3 นักวิทย์คว้า ‘รางวัลโนเบล 2026’ สาขาการแพทย์เบิกทางยุคใหม่ประสาทวิทยา
คณะกรรมการรางวัลโนเบลเปิดฉากสัปดาห์แห่งการประกาศรางวัลโนเบลประจำปี 2026 ประเดิมด้วยสาขาการแพทย์และสรีรวิทยา มอบให้แก่ 3 นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกเทคโนโลยี ‘ออปโตเจเนติกส์’ (Optogenetics) หรือการใช้แสงควบคุมและศึกษาการทำงานของเซลล์สมอง ได้รับการยกย่องว่าเป็นการวางรากฐานยุคใหม่แห่งวงการประสาทวิทยา พร้อมเปิดปฏิทินลุ้นรางวัลสาขาอื่นๆ ตลอดสัปดาห์ ขณะที่สปอตไลต์จับจ้อง ‘สาขาสันติภาพ’ หลังมีประเด็นข้อบังคับห้ามโอนย้ายเหรียญรางวัลจากเหตุการณ์ปีที่แล้ว
การเปิดฉากประกาศผลรางวัลโนเบลประจำปี 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
คณะกรรมการรางวัลโนเบลได้ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลกลุ่มแรกประจำปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมอบรางวัลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยาให้แก่ 3 นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งคณะกรรมการระบุว่านี่คือผลงานที่เป็น “การวางรากฐานยุคใหม่ให้กับวงการประสาทวิทยา”
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์แห่งการประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี เพื่อมอบให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นใน 6 สาขา ได้แก่ ฟิสิกส์, เคมี, การแพทย์หรือสรีรวิทยา, วรรณกรรม, สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์
คณะกรรมการจะทยอยเปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับรางวัลวันละหนึ่งสาขาในวันทำการ จนกว่าจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลคนสุดท้าย คณะกรรมการรางวัลโนเบล ได้ประกาศผลรางวัลแรกประจำสัปดาห์ ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยา (Physiology or Medicine) ตกเป็นของ 3 นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบและพัฒนาเทคนิคทางประสาทวิทยาครั้งสำคัญ
สำหรับผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปีนี้ ได้แก่ คาร์ล ไดเซอรอธ (Karl Deisseroth) ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, ปีเตอร์ เฮเกอมันน์ (Peter Hegemann) ศาสตราจารย์ด้านชีวฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮุมบ็อลท์แห่งเบอร์ลิน และ เกออร์ก นาเกิล (Georg Nagel) อาจารย์ด้านพฤกษศาสตร์สรีรวิทยาจากมหาวิทยาลัยวูร์ซบวร์ก ประเทศเยอรมนี
‘ออปโตเจเนติกส์’ ไขปริศนาสมอง รากฐานยุคใหม่ประสาทวิทยา
ผลงานสร้างชื่อของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคือการบุกเบิกเทคโนโลยี ‘ออปโตเจเนติกส์’ (Optogenetics) ซึ่งเป็นวิธีการใช้พลังงานแสงในการระบุและควบคุมการทำงานของเซลล์สมองอย่างแม่นยำ โดย เพอร์ สเวนนิงส์สัน (Per Svenningsson) ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาการแพทย์ ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยเปิดโอกาสให้มนุษย์สามารถทำแผนที่การทำงานของสมองในแบบที่อดีตเคยทำได้เพียงแค่นึกภาพฝันเอาเท่านั้น
คณะกรรมการระบุว่า การประยุกต์ใช้เทคนิคออปโตเจเนติกส์ของผู้ได้รับรางวัลจะช่วยให้นักวิจัยสามารถ ค้นพบได้อย่างแม่นยำว่า เซลล์ประสาทกลุ่มใดในมัดประสาทอันซับซ้อนที่เป็นตัวควบคุมฟังก์ชันสมองที่แตกต่างกัน เช่น ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด, พฤติกรรมทางสังคม, ความหิวและความกระหาย รวมไปถึงระบบการตอบสนองต่อรางวัลและการตั้งสมาธิ
นาเกล ให้สัมภาษณ์กับสถาบันโนเบลว่า เขารู้สึก “ประหลาดใจอย่างมาก” เมื่อทราบข่าว และมองว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะได้รับรางวัลสาขาการแพทย์จากงานวิจัยด้านออปโตเจเนติกส์” เนื่องจากเขาเชื่อว่าการค้นพบทางการแพทย์อื่นๆ ได้สร้างประโยชน์แก่ผู้คนในจำนวนที่มากกว่า ส่วน เฮเกอมันน์ กล่าวกับสถาบันว่า เขารู้สึก “ตื่นตันใจจนบอกไม่ถูก” เมื่อได้รับข่าว
ไดเซอรอธ ซึ่งกล่าวในทำนองเดียวกันว่าเขารู้สึก “ประหลาดใจพอสมควร” ที่ได้รับเกียรติยศนี้ เปิดเผยกับ Stanford Medicine ว่าเขา “มีความสุขอย่างยิ่ง” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า
“นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามคนที่คณะกรรมการคัดเลือก ครอบคลุมพัฒนาการตั้งแต่การสำรวจสาหร่ายในยุคแรกเริ่ม ไปจนถึงการทดลองทางประสาทวิทยาขั้นสูง”
“ดังนั้น รางวัลนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางทั้งหมดของการค้นพบอย่างแท้จริง” เขากล่าว
เช็กปฏิทินประกาศผล – คว้าเงินรางวัล 12 ล้านโครนาสวีเดน
การประกาศผลรางวัลโนเบลประจำปี 2569 จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ โดยคณะกรรมการจะทยอยเปิดเผยรายชื่อผู้ชนะวันละ 1 สาขาในวันทำการ ได้แก่
- วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยา (Physiology or Medicine)
- วันอังคารที่ 6 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ (Physics)
- วันพุธที่ 7 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาเคมี (Chemistry)
- วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม (Literature)
- วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (Peace)
- วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (Economic Sciences)
ผู้ได้รับรางวัลในแต่ละสาขาจะได้รับประกาศนียบัตร เหรียญรางวัลทองคำ และเงินรางวัลมูลค่า 12 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือคิดเป็นประมาณ 40 ล้านบาท ในพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในช่วงเดือนธันวาคมนี้
จับตา ‘โนเบลสันติภาพ’ ท่ามกลางกฎเหล็ก ‘ห้ามโอนย้ายเหรียญ’
อีกหนึ่งสาขาที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคือ ‘รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ’ ซึ่งในปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารอบจำนวน 287 ราย โดยความเคลื่อนไหวสำคัญสืบเนื่องมาจากปีที่แล้ว ซึ่งปีที่แล้วสำหรับสาขาสันติภาพ รางวัลนี้ตกเป็นของ มาเรีย โครินา มาชาโด (María Corina Machado) ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา จากผลงานการต่อสู้กับระบอบเผด็จการและส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศมายาวนานเกือบ 25 ปี

ทว่าหลังจากการบุกยึดอำนาจและขับไล่อดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร โดยกองทัพสหรัฐฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มาชาโดได้ตัดสินใจมอบเหรียญรางวัลโนเบลของเธอให้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลให้คณะกรรมการโนเบลต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมาว่า ผู้ได้รับรางวัลโนเบลไม่สามารถแบ่งปัน มอบต่อ หรือโอนย้ายสิทธิ์ในรางวัลให้แก่ผู้อื่นได้ โดยระบุว่า
“การตัดสินใจของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและมีผลบังคับใช้ตลอดไป”
สำหรับปี 2026 นี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าโอกาสที่ทรัมป์จะได้รับรางวัลดังกล่าวมีน้อยมาก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน