เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
Automotive ฟอร์ด ลุยตลาดรถกระบะ Heavy Duty ส่ง เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ล ราคา 1.464 ล้านบาท อีกรุ่น
3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
World 3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์ ‘ออปโตเจเนติกส์’ เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
ประเสริฐ จ่อชงของบซ่อมโรงเรียน เสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
Politics ประเสริฐ จ่อชงของบซ่อมโรงเรียน เสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
Politics ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
Tech ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
“สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
Economic “สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
Politics พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
Economic จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
Economic คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
ดูทั้งหมด

“ยามาฮ่า” รุกรอบทิศ “แบรนด์-เซลแอนด์มาร์เก็ตติ้ง”

25 ก.พ. 2562 | 20:34น.
ถือเป็นผู้บริหารเลือดใหม่ที่ได้รับการโปรโมตให้ขึ้นมานั่งแท่นระดับแถวหน้าของค่าย “ไทยยามาฮ่า” หลังจากก่อนหน้านี้ได้บ่มเพาะฝีมือ ฝึกปรือวิทยายุทธ์จาก 2 ผู้บริหารระดับมือพระกาฬของแวดวงสองล้อบ้านเรา ทั้ง “ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์” และ “จินตนา อุดมทรัพย์” 

แน่นอนว่าฝีไม้ลายมือของรองประธานกรรมการบริหาร และในฐานะของผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ของ “พงศธร เอื้อมงคลชัย” นั้นต้องไม่ธรรมดา และความท้าทายบทใหม่ที่จะรุกคืบพา “ไทยยามาฮ่า” ก้าวไปข้างหน้า ด้วยนโยบายที่ชัดเจน… “ตรงไหนส่วนแบ่งตลาดของยามาฮ่าต่ำ จะต้องเข้าไปเพิ่มให้มากขึ้น” และการเดินหน้าชูนโยบายรุกงานหลังการขายต่อเนื่อง จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน

Q : ความท้าทายของปีนี้ 

สำหรับในปี 2562 นี้ ยามาฮ่าเราพร้อมจะเดินหน้ารุกตลาดไปใน 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ แบรนด์, การตลาดและการขาย ซึ่ง “แบรนด์” นั้น สิ่งที่ยามาฮ่าทำมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คือ การสื่อสาร และแสดงให้เห็นถึง “วิถีของยามาฮ่า” ด้วยหลักการสื่อสารที่เข้าใจได้ง่าย ชัดเจน มีความแตกต่าง และต้องการความผูกพันภายใต้สโลแกน “เร่งชีวิตให้เร้าใจ” RevsYour Heart ส่วน “การตลาด” ปัจจุบันยามาฮ่าเราแบ่งรถจักรยานยนต์ของเราออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มพรีเมี่ยมที่มีราคาจำหน่ายค่อนข้างสูง, ออโตเมติกเป็นกลุ่มรถที่มีความหลากหลายและมีความเป็นเทรนดี้ และโมเปด ซึ่งเป็นรถที่มีขนาดความต้องการของตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ ปีนี้ยามาฮ่าตั้งเป้าจะพยายามเพิ่มส่วนแบ่งของรถจักรยานยนต์ทุกกลุ่มให้เพิ่มขึ้น ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดหลากหลายรูปแบบและหลากหลายช่องทาง และ “การขาย” วันนี้เราทำการบ้านด้านการตลาดและการขายค่อนข้างหนัก ยามาฮ่าเรามองว่า ในพื้นใดที่เรามีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างต่ำ เราจะต้องพยายามเข้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการขายให้ได้มากขึ้น ปัจจุบันเรามีเอาต์เลต 600 แห่งทั่วประเทศ และมีดีลเลอร์อยู่ 300 ราย ซึ่งปีนี้มีแผนจะเพิ่มจำนวนเอาต์เลตอีก 20 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ในส่วนของโชว์รูมและศูนย์บริการบิ๊กไบก์ ยามาฮ่า ไรเดอร์ส คลับ ปัจจุบันมี 14 แห่ง และจะเพิ่มอีก 2 แห่งในปีนี้ด้วย

Q : แผนส่งรุ่นใหม่ทำตลาด

แน่นอนว่าปีนี้ ยามาฮ่าได้เตรียมอาวุธไว้ค่อนข้างครบมือ เราได้วางแผนด้านผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้จะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น และรถบิ๊กไบก์ 2 รุ่น เริ่มกันตั้งแต่ช่วงต้นปี กับตลาดใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง ตลาดรถครอบครัว หรือโมเปด ด้วยการส่งรถจักรยานยนต์รุ่นฟรีโก ซึ่งเป็นการนำเข้ามาจากอินโดนีเซีย และรุ่นคือ เอ็กซ์ไซเตอร์ 150 ที่นำเข้า

มาจากเวียดนาม ส่วนรถในกลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด ในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวแกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด และได้รับการตอบรับที่ดี และบริษัทก็มีแผนที่จะต่อยอดความสำเร็จตรงนี้ด้วย

Q : ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา

สำหรับปี 2561 ที่ผ่านมานั้น ยามาฮ่ามียอดขายที่ 269,986 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 15.1% ขณะที่ตลาดรวมมียอดขายที่ 1.79 ล้านคัน ลดลง 1% ทั้งนี้ เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว การลงทุนในเรื่องของระบบโครงสร้างพื้นฐานนั้นยังไม่เห็นเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าไปในระบบ รวมทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ดีเท่าที่ควร

ส่วนปีนี้ 2562 บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นในระดับ 285,000 คันเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 16.2% แบ่งออกเป็นยอดขายที่มาจากออโตเมติก 173,000 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 28%, ครอบครัว (โมเปด) 59,000 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 7% และสปอร์ต 53,000 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 24% ขณะที่ตลาดรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.76 ล้านคัน ลดลงจาก 1.79 ล้านคัน ทั้งนี้ เป็นผลจากเศรษฐกิจในภาพรวมที่ยังชะลอตัว หนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ดี ตลาดนี้ยังไม่อิ่มตัว และจะมีตลาดใหม่เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อการเชื่อมโยงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งด้วย

Q : ให้ความสำคัญเรื่องไหนเป็นพิเศษ

ยามาฮ่าเราเน้นเรื่องเซอร์วิสเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเราจะสร้างความพรีเมี่ยมของบริการหลังการขายให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และในช่วงกลางปีนี้ ยามาฮ่าจะเปิดศูนย์ “ยามาฮ่า พรีเมี่ยมเซอร์วิส” สาขาต้นแบบที่ศรีนครินทร์ หลังจากได้ลงทุนไปตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมากว่า 100 ล้านบาทแต่ต้องล่าช้ากว่าแผนงานเดิมที่ตั้งใจ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการออกแบบ โดยศูนย์นี้จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้วยการให้บริการขายยามาฮ่า และเป็นศูนย์เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ เพื่ออัพเดตความรู้ให้กับพนักงาน ทีมช่าง ทีมบริการและทีมขายของยามาฮ่า ให้มีความทันสมัยต่อเนื่องตลอดเวลา โดยศูนย์จะเปิดให้บริการกับลูกค้าทั่วไป แล้วยังถือเป็นศูนย์ต้นแบบ ที่จะเป็นพิมพ์เขียวให้ดีลเลอร์ทั่วประเทศได้นำไปพัฒนาและปรับปรุงงานหลังการขายของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น “อดีตการขายรถมอเตอร์ไซค์ รายได้หลักจะมาจากการเช่า-ซื้อที่ทำให้ดีลเลอร์มีกำไร แต่วันนี้ไม่ใช่ เรามองว่างานบริการหลังการขายต่างหากที่จะช่วยส่งเสริมให้ดีลเลอร์อยู่ได้ในธุรกิจ และนี้คือโมเดลที่

ยามาฮ่าจะต้องพิสูจน์”

Q : ต้องการพลิกโฉมงานด้านหลังการขาย

จริง ๆ แล้ว โมเดลจะคล้าย ๆ กับที่ยามาฮ่าเคยทำเมื่อหลายปีก่อน กับยามาฮ่า สแควร์ แต่สำหรับ “ยามาฮ่า พรีเมี่ยมเซอร์วิส” นี้ เราต้องการดึงลูกค้าให้กลับเข้ามาใช้บริการหลังการขายที่โชว์รูม เหมือนลูกค้ากลับเข้ามายังบ้านอีกหลัง เป็นคอมมิวนิตี้เล็ก ๆ เราจะมีทีมช่างคุณภาพ ทีมงานคุณภาพไว้คอยให้บริการ มีมุมนั่งเล่น มุมกาแฟ ไว้บริการลูกค้า สิ่งที่ยามาฮ่าต้องการ คือ

ไม่ใช่แค่การบริการหลังการขายเท่านั้น แต่ยามาฮ่าคาดหวังว่า เมื่อลูกค้าจะซื้อรถจักรยานยนต์คันที่ 2-3-4 หรือคันต่อไป ยามาฮ่าจะเข้าไปอยู่ในใจเบอร์หนึ่งที่ลูกค้านึกถึง

บริษัทตั้งเป้าหลังจากเดินหน้าพัฒนาศูนย์ “ยามาฮ่า พรีเมี่ยมเซอร์วิส” จะต้องดึงลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มจากเดิมในปี 2559 มีลูกค้ากลับเข้ามาใช้บริการหลังการขายเพียง 30% เท่านั้น และในปี 2561 ที่ผ่านมา จำนวน50% และอนาคตเราต้องการจะเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ให้มากขึ้น ยามาฮ่าพยายามตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพราะวันนี้ บีแฮฟบีเออร์ของลูกค้าเปลี่ยน สินค้ามีเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มขึ้นลูกค้าต้องการความมั่นใจในคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ ดังนั้น ยามาฮ่าจะต้องพยายามนำเสนอทั้ง 2 อย่าง ให้สอดคล้องและเหมาะสมมากที่สุด

ปีนี้บริษัทจะขยายยามาฮ่าพรีเมี่ยมเซอร์วิส ออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ 5 แห่ง และภายใน 3 ปี จะเพิ่มเป็น 20 แห่งทั่วประเทศให้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยามาฮ่า