เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

สมาคมการค้าพืชไร่ ตั้งคำถามกลับ “โมเดลปลูกข้าวโพดใหม่”

04 ก.ย. 2560 | 00:05น.

การปรับเปลี่ยนโมเดลการปลูกข้าวโพดใหม่ ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเอกชน มุ่งแก้ปัญหาคุณภาพของผลผลิตข้าวโพดในช่วงต้นฝน ที่จะออกมากระจุกตัวและมีคุณภาพต่ำกว่า 70% ของผลผลิตให้เหลือ 20% นำไปสู่การเพิ่มการปลูกข้าวโพดรุ่น 2 ซึ่งเป็นข้าวโพดฤดูหนาวจาก 25% เป็น 30% และเพิ่มสัดส่วนข้าวโพดหลังนาที่เคยปลูกได้ 5% เป็น 50% โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการได้ในปีการผลิต 2561/2562

ในอีกมุมหนึ่ง “ทรงศัก ส่งเสริมอุดมชัย” นายกสมาคมการค้าพืชไร่ เห็นว่าโมเดลนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะการที่เกษตรกรจะลดพื้นที่ปลูก 70% ให้เหลือ 20% และส่วนการเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวโพดหลังนาจาก 5% เป็น 50% นั้น จำเป็นต้องหาแหล่งน้ำเพิ่มหรือไม่ และการปลูกช่วงปลายฝนที่ต้องการเพิ่มเป็น 30% หมายถึงช่วงต้นฝนจะให้ปล่อยพื้นที่นี้ว่างเปล่า หรือจะให้เงินชดเชย ทั้งหมดนี้จึงเชื่อว่าเกษตรกรไม่ทำตามอย่างแน่นอน ประการสำคัญลักษณะพื้นที่ที่ใช้ปลูกมีความต่างกัน โดยลักษณะพื้นที่ปลูกข้าวโพดเป็นไร่แบ่งพื้นที่เป็นตอน ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวเป็นนา ลักษณะเป็นที่ต่ำที่มีน้ำท่วมขังระหว่างที่ข้าวเจริญเติบโต ส่วนข้าวโพดไม่ต้องการน้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้ลำต้นเฉาตาย ดังนั้น หากจะเปลี่ยนพื้นที่ต้องแปรสภาพพื้นที่ ลักษณะลำต้นต่างกันต้องใช้เครื่องมือที่ต่างกัน ทั้งรถเกี่ยว เครื่องอบ ทั้งหมดนี้จะทำให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

การลดรุกป่าไม่คืบ

ขณะที่การลดพื้นที่รุกป่าซึ่งมีอยู่มากกว่า 50% ของพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด หรือ 3.72 ล้านไร่นั้น จำเป็นต้องปรับลดลง แต่ “ไม่ควรใช้วิธีการหักดิบ” ควรทำความเข้าให้ถ่องแท้เสียก่อน เนื่องจากเกษตรกรมีภาระค่าใช้จ่ายหากปลูกไม่ได้ จะทำให้ขาดรายได้ไปเลย ส่วนพื้นที่ที่รัฐวิเคราะห์ว่าเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวโพดอีก 0.89 ล้านไร่ ไม่เหมาะสมอย่างไร และหากจะปรับเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอย่างอื่น เช่น ปลูกพืชอื่น เลี้ยงสัตว์ สามารถทำได้หรือไม่

งดซื้อข้าวโพดผิดกฎหมายทันที

สมาคมเห็นด้วยที่จะ “ยุติการซื้อข้าวโพดที่ผิดกฎหมายทันที” และให้ส่งออกไปต่างประเทศพร้อมกับข้าวโพดที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นการยุติปัญหาการเผาป่า ทั้งยังควรส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกบนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ควรได้รับราคาบวกเพิ่มอย่างเหมาะสม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารสัตว์มีการซื้อราคาที่ต่างกัน อยู่แล้ว นอกจากนี้ ภาครัฐควรเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแบบ GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการปลูกต่อไร่ลดลง เกษตรกรจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ส่วนการ “คุมต้นทางไม่ให้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ให้กับเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ” ทางผู้ผลิตอาหารสัตว์เกรงว่าจะนำไปสู่ปัญหาการระบาดของ “เมล็ดพันธุ์เถื่อน” นั้น ถือเป็นปัญหาที่มีการนำออกมาขายทุกปี เป็นการขายตรงให้กับเกษตรกรผู้ปลูก จากข้อมูลที่พบ มักเกิดขึ้นจากเกษตรกรผู้รับจ้างปลูกเมล็ดพันธุ์ให้บริษัท ลักลอบนำเข้าฝักข้าวโพดที่เป็นเมล็ดพันธุ์ออกมาขายให้เกษตรกรแปลงข้างเคียง หลังจากส่งฝักที่เป็นเมล็ดพันธุ์ได้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ และมีฝักที่เหลือจากการส่ง ขออย่าปรักปรำอย่างไม่มีหลักฐานว่าพ่อค้าพืชไร่เป็นพ่อค้าเมล็ดพันธุ์เถื่อน

ข้าวโพดเพื่อนบ้านล่องหน

ตามที่สมาคมอุตสาหกรรม อาหารสัตว์ไทยระบุว่า มีการลักลอบนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านปีละ 800,000-1,000,000 ตันนั้น ทางสมาคมการค้าพืชไร่ไม่เคยทราบตัวเลขดังกล่าวมาก่อนเลย มองว่าเป็นหน้าที่ในการตรวจสอบของกรมศุลกากร อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า หากมีการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านถึง 800,000-1,000,000 ตัน แต่ไทยมีการส่งออกไปต่างประเทศปีที่แล้วประมาณ 700,000 ตันเท่านั้น แล้วข้าวโพดเพื่อนบ้านอีก 200,000-300,000 ตัน ถูกนำส่งไปที่ใด ?

กลไกราคาตลาดข้าวโพด

แม้ถูก กล่าวหาว่าพ่อค้าซื้อข้าวโพดกดราคารับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร กก.ละ 1.50-2.00 บาท แต่ข้อเท็จจริงที่สมาคมพ่อค้าข้าวโพดยืนยันได้ว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ส่วนราคาปัจจุบันที่รับซื้ออยู่ที่ กก.ละ 4.00-4.25 บาท แต่พ่อค้าจำเป็นต้องไปขายต่อให้ผู้ส่งออก เพราะในแต่ละวันผู้ส่งออกซื้อข้าวโพด 200-300 พ่วงต่อวัน (1 พ่วง = 30 ตัน) แต่โรงงานอาหารสัตว์โรงใหญ่รับซื้อประมาณ 5-15 พ่วงต่อวัน

โดยปกติ ข้าวโพดต้นฤดูจะมีผลผลิต 3.2-3.5 ล้านตัน ซึ่งโรงงานอาหารสัตว์จะใช้ประมาณ 400,000 ตันต่อเดือน ที่เหลือจะค่อยทยอย ๆ ซื้อ และจะลดการซื้อเมื่อมีการนำเข้าข้าวสาลี และกากข้าวสาลี (DDGS) เพราะนำเข้ามาโดยเรือขนาดใหญ่ 50,000-66,000 ตัน ซึ่งในช่วงนั้นโรงงานอาหารสัตว์จะลดการใช้ข้าวโพด โดยการใช้รายวัน ที่เหลือให้ตกค้างอยู่บนรถบรรทุกหรือตีออก โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้คุณภาพตามเบอร์ที่รับซื้อ ทำให้พ่อค้าต้องเก็บสินค้าไว้ในโกดัง มีต้นทุนค่าเก็บรักษา ค่าอบรมยา ค่าขาดน้ำหนัก ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ต้องค่อย ๆ ทยอยขายออกไปอีก 8 เดือน หรือถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไปจึงจะหมด ดังนั้น ไม่ควรอ้างว่าไม่มีเงินถุงเงินถังเพราะถึงแม้ว่าจะซื้อข้าวโพดทั้งประเทศ 4.5 ล้านตัน ด้วยราคา กก.ละ 8 บาท คิดเป็นเงิน 36,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3% ของมูลค่าอาหารสัตว์ อีกทั้งในการรับซื้อข้าวโพดเพื่อผลิตอาหารสัตว์ของผู้ใช้รายใหญ่เอาเปรียบ พ่อค้าและเกษตรกร โดยกำหนดเงื่อนไขในการรับซื้อว่าต้องเป็นข้าวโพดอาหารสัตว์เบอร์ 2 ซึ่งที่ถูกต้องเป็นอาหารสัตว์เบอร์ 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ซื้อ-ขายกันทั่วโลก หากต้องการส่งออกเบอร์ 2 ต้องเพิ่มเงินให้ผู้ขาย เพื่อทำคุณภาพให้สูงขึ้นไปอีก ด้วยการกำจัดเมล็ดแตกหัก เมล็ดเสีย เชื้อรา กาก ฝุ่นซัง แต่กลับกำหนดซื้อเบอร์ 2 และไปเพิ่มราคาให้เบอร์ 1 ซึ่งไม่มีจริงในระบบซื้อขาย ส่วนนี้ภาครัฐต้องพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับพ่อค้าและเกษตรกรผู้ปลูกด้วย

ทางแก้ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ

การนำเข้าข้าวสาลีเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบนั้น ทางสมาคมการค้าพืชไร่ห่วงใย เพราะหากมีการส่งเสริมให้เกษตรกรในประเทศปลูกข้าวโพดอย่างมีศักยภาพ จะได้ผลผลิตไร่ละ 1,200 กิโลกรัม หากปลูกบนพื้นที่ 7 ล้านไร่ จะได้ข้าวโพดรวม 8.4 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ รวมทั้งสามารถส่งออกส่วนที่เหลือและส่วนที่นำเข้าผ่านชายแดนไปขายต่างประเทศ ได้อีก แต่หากวัตถุดิบไม่พอใช้จริง ๆ ควรนำเข้าข้าวสาลีจากประเทศที่ไม่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี เช่น ยูเครน และขายข้าวสาลีเกรดอาหารสัตว์ในราคาที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) พยากรณ์ว่า ผลผลิตข้าวโพดสหรัฐปี 2017/2018 จะได้ 14.2 พันล้านบุชเชล (360 ล้านตัน) มีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 169.5 บุชเชลต่อเอเคอร์ (1,722 กก.ต่อไร่) สูงกว่าไทยที่ได้ไม่ถึง 1,200 กก.ต่อไร่ จึงต้องถามว่า มีส่วนราชการ องค์กรใด เข้าไปช่วยทำให้เรื่องนี้เป็นจริงได้ ทั้งที่เมล็ดพันธุ์ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะเป็นบริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์จากสหรัฐ เช่น คาร์กิลล์, ซินเจ็นต้า และไพโอเนีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สมาคมการค้าพืชไร่ได้เน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนควรคิดหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่เอาแนวคิดตัวเองไปยัดเยียดให้คนอื่นทำ เพื่อองค์กรของตัวเอง