เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ปลัดสธ.แจ้งความแล้ว หลังโซเชียลฯ ตัดแต่งคำพูด “ขรก.ลวนลาม” ทำสังคมเข้าใจผิด

29 ส.ค. 2560 | 13:42น.

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบ พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อร้องทุกข์กรณีการตัดแต่งข้อความเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลมีเดีย เรื่องผลการสืบสวนหัวหน้างานลวนลามลูกจ้างหญิง ว่าผลการสืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการที่ลวนลามลูกจ้างหญิงนั้น ชัดเจนว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่กลับมีการตัดต่อข้อความ โดยดึงเพียงข้อความคำให้การของผู้ถูกสอบสวนมาส่วนหนึ่งเท่านั้นว่า “เป็นในเชิงหยอกล้อ ไม่ได้มีเจตนาชู้สาว” ซึ่งแม้ผู้ถูกสอบจะให้การเช่นนั้น แต่คณะกรรมการฯ เห็นว่าต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง แต่เมื่อเผยแพร่ข้อความสั้นๆ พร้อมภาพออกไปทางโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีการต่อว่าตนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว และหน้าที่การงาน ในฐานะผู้บังคับบัญชาว่า เหตุใดจึงสรุปผลสอบเป็นเช่นนั้น จึงมาร้องทุกข์ในครั้งนี้

นพ.โสภณ กล่าวว่า การโพสต์ลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) ซึ่งตนและครอบครัวได้รับความเสียหายถูกสังคมโซเชียลเข้าใจผิด ถูกต่อว่าอย่างรุนแรงและขยายผลออกไปเป็นวงกว้าง และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ สธ.ซึ่งมีบุคลากรกว่า 3 แสนคนเสียชื่อเสียง ทั้งนี้ เรื่อง Cyber Bullying มีทั้งการเขียนข้อความที่เป็นการดูถูก ต่อว่า ล้อเลียน ด่าทอกันด้วยข้อความหยาบคาย รวมทั้งการใช้ข้อมูลที่เป็นรูปภาพ คลิปวิดีโอทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง การตัดต่อภาพ สร้างข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ส่งต่อทางสังคมออนไลน์ โดยทำให้ถูกกระทำได้รับความเจ็บปวดทางจิตใจ โดยเฉพาะหากเป็นเด็กและวัยรุ่น ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ในวัยรุ่นต่างประเทศนำมาซึ่งภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง จึงอยากขอให้ทุกคนใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีวุฒิภาวะ ตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมดก่อนเชื่อหรือแสดงความคิดเห็นหรือส่งต่อ

ด้าน พล.ต.ต.สุศักดิ์ กล่าวว่า ในการสอบสวนก็คงมีการตรวจสอบว่า มีผู้ใดที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายในเรื่องนี้ ทั้งการโพสต์ แสดงความคิดเห็น รวมถึงการแชร์ต่อ ซึ่งโดยหลักในการพิจารณาความผิดคือ ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย ก็จะมีการเชิญเข้ามาพูดคุย ซึ่งการสืบสวนในโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในเรื่องความผิดก็จะมีโทษในเรื่องของหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และการใส่ข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นพ.โสภณ เคยแถลงข่าวผลการสอบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการชายลวนลาม โดยพบว่าข้าราชการดังกล่าวให้ข้อมูลว่าไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่เชื่อคำพูดดังกล่าว และจากหลักฐานคลิปวิดีโอ จึงเห็นว่ามีความผิดและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง แต่ปรากฏว่า มีสื่อออนไลน์แห่งหนึ่งได้มีการตัดแต่งคำพูดของ นพ.โสภณ ในลักษณะให้เกิดความเข้าใจผิด จนมีการแชร์ไปอย่างกว้างขวาง และแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรงลุกลามไปจนถึงครอบครัว ทำให้ นพ.โสภณ ได้ปรึกษากับทางนิติกร และเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเป็นแบบอย่างว่าไม่ควรมีการตัดแต่งคำพูดจนทำให้เกิดผลกระทบเช่นนี้

 

ที่มา : มติชนออนไลน์