Skip to content

ยูโรดิ่ง หลังอีซีบีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนปีนี้โตแค่ 1.1%

08 มี.ค. 2562 | 17:38น.
ยูโรดิ่ง หลังอีซีบีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจยูโรโซนปีนี้โตแค่ 1.1%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (4/3) 31.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 31.71/73 บาท-ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในต้นสัปดาห์ หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้มีรายงานข่าวว่า สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนนั้น มีโอกาสบรรลุข้อตกลงระหว่างกันในเร็ววันนี้ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ และนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน มีโอกาสร่วมลงนามในข้อตกลงภายในเดือนมีนาคมนี้ อีกทั้งได้มีรายงานว่า สหรัฐอาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปลายปี 2561 และสำหรับจีนได้เสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้าและผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน อาจไม่ได้นำมาซึ่งการยุติสงครามการค้าตามที่นักลงทุนคาดหวัง เนื่องจากนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐได้กล่าวกับสภาคองเกรสว่า ข้อตกลงทางการค้าดังกล่าวยังคงมีอีกหลายประเด็นที่สหรัฐต้องการความมั่นใจว่ารัฐบาลจีนนั้นจะสามารถดำเนินการตามข้อผูกพันได้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ในส่วนของการเคลื่อนไหวในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากคืนวันพุธ (6/3) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐ ในปีที่แล้ว (2561) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 6.210 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยจีนเป็นประเทศคู่ค้าที่สหรัฐขาดดุลการค้ามากที่สุดตามมาด้วยเม็กซิโก, เยอรมนี และญี่ปุ่น โดยสหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 ในปีที่แล้ว สู่ระดับ 4.192 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ดีในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินบาทยังคงแกว่งตัวค่อนข้างมาก จากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โดยในวันพฤหัสบดี (7/3) ศาลมีวินิจฉัยคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติ 6 ต่อ 3 ให้เพิกถอนสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคและห้ามไม่ให้กรรมการบริหารพรรคชุดดังกล่าวไปจัดตั้งพรคใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคอื่น หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เป็นเวลา 10 ปี ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.75-31.94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 31.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 1.1368/71 ดอลลา์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 1.1357/58 โดยเมื่อคืนวันศุกร์ (1/3) ไอ
เอชเอส มาร์กิต ได้มีการเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวลงสู่ระดับ 49.3 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50.5 ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตามค่าเงิน
ยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมากในคืนวันพฤหัสบดี (7/3) หลังจากการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยที่ประชุมมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ผนวกกับธนาคารกลางยุโรปประกาศปรับลดคาดากรณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในปีนี้ สู่ระดับ 1.1% จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว 1.7% อีกทั้งอีซีบียังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ สู่ระดับ 1.2% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือน ธ.ค.ที่ระดับ 1.6%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจยูโรโซนเผชิญกับภาวะซบเซาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในอิตาลี, ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีในปีที่แล้ว ขณะที่องค์การเพื่อความร่วมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดว่ายูโรโซนจะมีการขยายตัวเพียง 1% ในปีนี้ ในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1181-1.1371 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 1.1202/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดในวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 111.98/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/3) ที่ระดับ 111.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำการอภิปรายในประเด็นการถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษในช่วงเวลาที่เหมาะสม และจะสื่อสารให้สาธารณชนได้รับทราบ แต่อย่างไรก็ตามนายคุโรดะกล่าวว่า บีโอเจยังไม่มีกลยุทธ์ในการถอนนโยบายดังกล่าวในขณะนี้ เนื่องจากการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นั้น คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกมาก โดยนายคุโรดะย้ำว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะใช้ความอดทนในการรักษามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นจะดีดตัวขึ้นสู่เป้าหมายของบีโอเจที่ระดับ 2%

ทั้งนี้ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงท้ายสัปดาห์หลังจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มการประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2561 โดยระบุว่า จีดีพีขยายตัว 1.9% สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นซึ่งอยู่ที่ 1.4% โดยได้แรงหนุนความแข็งแกร่งของตัวเลขการใช้จ่ายด้านทุน ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.99-112.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 111.07/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ%