เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจไทย ลุ้นลดภาษีเหลือ 10%
Economic เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจไทย ลุ้นลดภาษีเหลือ 10%
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้าผลประชุมกนง.-กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายต่างชาติ-ปัจจัยการเมือง

17 มี.ค. 2562 | 14:23น.
เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยลดลงจากระดับปิดของสัปดาห์ก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบจากอัตราเงินเฟ้อ (ที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดในเดือนก.พ. ซึ่งตอกย้ำแนวโน้มการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติและปัจจัยในประเทศ ก่อนจะมีแรงหนุนให้ฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่ ตลาดรอติดตามผลการประชุมเฟดวันที่ 19-20 มี.ค. นี้

ในวันศุกร์ (15 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 31.68 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 มี.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.50-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของกนง. (20 มี.ค.) ตัวเลขการส่งออกเดือนก.พ. ของไทย กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ และปัจจัยการเมืองในประเทศ ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ท่าทีนโยบายการเงินของสหรัฐฯ จากผลการประชุม FOMC รวมถึงตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot ชุดใหม่ของเฟด (19-20 มี.ค.) การพิจารณาข้อตกลง BREXIT ที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะเสนอต่อรัฐสภา ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ รวมถึงประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจโดยเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนมี.ค. ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค.

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,625.57 จุด ลดลง 0.28% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 0.94% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 40,324.06 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 1.52% มาปิดที่ 365.55 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ จากแรงหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี หลัง FTSE ประกาศจะปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ร่วงลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับ ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน สถานการณ์ BREXIT รวมถึงปัจจัยในประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (18-22 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,610 และ 1,600 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,640 และ 1,650 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (19-20 มี.ค.)การประชุมนโยบายการเงินของกนง. (20 มี.ค.) ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน สถานการณ์ Brexit รวมถึงปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. รวมถึงผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนมี.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิต (เบื้องต้น) เดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐฯ