Skip to content

สั่งลดภาษี 15% อุ้มสตาร์ตอัพ ลงทุนหุ้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ 1 แสน

07 ก.ย. 2560 | 00:30น.
สั่งลดภาษี 15% อุ้มสตาร์ตอัพ ลงทุนหุ้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ 1 แสน

ยกเว้นภาษีส่วนต่างกำไร-ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาให้ผู้ซื้อหุ้น-นักลงทุนในกิจการสตาร์ตอัพ 15% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 แสนบาทในปีภาษีนั้นสำหรับบริษัทจดทะเบียน 1 ต.ค. 58-31 ธ.ค. 61 ตีกรอบต้องถือหุ้นต่อเนื่อง 5 ปี พร้อมขยายเวลาจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่อีก 1 ปี จากเดิมสิ้นสุด 31 ธ.ค. 60 เป็น 31 ธ.ค. 61

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (สตาร์ตอัพ) เปิดเผยว่า บอร์ดสตาร์ตอัพที่มีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ ประโยชน์ทางภาษี และนักลงทุนในสตาร์ตอัพ เพื่อให้เป็นที่น่าดึงดูดใจมากขึ้น

“ในร่างกฎหมายจะมีการเพิ่มการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ Angel Investor ที่ลงทุนในสตาร์ตอัพ ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมกับขยายเวลาการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเพื่อให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เพื่อส่งเสริมสตาร์ตอัพออกไปอีก 1 ปี จนถึง 31 ธ.ค. 2561 จากเดิมหมดแค่ 31 ธ.ค. 2560” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ให้แก่ Angel Investor ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ที่ลงทุนซื้อหุ้นของกิจการสตาร์ตอัพ กำหนดให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหุ้นของกิจการสตาร์ตอัพมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 แสนบาทสำหรับปีภาษีนั้น โดยไม่รวมถึงเงินได้ของห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลและกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และผู้มีเงินได้ต้องถือหุ้นในกิจการสตาร์ตอัพไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน

แหล่งข่าวกล่าวว่า นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว จะต้องลงทุนในสตาร์ตอัพตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจนถึง 31 ธ.ค. 2561 และต้องถือหุ้นของสตาร์ตอัพต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน ขณะที่สตาร์ตอัพจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่ 1 ต.ค. 2558 ถึง 31 ธ.ค. 2561 มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท

ขณะเดียวกันสตาร์ตอัพต้องมีการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และต้องมีรายได้ที่เกิดจากการขายสินค้าและบริการจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีประกอบด้วย อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร, เพื่อประหยัดพลังงาน ผลิตพลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด, ฐานเทคโนโลยีชีวภาพ, การแพทย์และสาธารณสุข, การท่องเที่ยว บริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์, วัสดุก้าวหน้า, อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องประดับ, ยานยนต์และชิ้นส่วน, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และบริการสารสนเทศ และ การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม หรืออุตสาหกรรมใหม่

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในฐานะกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ กล่าวว่า ร่างกฎหมายสตาร์ตอัพ จะมีการให้สิทธิพิเศษทางภาษีกับผู้ประกอบการ

“ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ให้สิทธิพิเศษภาษีกับสตาร์ตอัพ โดยการยกเว้นภาษีนิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้ของกองทุนร่วมลงทุน (VC) เป็นเวลา 10 ปี โดยธรรมชาติของธุรกิจเกิดใหม่ การดำเนินการในปีแรก ๆ จะมีผลขาดทุน ทำให้เจ้าของกิจการไม่ได้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์จากภาษีนี้เต็มที่มากนัก ซึ่งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี จะทำให้เจ้าของกิจการ รวมถึงผู้ร่วมลงทุนได้รับประโยชน์จากภาษีมากขึ้น” นายพันธุ์อาจกล่าว

บอร์ดสตาร์ตอัพมีแผนจะเสนอให้มีการใช้มาตรา 44 ในการผลักดันเพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ทันต้นปี 2561