ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/3) ที่ระดับ 31.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (11/3) ที่ระดับ 31.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยมีรายงานว่า ทั้งสองประเทศยังไม่มีแนวโน้มที่การเจรจาการค้าจะได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ นางซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันจัดการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แต่อย่างได และขณะนี้การเจรจาการค้ายังคงหาข้อยุติต่อไป นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงกดดันจากการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐปรับตัวเลขยอดค้าปลีกในเดือนธันวาคม 2561 โดยรายงานปรับตัวลง 1.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 หลังจากที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า ยอดค้าปลีกร่วงลง 1.2% ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.63-31.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.65/31.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (12/3) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1260/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (11/3) ที่ระดับ 1.1250/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยมีรายงานล่าสุดว่า นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เจรจาขั้นสุดท้ายกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการถอนอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ผ่านการอนุมัติของรัฐสภาอังกฤษในวันนี้ ซึ่งผลปรากฏว่า นางเมย์ ได้รับความเห็นชอบจากอียู ให้ทำการเปลี่ยนแปลงข้อตกลง Brexit โดยมีผลผูกพันทางกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นต่อนักลงทุน โดยทางรัฐสภาอังกฤษ จะมีมติในวันนี้ ว่าด้วยข้อตกลงที่นางเทเรซา เมย์ ทำไว้กับสหภาพยุโรป หากรัฐสภาคว่ำร่างตกลงอีกครั้ง ก็จะทำการลงมติต่อในวันพุธว่าจะเห็นชอบต่อการแยกตัวโดยไร้ข้อตกลงหรือไม่ หากมติไม่เห็นชอบ ก็จะลงมติต่อในวันรุ่งขึ้นว่าจะเรียกร้องให้อียู ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวจากเดิมในวันที่ 29 มีนาคมนี้หรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1252-1.1284 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1280/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (12/3) เปิดตลาดที่ระดับ 111.42/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (11/3) ที่ระดับ 111.22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สัญญาณบวกของการเจรจา Brexit ทำให้นักลงทุนเทขายทรัพย์สินปลอดภัยอย่างเงินเยน ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.27-111.46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.42/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ. (12/3) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.พ. (13/3) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ม.ค. (13/3) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (14/3) ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ก.พ. (14/3) ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน มี.ค. จากเฟดนิวยอร์ก (15/3) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ. (15/3) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (15/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.45/-2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.00/-0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ