เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
Politics อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
Business ไต้หวันต่อฟรีวีซ่า 14 วันคนไทยอีก 1 ปี ถึง 31 ก.ค. 70
ORN กวาดยอดขาย 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
Real Estate ORN กวาดยอดขาย 80% ลุยคอนโด “ภูเก็ต-สมุย”
เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
HR เปิดรายละเอียดสูตรบำนาญ CARE เพิ่มบำนาญเฉลี่ย 10% กองทุนสำรองเพิ่ม 2.7 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณบาทละ 64,500 บาท
เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
Automotive เอ็มจี เปลี่ยนแม่ทัพ ตั้ง ‘เจียง ฮุย’ นั่ง MD คนใหม่
ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
Economic ข้าวแกง 35-40 บาท ยังเป็น ‘ตัวตุ๊กตา’ พาณิชย์ชั่งโมเดลลดค่าครองชีพ ไม่บิดเบือนตลาด
ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
Finance ธ.ไทยเครดิต ปล่อยคาราวาน “สินเชื่อ SME กล้าช่วย” พร้อมเปิด Micro SME Business Center อีก 2 แห่ง
ดูทั้งหมด

จีนรุกหนัก! ลงทุนลุ่มน้ำโขงดันจับคู่นักธุรกิจชา-กาแฟร่วมคนไทย

01 ก.ย. 2560 | 12:14น.

รัฐบาลจีนรุกหนักนโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทาง ดันการลงทุนในกลุ่ม GMS ดึงเอกชนด้านอุตสาหกรรมเกษตรทั้งกาแฟ-ชาจับคู่ธุรกิจร่วมกับนักลงทุนไทยในภาคเหนือ ด้านกลุ่มเอกชนเชียงใหม่ผุดศูนย์ GMSTICC หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีนในลุ่มแม่น้ำโขง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า วันนี้ (1 กันยายน 2560) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ Belt and Road & Greater Mekong Sub-region Cooperation ในหัวข้อ “Lancang Jiang-Mekong River : Rising Smart Corridor” ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ภายในงาน มี การบรรยายเกี่ยวกับนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ของจีน รวมถึงการนำเสนอผลงานทางวิชาการของผู้ทรงคุณวุฒิ การจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการชาวไทยและชาวจีน (Business Matching) กิจกรรม Smart City และกิจกรรมการเปิดตัวหนังสือ “เรื่องเล่าจีน-ไทย” (ฉบับภาษาไทยและภาษาจีน) ของสำนักพิมพ์ China International Press

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การประชุมวิชาการนานาชาติ Belt and Road & Greater Mekong Sub-region Cooperation ในหัวข้อ “Lancang Jiang-Mekong River : Rising Smart Corridor” เป็นเวทีสำคัญที่แสดงจุดยืนระหว่างไทยและจีนในหลายเรื่องๆ จากการนำเสนอผลงานด้านวิชาการ ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจในนโยบายของจีน โดยเฉพาะด้านการขนส่ง-โลจิสติกส์ ด้านการเกษตร และการท่องเที่ยว ที่นักลงทุนจีนให้ความสนใจลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อนักลงทุนไทย

นอกจากนี้ยังจะเกิดความร่วมมือในเชิงธุรกิจระหว่างนักลงทุนไทยและจีน ที่จะมีการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจด้านการเกษตร อาทิ กาแฟ และใบชา ท่องเที่ยว และธุรกิจด้านการขนส่ง-โลจิสติกส์

สำหรับนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน เป็นนโยบายที่สำคัญมากของจีน มีโครงการที่มีการลงทุนด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางทะเลระหว่าง 1 ภูมิภาค และ 3 ทวีป คือ อาเซียน เอเชีย แอฟริกา และยุโรป เกี่ยวข้องกับ 64 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประชากรโลกถึง 4,500 ล้านคน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงถึง 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก ซึ่งในส่วนของภาคเหนือที่มีการเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุนกับจีนอยู่แล้ว ก็จะเกิดผลดีอย่างแน่นอนจากนโยบายสำคัญนี้

นายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ กล่าวว่า นโยบาย 1 แถบ 1 เส้นทาง ของจีน จะส่งผลประโยชน์เชิงบวกกับประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งภาคเหนือของประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่นักลงทุนจีนกำลังให้ความสนใจเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะการมีศักยภาพด้าน Smart City เกษตรกรรและมีทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงรัฐบาลจีนกให้ความสำคัญความร่วมมือกับไทยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นว่าในแต่ละปีจะมีคนจีนราว 150 ล้านคนเดินทางออกนอกประเทศ โดยจำนวนราว 10 ล้านคนเดินทางมาประเทศไทย

ด้านนายเฉลิมชาติ นครังกุล ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนภายใต้การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงจะได้ใช้โอกาสนี้ที่จะจัดตั้งหน่วยงานที่จะตอบสนองต่อนโยบายและแผนงานยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางดังกล่าว โดยจะได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการค้า การลงทุน และวัฒนธรรม GMS Trade-Investment and Culture Center (GMSTICC) ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีบทบาทที่สำคัญได้แก่ 1.อำนวยความสะดวกและประสานงานให้เกิดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ระหว่างจีน ประเทศในกลุ่ม GMS และภาคเหนือของไทยภายใต้นโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน 2.จัดกิจกรรมที่จะกระตุ้นการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจระหว่างจีน และกลุ่มประเทศ GMS ในทุกด้าน ได้แก่ การจัดเวที Forum , การจัด Business Matching ในระดับนานาชาติ 3.ประสานงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับจีนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาคเหนือของไทยมีความใกล้ชิดกับประเทศจีนตอนใต้ มีความสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ มีการเดินทางเชื่อมโยงกันได้สะดวกขึ้นผ่านเส้นทางแม่น้ำโขง ถนน R3A รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในอนาคต อันจะส่งผลต่อความสำเร็จของนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt, One Road Policy) ของจีน ดังนั้น จึงจำเป็นที่ทางไทยจะต้องเตรียมพร้อมและเริ่มในเรื่องยกระดับขีดความสามารถโดยจัดเป็นกลุ่มๆ (Cluster) โดยเฉพาะด้านนโยบาย 4.0 ของไทย Smart City การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ การเชื่อมด้วยรถไฟความเร็วสูง การพัฒนาการเดินเรือในแม่น้ำโขง การเจาะอุโมงค์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หรือการก่อสร้างสนามบินภาคเหนือแห่งใหม่ เป็นต้น

โดยบทบาทของจีนจะมุ่งเน้นการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุดจีนได้เพิ่มเงินทุนสนับสนุนกองทุนเส้นทางสายไหม (Silk Road Fund) เป็นจำนวน 1 แสนล้านหยวน เพื่อให้เกิดการลงทุนจากจีนสู่ต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 3 แสนล้านหยวน นอกจากนั้นทาง China Development Bank และ Exim Bank of China จะจัดตั้งโครงการปล่อยเงินกู้เพื่อสนับสนุน ความร่วมมือในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม และการเงิน เป็นมูลค่าถึง 3.8 แสนล้านหยวน รวมถึงการร่วมมือ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB), BRICS New Development Bank และสถานบันพัฒนาอื่นๆ เพื่อร่วมกันกำหนดตัวชี้นำทางด้านการเงินให้แก่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ตามนโยบาย Belt and Road

สอดคล้องกับการเดินทางนายจิน ลี่ฉวิน (Mr.Jin Liqun) ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือเอไอไอบี (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) ซึ่งเป็นธนาคารที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ล่าสุด และพร้อมให้การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเชียงใหม่อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาคร่วมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาไทย