เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยหลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์โลก

01 มี.ค. 2562 | 19:13น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2562 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอีก 6 สกุลเงินในตลาดเปิดในวันจันทร์ (25/2) ที่ระดับ 95.824 อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/2) และมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 95.824-96.604 ระหว่างสัปดาห์ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันในช่วงต้นจากการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่แม้จะมีความคืบหน้าแต่ก็ยังคงหาข้อสรุปต่าง ๆ ที่ชัดเจนไม่ได้

นอกจากนั้นแล้วค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงคืนวันอังคาร (26/2) ซึ่งได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา โดยนายเจอโรมย้ำว่า เฟดจะใช้ความอดทนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการตัดสินใจด้านนโยบายอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดได้รับ พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง ซึ่งเฟดกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับนโยบายหากมีความจำเป็น

อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยจากความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในหลายประเทศที่อาจจะเกิดความวุ่นวายภายหลังจากที่กองทัพปากีสถานได้ยิงเครื่องบิน-องทัพอากาศอินเดียร่วงลง 2 ลำ บริเวณพื้นที่ความขัดแย้งในดินแดนแคชเมียร์และทำการจับกุมนักบินอินเดียไว้ 2 นาย รวมถึงการเจรจาหาแนวทางปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในการประชุมสอดยอดระหว่างสองผู้นำ “ทรัมป์-คิม” ที่เวียดนามที่ล่มไม่เป็นท่า หลังสหรัฐอเมริกาไม่ยอมรับเงื่อนไขของเกาหลีเหนือ ที่ขอให้ยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมด แลกกับการปิดศูนย์ทดลองนิวเคลียร์

สำหรับปัจจัยในประเทศไทยนั้น ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (25/2) ที่ระดับ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/2) ที่ระดับ 31.34/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะอ่อนค่าลงตลอดทั้งสัปดาห์ จากกระแสเงินทุนที่ไหลออกภายหลังจากที่ผิดหวังกับตัวเลขการขาดดุลการค้าในไทยที่มากขึ้นและการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี (28/2) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 2562 ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนจากอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่องในทุกหมวดการใช้จ่าย เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์และยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ในส่วนการใช้จ่ายภาครัฐกลับมาขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน สำหรับภาคการท่องเที่ยวขยายตัวชะลอลงเล็กน้อยตามจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นสำคัญ อีกทั้งในเดือนมกราคมยอดสินค้านำเข้ามีมูลค่าอยู่ที่ 19,337 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเปรียบเทียบรายปี อย่างไรก็ตามยอดสินค้าส่งออกมีมูลค่าอยู่ที่ 19,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงร้อยละ 4.7 เมื่อเปรียบเทียบรายปี และบัญชีเดินสะพัดในเดือนมกราคมมียอดเกินดุลอยู่ที่ 2,285 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.25-31.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปิดตลาดในวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 31.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (25/2) ที่ระดับ 1.1345/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/2) ที่ระดับ 1.1337/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยประเด็นสำคัญในทางฝัั่งยุโรปที่นักลงทุนให้ความสนใจยังคงอยู่ที่ข้อตกลงในการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป โดยล่าสุดในวันอังคาร (26/2) นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เปิดเผยว่า รัฐสภาอังกฤษมีโอกาสที่จะเลื่อนกำหนดวันสิ้นสุดที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หากรัฐสภาไม่สามารถอนุมัติข้อตกลงกับสหภาพยุโรปภายใน 12 มีนาคมนี้ ซึ่งสร้างความหวังให้กับนักลงทุนว่าข้อตกลงในการถอนตัวดังกล่าวน่าจะจบลงด้วยดี

นอกจากนั้นแล้วค่าเงินยูโรยังได้รับแรงหนุนหลังมีการเปิดเผยผลสำรวจของ Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี บ่งชี้ว่า กลุ่มผู้ผลิตของเยอรมนีคาดการณ์ว่า แนวโน้มของการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ จะปรับตัวขึ้นได้บ้าง โดยสถาบันวิจัยระบุว่า แนวโน้มมูลค่าการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ จะเพิ่มขึ้นแตะที่ระดับ 7.2 จุด จากระดับ 6.0 จุดในเดือนมกราคม ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาหก์ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1322-1.1420 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 1.1339/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (25/2) เปิดตลาดที่ระดับ 110.76/78 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (22/2) ที่ระดับ 110.88/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปรับตัวอ่อนค่าอีกครั้งตลอดทั้งสัปดาห์จากการกลับเข้าถือครองค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของนักลงทุนภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดโลก ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศนั้น ค่าเงินเยนได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นได้เปิดเผยรายงานเบื้องต้นในวันพฤหัสบดี (28/2) ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคมปรับตัวลงร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 3 จากความต้องการด้านการส่งออกซบเซา และส่งผลให้รัฐบาลปรับลดการประเมินการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนดังกล่าว

ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคมปรับตัวลงรุนแรงสุดในรอบ 1 ปีเมื่อเทียบเป็นรายเดือน เนื่องจากยอดส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังประเทศจีนทรุดตัวลง จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นจากประเทศอื่น ๆ ในเอเชียได้ชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยอดค้าปลีกญี่ปุ่นในเดือนมกราคมปรับตัวลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเปรียบเทียบรายเดือน มากกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงร้อยละ 0.8 ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.56-110.91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 111.83/87 เยน/ดอลลาร์สหรั