การดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัดภาคเหนือ วันที่ 3 เมษายน 2562
สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ประจำวันที่ 3 เมษยน 2562 ณ เวลา 09.00 น. พบว่าค่าฝุ่นละออง มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดี – มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีแดง 8 พื้นที่ (มีผลกระทบต่อสุขภาพ) พื้นที่สีส้ม 4 พื้นที่ (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) และพื้นที่สีเหลือง 4 พื้นที่ (คุณภาพอากาศปานกลาง) และพื้นที่สีเขียว 1 พื้นที่ (คุณภาพอากาศดี)
– ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 29 – 277 มลก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.)
– ค่า PM10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 50 – 310 มลก./ลบ.ม. (มาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.)
ทั้งนี้สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th และแอพลิเคชั่น air4thai
จังหวัดเชียงใหม่
– สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการเพิ่มความชุ่มชื่นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ จังหวัดเชียงใหม่ ณ ประตู ท่าแพ และหน้าตลาดสมเพชร อ.เมืองเชียงใหม่
– สถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ ปฏิบัติการดับไฟป่า จุดที่ 1 บริเวณท้องที่บ้านขุนวาง ม.12 ต.แม่วิน อ.แม่วาง พบพื้นที่เสียหาย 38 ไร่ จุดที่ 2 ตรวจพบไฟบริเวณท้องที่บ้านแม่กลางหลวง ม.17 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง พบพื้นที่เสียหาย 72 ไร่ และจุดที่ 3 บริเวณท้องที่บ้านแม่แอบใน ม.6 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง พบพื้นที่เสียหาย 48 ไร่
– สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ หน่วยดับไฟป่าเคลื่อนที่ห้วยตึงเฒ่า พบไฟบริเวณหลังอ่างห้วยตึงเฒ่า ม.3 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม โดยได้รับการสนับสนุนดับไฟทางอากาศ ฮ. 1117 จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบพื้นที่เสียหาย 45 ไร่
– อำเภอเชียงดาว พบจุดความร้อน (VIIRS) 66 จุด ดับแล้ว 54 จุด ยังไม่ดับ 12 จุด (เนื่องจากเป็นหน้าผาภูเขาสูงชัน) โดยเฉพาะในพื้นดอยหลวง ตอนนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หน่วยดับไฟป่า ทหาร อส.อำเภอเชียงดาว และชาวบ้าน ได้เร่งทำแนวกันไฟรอบดอยหลวง และ ฮ.ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทิ้งน้ำไปแล้ว 2,000 ลิตร และพบจุดความร้อนเพิ่มอีก 6 จุด จากดาวเทียมระบบ MODIS บริเวณบ้านถ้ำ ดอยหลวง จึงแจ้งหน่วยดับไฟป่าเข้าทำการดับไฟ และมี ฮ.ทหาร เข้าร่วมดำเนินการดับไฟด้วย
– หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่า ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เหยี่ยวไฟ) กรมป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.7 (บ้านหลวง) ดำเนินการดับไฟป่าบริเวณห้วยป่าอ้อ ม.2 ต.น้ำแพร่ อ.พร้าว พบพื้นที่เสียหายจำนวน 10 ไร่
– หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.5 (เวียงแหง) ดำเนินการดับไฟป่าบริเวณบ้านแม่แพม ม.8 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง พบพื้นที่เสียหายจำนวน 20 ไร่
– หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.16 (ดอยเต่า) ดำเนินการดับไฟป่าบริเวณบ้านแม่บวนใต้ ม.10 ต.โป่งทุ่ง อ.ดอยเต่า พบพื้นที่เสียหายจำนวน 3 ไร่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.20 (กิ่วลม) ได้ดับไฟป่าบริเวณบ้านบ่อสะแง๋ ม.11 อ.ฮอด พบพื้นที่เสียหายจำนวน 45 ไร่
– หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.14 (ห้วยโจ้) ดำเนินการดับไฟป่าบริเวณบ้านหนองห่าย ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง พบพื้นที่เสียหายจำนวน 16 ไร่
จังหวัดตาก
พ.อ.อาสาฬหะ พูลสุวรรณ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 อ.แม่สอด จ.ตาก ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย – พม่า ส่วนท้องถิ่น (ทีบีซี.) แม่สอด – เมียวดี หารือร่วมกับ พ.ท.อ่องซาน วิน ประธานทีบีซี.เมียวดี – แม่สอด ฝ่ายเมียนมา บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 2 ท้ายบ้านวังตะเคียน ต.สายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ 5 อำเภอ ชายแดนไทย – เมียนมา คือ อ.อุ้มผาง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พ.อ.อาสาฬหะ ได้ขอความร่วมมือจากฝ่ายเมียนมาช่วยแจ้งประชาชนตามแนวชายแดนให้งดเผาป่า เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หมอกควันค่อนข้างรุนแรง มีผลต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งฝ่าย พ.ท.อ่องซาน วิน รับที่จะไปดำเนินการเพื่อรายงานหน่วยเหนือและมีคำสั่งลงมาก่อน พ.อ.อาสาฬหะ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเคยทำหนังสือและขอความร่วมมือไปยังฝ่ายเมียนมาแล้ว และการพบกันครั้งนี้เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือย้ำอีก เนื่องจากในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก ยังมีค่าฝุ่นละอองสูงอยู่บางพื้นที่ และประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง เป็นเกษตรกร มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเผา จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ให้งดการเผาป่า เผาไร่ เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะทั้ง 2 ประเทศ ซึ่ง พ.ท.อ่องซาน วิน แจ้งว่า ฝ่ายเมียนมาเห็นด้วยในการป้องกันปัญหาฝุ่นละออง และหมอกควัน และทางเมียนมาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่อยากให้ทั้งสองฝ่ายมีการประชุมร่วมกับฝ่ายเมียนมาทุกฝ่าย เพราะที่ผ่านมาฝ่ายทหารเมียนมาได้ดำเนินการมาเพียงหน่วยงานเดียว
จังหวัดแพร่
– หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงพิษณุโลก มีการปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควัน จ.แพร่ (เมืองแพร่) ไม่พบมีฝนตกในพื้นที่เป้าหมาย
– จังหวัดแพร่โดยการประสานงานของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและเพิ่มความชื้นในอากาศครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอเป็นประจำทุกวัน โดยได้รับการสนับสนุนรถหุ่นยนต์ดับเพลิงแรงดันสูงควบคุมระยะไกล จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เชียงราย และได้รับการสนับสนุนรถน้ำดับเพลิงพร้อมเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองแพร่ กองพันทหารม้า 12 และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่งร่วมปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดลำพูน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประชุมหารือการลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการตอบโต้ โดยการฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื้นในอากาศ ส่วนพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดจุดความร้อนในแต่ละอำเภอ จะมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตามจุดเสี่ยงและปิดป่าไม่ให้คนเข้าไปหาของป่า ส่วนด้านสาธารณสุขให้ดูแลสุขภาพของประชาชน ในกลุ่มเสี่ยงที่มี โรคประจำตัวโดยเฉพาะผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็ก พร้อมทั้งให้เตรียมหน้ากาก อนามัยให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนด้วย
จังหวัดพะเยา
จังหวัดพะเยาร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (งานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย สำนักงานเทศบาลเมืองพะเยา) ร่วมดำเนินมาตรการเพิ่มความชุ่มชื้นและลดฝุ่นละอองในอากาศ โดยนำรถยนต์บรรทุกน้ำ รถดับเพลิง ทำการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื่น ลดหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ทำความสะอาดถนน ต้นไม้ ณ บริเวณศาลหลักเมืองพะเยา อำเภอเมืองพะเยา
จังหวัดเชียงราย
– นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้หน่วยงานราชการและท้องถิ่นทุกแห่งระดมรถฉีดพ่นน้ำ เพื่อเติมความชื้นในอากาศ เร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันพร้อมกันทุกอำเภอ และขอความร่วมมือจากประชาชนในชุมชน ร่วมกันฉีดน้ำรดต้นไม้ ล้างทำความสะอาดบริเวณบ้าน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงรายสภาพอากาศเริ่มมีลมพัด ทำให้ฝุ่นละออง และหมอกควัน ลอยตัวกระจายตัว อากาศดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา รวมถึงได้มอบหมายให้สาธารณสุขจังหวัด ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ป้องกันระวังสุขภาพของตนเอง งดการออกกำลังกายในช่วงนี้และขอให้งดทำกิจกรรมในที่โล่ง มีการรักษาสุขภาพด้วยการปิดปากปิดจมูกใช้หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพสูงเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกาย นอกจากนี้ให้ อสม.แจ้งเตือนประชาชนทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านทุกแห่ง และให้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ รถบรรทุกน้ำ รถฉีดพ่นน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื่น พร้อมกำชับเน้นย้ำให้สอดส่องลาดตระเวนไม่ให้มีการลักลอบเผาป่าและวัชพืชตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการเผาในที่โล่งแจ้งโดยเด็ดขาด
– นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ไปอำนวยการดับไฟลามป่า โดยมีนายปรีชา ทองคำเอี่ยม ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า ได้เข้าร่วมตรวจสอบตามพิกัดจุดความร้อน (hotspot) บริเวณบ้านโป่งน้ำร้อน บ้านยางคำนุ บ้านห้วยปูพัฒนา บ้านปางค้อง ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจดับไฟป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าลำน้ำกก เจ้าหน้าที่ชุดสนับสนุนดับไฟป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เจ้าหน้าที่ชุดพิเศษดับไฟป่าสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 กำนันตำบลดอยฮาง ชุดราษฎรอาสาสมัครดับไฟป่าตำบลดอยฮาง และเทศบาลตำบลดอยฮาง เข้าร่วมดับไฟป่าจนแล้วเสร็จ
– หน่วยงานราชการทุกภาคส่วน และประชาชน ร่วมฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่เขตรับผิดชอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันฉีดพ่นละอองน้ำในทุกครัวเรือนและชุมชน
จังหวัดน่าน
– สถานีควบคุมไฟป่าดอยภูคา ร่วมกับอุทยานแห่งชาติดอยภูคาดอยภูคา และเครือข่ายบ้านนาแล ตำบลศิลาแลง ปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูคาและป่าผาแด ท้องที่บ้านนาแล ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณเสียหาย 8 ไร่ และร่วมกับเครือข่ายบ้านนาแล ตำบลศิลาแลง ปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูคาและป่าผาแดง บริเวณป่าน้ำขว้าง-ป่าน้ำย้อ ท้องที่บ้านนาแล-บ้านป่าไร่น้ำย้อ ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณเสียหาย 20 ไร่
– สถานีควบคุมไฟป่าศรีน่าน และสถานีควบคุมไฟป่าเขาชะเมา-เขาวง สถานีควบคุมไฟป่าเขาสอยดาว และเครือข่ายตำบลศรีษะเกษ ปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้วยต่อไห ดอยจำลึก ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณเสียหาย 20 ไร่
– หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่านาน้อย ร่วมกับทหาร ม.2 พัน.15 ปฏิบัติการดับไฟป่าในเขต
ป่าสงวนฯ ป่าน้ำว้าและป่าห้วยสาลี ท้องที่บ้านปางสา อำเภอเวียงสา พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณเสียหาย 80 ไร่
– หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และปกครองในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ดำเนินการฉีดน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นและลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศอันเนื่องจากไฟป่าและหมอกควัน ในหลายพื้นที่ อาทิเช่น อำเภอเชียงกลาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอเมืองน่าน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
– ชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอำเภอขุนยวม ได้รับแจ้งว่ามีไฟบริเวณทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 108 ตรงหลัก กม.ที่ 5 ท้องที่ ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ภายในเขตป่าสงวน แห่งชาติป่าแม่เงาและป่าแม่สำเพ็ง เจ้าหน้าที่จากหน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ลาน้อย เจ้าหน้าที่ปกครอง อ.ขุนยวม เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่สุรินทร์ จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบไฟกำลังลุกไหม้จึงรีบทำการดับ และสามารถควบคุมไฟไว้ได้ พบพื้นที่เสียหายประมาณ 25 ไร่
– หน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ลาน้อย สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน (กรมป่าไม้) ร่วมกับหมู่บ้านเครือข่ายในการควบคุมไฟป่า บ้านแม่จอ ม.6 ต.แม่โถ อ.แม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน และ เจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 336 จัดทำแนวกันไฟรอบๆ หมู่บ้านและบริเวณจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงระยะทาง ประมาณ 3 กม. ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย
– นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอแม่สะเรียง อำนวยการและร่วมดับไฟป่า ณ บ้านทุ่งแล้ง หมู่ที่ 1 ตำบลแม่คงอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยเกิดเหตุไฟไหม้ป่าบนเนินเขาสูงชัน สาเหตุการเกิดไฟไหม้ป่าในครั้งนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟไหม้ป่าหมู่บ้านข้างเคียง แล้วได้ลุกลามมาไหม้ ป่าที่บ้านทุ่งแล้ง ศูนย์ปัองกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับหมู่บ้าน นำโดยนายชัชฤทธิ์ พิมพ์ศิริพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งแล้ง และคณะ พร้อมด้วยรถยนต์ดับเพลิง อบต.แม่คง พร้อมพนักงานฉีดน้ำได้ร่วมกันดับไฟป่า พบพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 50 ไร่
– ชุดปฏิบัติการพิเศษควบคุมไฟป่า (เหยี่ยวไฟ) สจป.1 สาขาแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหน่วยส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ น้ำตกแม่สุริน ผู้ใหญ่บ้านชุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านหัวน้ำแม่สะกึ๊ด ทำการดับไฟบริเวณป่าหัวน้ำแม่สะกึ๊ด ท้องที่หมู่ที่ 10 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ พบพื้นที่เสียหายประมาณ 20 ไร่ และได้ออกลาดตระเวนไฟ 2 ข้างทางทางหลวง 108 แม่ฮ่องสอน-ชุนยวม ตรวจพบไฟและทำการดับไฟบริเวณป่าบ้านแม่สุริน หมู่ที่ 3 ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบพื้นที่เสียหายประมาณ 25 ไร่
จังหวัดลำปาง
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำทีมคณะผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ พร้อมด้วยเหล่าบรรดาข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ ทั้งจากมณฑลทหารบกที่ 32 ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 5 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ร่วมประสานพลังกับหน่วยงานองค์กรทุกภาคส่วนในชุมชนท้องที่ ทั้งหน่วยงานราชการ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชนในจังหวัดลำปาง นำกลุ่มพลังมวลชนจากชุมชนต่างๆ ในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง รวมจำนวนกว่า 1,100 คน ร่วมเป็นจิตอาสาภัยพิบัติ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ช่วยกันจัดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือครบชุด ลงพื้นที่เดินเท้าเข้าป่าทำแนวกันไฟรอบบริเวณผืนป่าเขาดอยพระบาท-ม่อนพระยาแช่ ตรงจุดบริเวณอ่างเก็บน้ำ 3 ชุมชนบ้านต้าหน้าค่าย หมู่ที่ 7 ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง โดยการรวมตัวทำกิจกรรมแนวกันไฟป่าครั้งนี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดทีมวิทยากรเป็นผู้นำกลุ่ม ทำการชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่จิตอาสาถึงวิธีการทำแนวกันไฟที่ถูกต้อง ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกัน หรือชะลอไฟ ที่อาจจะลุกลามไปยังจุดอื่นๆ ได้ หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบเข้ามาลักลอบจุดไฟเผาป่า พร้อมทั้งจัดแบ่งกำลังจิตอาสาออกเป็นกลุ่มๆ แยกย้ายเดินเท้าเข้าไปในเขตพื้นที่ป่า กระจายกำลังช่วยกันทำแนวกันไฟตามจุดต่างๆ ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร ให้ยาวต่อเนื่องและเชื่อมต่อถึงกันตลอดแนวผืนป่า รวมระยะทางกว่า 10 กม. โดยมุ่งหวังที่จะให้แนวกันไฟที่จัดสร้างขึ้น ได้เป็นแนวเขตป้องกันไฟป่าที่จะช่วยจำกัดพื้นที่การเผา กรณีเกิดการลักลอบเผาป่า เพื่อช่วยในการบรรเทาปัญหาลดมลพิษจากหมอกควัน อีกทั้งการทำกิจกรรมยังเพื่อเป็นการรณรงค์เชิงรุกปลูกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และชาวบ้านได้ตระหนักเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ แหล่งต้นน้ำลำธาร เพื่อให้เกิดความรักความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และร่วมเป็นจิตอาสาที่จะได้ช่วยกันสอดส่องดูแล ประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้กลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยรอบบริเวณผืนป่าและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เข้าใจ ตระหนักถึงปัญหาพิษภัยจากหมอกควันไฟป่า และหยุดพฤติกรรมการเผา
