เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
Real Estate รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
Economic กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
Economic อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
ฮอนด้า ส่ง Honda C125 เอดิชั่น สีใหม่ ราคา 99,600 บาท
Automotive ฮอนด้า ส่ง Honda C125 เอดิชั่น สีใหม่ ราคา 99,600 บาท
ซีพีแรม ปลูกป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่านเป้า 1.2 แสนต้น หมุดปี’73
SD ซีพีแรม ปลูกป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่านเป้า 1.2 แสนต้น หมุดปี’73
ดูทั้งหมด

สศค.เผย ครม.มีมติยุติบทบาท คกก.ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ National e-Payment หลังการดำเนินงานคืบหน้า-หน่วยงานขับเคลื่อนต่อเองได้

13 มี.ค. 2562 | 15:19น.

สศค.เผยวานนี้ ครม.มีมติให้ยุติบทบาท คกก.ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ National e-Payment แล้ว หลังการดำเนินงานคืบหน้า-ประสบความสำเร็จ-หน่วยงานรับผิดชอบขับเคลื่อนต่อเองได้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบผลการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้ โครงการที่ 1 ระบบการชำระเงินแบบ Any ID และโครงการที่ 2 การขยายการใช้บัตร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศไทยให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และเป็นช่องทางในการจ่ายเงินสวัสดิการจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำแทนการใช้เงินสด
โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนพร้อมเพย์ทุกประเภทแล้ว จำนวน 46.5 ล้านราย และมีปริมาณธุรกรรมทั้งสิ้น 1.1 พันล้านรายการ คิดเป็นมูลค่าธุรกรรมทั้งสิ้น 5.8 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2561) และได้มีการติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง Electronic Data Capture : EDC) แล้วทั้งสิ้นจำนวน 768,103 เครื่อง

ส่วนการดำเนินการในระยะต่อไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงินฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2562 – 2564) โดยมุ่งส่งเสริมให้ Digital Payment เป็นทางเลือกหลักในการชำระเงินและสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม และตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วน
โครงการที่ 3 ระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาการจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการจัดทำ รวมทั้งการนำส่งรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินและการนำส่งภาษีเมื่อมีการชำระเงินผ่านระบบ e-Payment ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ดำเนินการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านพร้อมเพย์แล้ว ในปีภาษี 2560 และมีการจัดทำระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วในปี 2560

นอกจากนี้ ยังได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561

การดำเนินการในระยะต่อไป กรมสรรพากรจะดำเนินการตามแผนพัฒนาระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เสียภาษีเพื่อการบริการที่ดีและการแนะนำการเสียภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โครงการที่ 4 e-Payment ภาครัฐ ประกอบด้วยโครงการย่อย 2 โครงการ ดังนี้ 1. โครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลกลางในการดูแลให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมแก่ประชาชน เพื่อบูรณาการจัดระบบการแจ้งสิทธิ การตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม การประเมินและตรวจสอบการใช้สิทธิสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นซึ่งกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมผ่านบัตร โดยเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ในปี 2560 และปัจจุบันมีผู้มีสิทธิที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนทั้งสิ้น 14.5 ล้านราย นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมด้วยพร้อมเพย์ จำนวน 6 สวัสดิการ ประกอบด้วย (1) เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (2) เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3) เบี้ยความพิการ (4) เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (5) เงินเดือนทหารกองประจำการ และ (6) ค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2562) และจะขยายไปยังสวัสดิการอื่นๆ ต่อไป

และ 2.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับจ่ายเงินภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้หน่วยงานราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 7,200 หน่วยงาน ใช้บริการด้านการจ่ายเงิน การรับเงินและการนำเงินส่งคลัง ผ่านระบบ Internet Banking ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ระบบ KTB Corporate Online สำหรับภาครัฐ)

ส่วนการดำเนินการในระยะต่อไป กรมบัญชีกลางจะผลักดันให้เกิดการขยายการใช้บัตรอย่างครบวงจรและการขยายฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยบูรณาการข้อมูลกับกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และประเมินผลการจัดสวัสดิการ นอกจากนี้ จะเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานใช้งานระบบ e-Payment ทั้งการชำระและรับชำระเงินผ่านช่องทาง KTB Corporate Online เครื่อง EDC และ QR Code ให้เต็มประสิทธิภาพ

ส่วนโครงการที่ 5 การให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ ธปท. สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด เป็นต้น ในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้และประชาสัมพันธ์โครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ National e-Payment โดยได้มีการจัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ การจัดทำ VDO Infographic เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์และ Social Media การจัดให้มี Website หลักของโครงการ (www.epayment.go.th) และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมการใช้ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนชำระเงินโดยใช้บัตรเดบิตหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเครื่อง EDC มากขึ้น โดยได้มีการจ่ายเงินรางวัลไปแล้วทั้งสิ้น 69.9 ล้านบาท ให้กับผู้ได้รับรางวัล จำนวน 8,872 ราย ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณบัตรเดบิตเพิ่มขึ้นเป็น 62 ล้านใบ ปริมาณธุรกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตและมูลค่าการใช้บัตรในช่วงที่ดำเนินโครงการอยู่ที่ 80.2 ล้านรายการ และ 148,975 ล้านบาท ตามลำดับ

ส่วนการดำเนินการในระยะต่อไป กรมสรรพากรและกรมบัญชีกลางจะดำเนินการตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการ National e-Payment ประจำปี พ.ศ. 2562 โดยแผนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การปรับปรุงรูปแบบการให้บริการของภาครัฐที่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) มากขึ้น และสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีที่ถูกต้องแก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้ใช้ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง

“จากความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ทั้ง 5 โครงการข้างต้น ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถผลักดันและพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยภายใต้กรอบภารกิจของตนเองให้เข้าสู่ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างครบวงจร ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบให้ยุติบทบาทของคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการในระยะต่อไป” นายลวรณกล่าว