เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.)  เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
News พรุ่งนี้น้ำมันลด! (5 ส.ค.) เบนซิน-แก๊สโซอล์ ปรับราคาลง ลิตรละ 70 สตางค์
มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
Politics มูลนิธิสืบฯ ชี้ ครม. ไฟเขียวอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันล้าน แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป
ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
Finance ttb เปิดตัว “สินเชื่อรถแลกเงิน” คิดดอกเบี้ยจากคะแนนเครดิต เริ่มต้น 11.11% ต่อปี
ผู้จัดการใหญ่ทีทีบี ชี้คะแนนเครดิต ช่วยป้องกัน “การบิดหนี้”
Finance ผู้จัดการใหญ่ทีทีบี ชี้คะแนนเครดิต ช่วยป้องกัน “การบิดหนี้”
เจาะสถิติ 5 ปี หนี้เสียคนไทย จากยุคโควิดสู่ข้อเท็จจริงระบบการเงิน รับกระแส “บิดหนี้”
Finance เจาะสถิติ 5 ปี หนี้เสียคนไทย จากยุคโควิดสู่ข้อเท็จจริงระบบการเงิน รับกระแส “บิดหนี้”
เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
Politics เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
ราคาทองวันนี้ (5 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
ผลประกอบการ SpaceX หลังเข้า IPO ขาดทุน 1.7 หมื่นล้านบาท
Business ผลประกอบการ SpaceX หลังเข้า IPO ขาดทุน 1.7 หมื่นล้านบาท
ก.ล.ต. หอบหลักฐานเพิ่ม ส่ง ปอศ. คดี Bitkub รายงานเท็จปกปิดเหตุแฮ็ก 1.7 พันล้าน
Finance ก.ล.ต. หอบหลักฐานเพิ่ม ส่ง ปอศ. คดี Bitkub รายงานเท็จปกปิดเหตุแฮ็ก 1.7 พันล้าน
หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ขายผ่านแอปฯเป๋าตัง ดอกเบี้ย 3.70-3.80% ต่อปี ดีเดย์ 27 ส.ค.นี้
Finance หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ขายผ่านแอปฯเป๋าตัง ดอกเบี้ย 3.70-3.80% ต่อปี ดีเดย์ 27 ส.ค.นี้
ดูทั้งหมด

30 ก.ย.ปิดจ็อบคูปองทีวีดิจิทัล เอกชนโอดลงทุนหมื่นล้านแบกสต๊อกอื้อ

04 ก.ค. 2562 | 14:45น.

กสทช.จบปัญหาคูปองทีวีดิจิทัล ปิดใช้สิทธิ์ 30 ก.ย.นี้ ส่งงบฯเหลือพันล้านบาทเป็นรายได้แผ่นดิน หลังใช้สิทธิ์แล้ว 11 ล้านครัวเรือน ฟากชมรม set-top-box ร้องนายกฯ โครงการล้มเหลว ลงทุนหมื่นล้านบาทแต่โดนลอยแพ แบกสต๊อกกว่า 10 ล้านกล่อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้สั่งการให้ประกาศปิดการใช้สิทธิ์รับแลกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลให้ประชาชนรับทราบ เพื่อนำเงินที่เหลือส่งคืนเข้ากระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

คสช.ดูแลโครงการ

“กสทช.ได้แจกคูปองมูลค่า 690 บาท กว่า 17 ล้านใบ แต่มีประชาชนมาใช้สิทธิ์ราว 11 ล้านใบ หรือ 60% ก็ถือว่าพึงพอใจ แต่ข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการที่จะให้แจกเพิ่มอีก กสทช.ไม่มีอำนาจ เพราะโครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ซึ่ง กสทช.ก็เคยทำหนังสือขอแจกเพิ่มไปแล้ว แต่ไม่ได้รับอนุมัติ ก็เข้าใจและเห็นใจที่ผู้ประกอบการได้สั่งกล่อง set-top-box มาถึง 25-26 ล้านกล่อง แต่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าแลกคูปองหรือไม่ ซึ่งถ้ารับชมทีวีผ่านดาวเทียม ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์”

สำหรับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ด้วยการแจกคูปองส่วนลดมูลค่า 690 บาท เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลได้ 3 ประเภท ได้แก่ 1) กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (set-top-box) 2) กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิทัลทั้งในระบบภาคพื้นดิน DVB-T2 และระบบดาวเทียม DVB-S2 ได้ในกล่องเดียวกัน และ 3) โทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณดิจิทัลได้ในตัว (iDTV) ได้เริ่มมาตั้งแต่ ต.ค. 2557

โดยในเฟสแรก เริ่มแจก ต.ค. 2557-พ.ค. 2558 จำนวน 13,571,296 ฉบับ และต่อมาในปี 2560 ได้แจกเฟส 2 อีก 3,984,662 ฉบับ ให้กับครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายที่มีทะเบียนบ้านและมีผู้อยู่อาศัย

30 ก.ย. 62 ปิดโครงการ

ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เตรียมประกาศให้วันที่ 30 ก.ย. 2562 เป็นวันสุดท้ายที่จะใช้สิทธิ์คูปองทีวีดิจิทัลได้ หลังจากได้ขยายเวลามานานแล้ว โดยโครงการนี้มีกรอบงบประมาณอยู่ที่ 15,801 ล้านบาท แต่ได้ทยอยตัดเงินบางส่วนส่งคืนเข้ากระทรวงการคลังแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท คงเหลือเงินที่กันไว้ราว 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งหากไม่ได้ใช้จะต้องนำส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดิน

ลงทุนหมื่นล้านแบกสต๊อกอื้อ

ขณะที่นายสมชาย เปรื่องวิริยะ ประธานชมรมผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวีภาคพื้นดิน 2558 เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุกิจ” ว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ต้องแบกภาระสต๊อกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (set-top-box) จำนวนมาก เฉพาะสมาชิกชมรมมีที่นำเข้ามาแล้วกว่า 3 ล้านกล่อง และที่ได้สั่งจองไว้ล่วงหน้าเมื่อตอนที่ กสทช.เปิดให้เข้าร่วมโครงการในปี 2557 อีกกว่า 10 ล้านกล่อง

“ตอนเปิดโครงการ กสทช.ระบุว่าจะแจกคูปองทั้งหมด 22.9 ล้านใบ แต่แจกจริงแค่ 17 กว่าล้านใบ แถมมีผู้ใช้สิทธิ์แค่ 10 กว่าล้าน เพราะมีปัญหาในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และกระบวนการแจกมีปัญหา ทำให้การแจกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไม่สัมฤทธิผล และผู้ประกอบการกว่า 50 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการต้องเดือดร้อน เพราะลงทุนไปกว่าหมื่นล้านบาทต้องแบกสต๊อกกองไว้เป็นสิบล้านกล่อง เฉพาะที่ลงทุนซื้อสติ๊กเกอร์เข้าร่วมโครงการจาก กสทช. ก็ราว 15 ล้านกล่อง ต้องเป็นหนี้เป็นสินถูกปรับไปเยอะมาก”

ทางชมรมจึงเสนอแนวทางให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ เพราะยังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการใช้สิทธิ์นี้ แต่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้วเพราะรายชื่ออยู่ในโครงการเฟสแรก ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเหลือทีวีในระบบแอนะล็อกเพียง “ช่อง 3” เท่านั้น

เปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดาวเทียม

ด้านแหล่งข่าวผู้ประกอบการ set-top-box รายใหญ่เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระบวนการแจกคูปองของ กสทช.มีปัญหามาตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินการแล้ว ทั้งการประชาสัมพันธ์ การแจกคูปองในพื้นที่ที่โครงข่ายทีวีดิจิทัลยังไม่ครอบคลุม ซึ่งทำให้ประชาชนไม่รู้จะแลกไปทำไมในเมื่อกล่องใช้งานไม่ได้ หรือการกำหนดขั้นตอนการใช้สิทธิ์ในเฟสแรกที่ยุ่งยาก ต้องมีทั้งคูปองทั้งเอกสารบัตรประชาชน ต้องเดินทางมายืนยันการใช้สิทธิ์ด้วยตัวเอง ขณะที่จำนวนจุดให้บริการแลกสิทธิ์ไม่ครอบคลุม กลายเป็นอุปสรรค จึงมีประชาชนมาใช้สิทธิ์น้อย

“การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลของ กสทช.จึงกลายเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดาวเทียมแทน อย่างฝั่งผู้ประกอบการกว่าจะเบิกเงินได้ก็ยากมาก หลายครั้งแค่รูปถ่ายตอนใช้สิทธิ์ผมสั้น แต่รูปหน้าบัตรประชาชนเป็นผมยาวก็เบิกไม่ได้ ต้องขอเอกสารเพิ่ม และไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ผู้ได้รับสิทธิ์ให้เอกชนทราบ จึงทำให้เอกชนต้องลงทุนมากเพื่อเปิดจุดให้บริการ ขณะที่มาร์จิ้นกล่องมีน้อย ไม่คุ้มทุน ต้องเปลี่ยนเป็นการใช้รถแห่ไปตามชุมชนแทน ซึ่งบางครั้งก็ไม่เจอกับกลุ่มเป้าหมาย ปัจจุบันจึงมีผู้ประกอบการเหลืออยู่ไม่ถึง 10 ราย ต้องปิดตัวไปกว่า 40 ราย”