุ” รับ​ ยังมีความไม่ชัดเจน “บิ๊กตู่” ดีเบตได้หรือไม่​ ชี้ เป็นเรื่องดี​ “พลังประชารัฐ” โยน “กกต.” ชี้ขาด​ เตือน หลุดคำว่า “พลังประชารัฐ” จะอันตราย ยัน “คสช.” ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ​-ป.ป.ช.วินิจฉัย​แล้วว่าไม่ต้องยื่นบัญชี​ทรัพย์สิน​

เมื่อเวลา​ 11.30​ น.​ วันที่ 25 กุมภาพันธ์​ 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการร่วมเวทีดีเบตของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถทำได้หรือไม่​ ว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุจะสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือเป็นการดี เพราะมีความไม่ชัดเจนอยู่ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ต่างจากแคนดิเดตนายกฯของพรรคอื่นที่เป็นผู้สมัคร ตรงนั้นจะไม่มีปัญหา แต่คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค​ ไม่ได้เป็นผู้สมัคร อาจจะมีความหมิ่นเหม่อยู่ แต่ขณะนี้ตนไม่ทราบว่าพรรคพปชร.ถามไปหรือยัง และได้คำตอบแล้วหรือยัง ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าแคนดิเดตนายกฯ ควรร่วมดีเบตนั้นไม่มีใครสงสัย เพราะใครๆ ก็อยากดู อยากฟัง ตนก็อยากด้วย แต่ปัญหาคือมีข้อจำกัดสำหรับพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ และการที่พรรคพปชร.นำรูปพล.อ.ประยุทธ์ ไปขึ้นป้ายตามเวทีปราศรัย เพราะกกต.บอกว่าทำได้ หากไม่บอกมาเช่นนี้ ก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้า เช่นเดียวกับเรื่องดีเบต ถ้ากกต.บอกว่าได้ จะได้สบายใจ​ หากมีการฟ้องร้อง​ ตรงนี้จะช่วยได้เยอะ ทั้งนี้ หาก กกต.ตอบว่าได้แล้ว​ การจะไปหรือไม่อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์

“ที่กฎหมายระบุให้ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง คำว่าเป็นกลางมีความหมายว่าไม่ไปโน้มเอียงกับฝ่ายใด ถ้าดีเบตแล้วพูดนโยบายของตัวก็ถือว่าเป็นกลาง​ ซึ่งอาจจะคล้ายกับนโยบายพรรคอื่น เพียงแต่อย่าไปขานรับนโยบายพรรคไหนก็แล้วกัน จึงยากนิดหนึ่ง​สำหรับคนที่เป็นนายกฯอย่างพล.อ.ประยุทธ์ หากจะรับไปดีเบต แต่แคนดิเดตนายกฯจากพรรคอื่น​ ไม่ยุ่งยากในเรื่องนี้ เพราะไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ แต่พล.อ.ประยุทธ์ มีความจำเป็นต้องเป็นกลาง ดีเบตได้ เราก็อยากดู แล้วดีเบตอย่างไรให้เป็นกลาง​ ถ้าทำได้ก็โอเค ถ้าทำไม่ได้ก็เสี่ยง และถ้าไปพูดถึงนโยบายพรรคก็ถือว่าเอนเอียง แต่ถ้าตอบให้เป็นนโยบายตัวเอง​ ถ้าตอบเป็นมันทำได้” นายวิษณุ​กล่าว

เมื่อถามว่า หากสิ่งที่​ พล.อ.ประยุทธ์​พูดไปสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพปชร. นายวิษณุ กล่าวว่า​ ทำไมไม่คิดว่านโยบายพรรคพปชร.มาสอดคล้องกับรัฐบาล หากพูดเป็น​ มันไม่ขัดความเป็นกลางของข้าราชการ หากพูดไม่เป็น​ อันตราย​ และการดีเบตคือการตั้งคำถามเดียวกันให้ทุกคนตอบ บางคำถามเป็นคุณเป็นโทษ แต่บางคำถาม​ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบอย่างไรก็เสียเปรียบ ไม่ใช่ตอบไม่ได้​ แต่จะถลำไปในสิ่งที่ท่านไม่ควรพูด​ ส่วนจะพูดคำว่าประชารัฐนั้น​ พล.อ.ประยุทธ์พูดได้ แต่ถ้าจะพูดว่าพลังประชารัฐนั้นอันตราย

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีสถานะเป็นคนนอกพรรคพปชร. การไปร่วมดีเบต เข้าข่ายชี้นำพรรคหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็มีโอกาสที่เป็นอย่างนั้น ตนจึงเป็นห่วงว่าตอบเป็นหรือเปล่า​ ซึ่งหากกกต.บอกว่าทำได้​ จะได้หมดเรื่อง​ แต่การไปร่วมวงดีเบต​ ตนยังนึกไม่ออกว่าจะพูดนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์เอง​ หรือนโยบายของพรรค​ และโดยนิตินัย พฤตินัย หรืออะไรก็ตาม วันนี้เราพยายามไม่ให้สองอย่างเชื่อมโยงกัน ฉะนั้น เวลาพูดท่านอาจจะตอบในนโยบายของท่านเอง อยู่ที่เทคนิคของผู้ร่วมวงดีเบตที่จะทำให้เห็นว่าสิ่งที่พูดเป็นนโยบายตัวเอง​ นโยบายพรรค หรือนโยบายของหลายพรรค​ เมื่อถามว่า สถานะของผู้สมัครส.ส.กับแคนดิเดตนายกฯ เทียบเท่ากันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เทียบกันไม่ได้ มีความแตกต่างกันมาก

เมื่อถามถึงกรณีหนังสือกระทรวงมหาดไทยสอบถามกกต.ว่าผู้บริหารท้องถิ่นสามารถช่วยผู้สมัครส.ส.หาเสียงหลังเวลาราชการได้หรือไม่​ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อมีข้อสงสัย​ การสอบถามไปเป็นสิ่งที่ดี เพราะก่อนหน้านี้​ มหาดไทยเคยมีหนังสือเวียนว่าผู้บริหารและสมาชิกท้องถิ่นทำอะไรได้หรือไม่ได้ก่อนการประกาศใช้กฎหมายเลือกตั้ง แต่วันนี้เมื่อกฎหมายเลือกตั้งและพระราชกฤษฎีกา​(พ.ร.ฎ.)​เลือกตั้งออกมา​ จึงสอบถามไปอีกรอบ เพราะหนังสือเวียนครั้งแรกบอกว่าทำไม่ได้ แต่มหาดไทยมานึกว่าบางอย่างอาจทำได้​ จึงสอบถามกกต.ไป ที่ผ่านมามหาดไทย เคยถามกกต.ในส่วนสมาชิกท้องถิ่น​ ได้รับคำตอบว่าทำได้​ ครั้งนี้จึงถามในส่วนของผู้บริหารท้องถิ่น

เมื่อถามถึงคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคสช.จะถือว่าขัดต่อการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(15) หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หัวหน้าคสช.ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามนิยาม ม.98(15) ของรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ที่รับเงินเดือนของรัฐไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตราดังกล่าว และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยมีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2557 ว่าคสช.ไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เนื่องจากไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีสถานะเป็นองค์กรหนึ่งที่ตั้งขึ้นชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ

 

ที่มา:มติชนออนไลน์