เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ข้อพิพาทการค้าจีน-สหรัฐ เริ่มเห็นสัญญาณคลี่คลาย สนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าขึ้น

05 มี.ค. 2562 | 18:35น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/3) ที่ระดับ 31.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 31.84/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

โดยล่าสุดทั้งสองประเทศได้เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน จะได้ร่วมลงนามอย่างเร็วที่สุด ภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ยังรายงานว่า สหรัฐอาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีนอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงการค้า โดยจีนเสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้าและผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน อาจไม่ได้นำมาซึ่งการยุติสงครามการค้าก็ตาม เนื่องจากนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐได้กล่าวกับสภาคองเกรสว่า ยังคงมีอีกหลายประเด็นในข้อตกลงที่สหรัฐ ต้องการทำให้มั่นใจว่า รัฐบาลจีนจะดำเนินการตามข้อผูกพันอย่างเคร่งครัด ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเตือนว่า ตนสามารถเดินออกจากการประชุมกับจีนได้ เหมือนกับที่เคยเดินออกจากการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือระหว่างการหารือข้อตกลงนิวเคลียร์ในเวียดนามด้วย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.80-31.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.80/31.81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (5/3) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1333/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 1.1342/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดจับตามองการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่มีแนวโน้มคงนโยบายการเงิน และอาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไป รวมถึงพิจารณาการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1310-1.1345 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1326/285 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (5/3) เปิดตลาดที่ระดับ 111.84/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 111.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาณบวกของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ทำให้นักลงทุนเทขายทรัพย์สินปลอดภัยอย่างเงินเยน ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.64-111.98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.97/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน ก.พ. จากมาร์กิต (5/3) ดัชนีภาคบริการเดือน ก.พ. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (5/3) ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ก.พ. จาก ADP (6/3) ดุลการค้าเดือน ธ.ค. (6/3) รายงานสรุปภาวะเศรษบกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) (7/3) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (7/3) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.พ. (8/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.25/-2.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.30/1.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ สงครามการค้า