เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (8 ก.ค.) ‘หนือ-อีสาน’ ยังมีฝนตกหนัก 60% ของพื้นที่ ‘กทม.’ ฝน 20%
Economic พยากรณ์อากาศ (8 ก.ค.) ‘หนือ-อีสาน’ ยังมีฝนตกหนัก 60% ของพื้นที่ ‘กทม.’ ฝน 20%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ค.) ปรับลง 1.55% อยู่ที่ 63,379 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ค.) ปรับลง 1.55% อยู่ที่ 63,379 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
กบน. หั่นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลดลง 2.56 บาท เบนซินทุกชนิดลด 2.51 บาท
Economic กบน. หั่นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลลดลง 2.56 บาท เบนซินทุกชนิดลด 2.51 บาท
ไอ.ซี.ซี. เดินหน้า “ICC Green Legacy” จับมือทัพเรือภาคที่ 1 ลุยบิ๊กคลีนนิ่งขยะชายหาดหัวหิน
SD ไอ.ซี.ซี. เดินหน้า “ICC Green Legacy” จับมือทัพเรือภาคที่ 1 ลุยบิ๊กคลีนนิ่งขยะชายหาดหัวหิน
ก.ล.ต.ยันตรวจยิบ “สุภาพร พิมพงษ์”แจ้งซื้อขายหุ้นถึง 6 บริษัท ลั่นเชือดแน่หากรายงานเท็จ
Finance ก.ล.ต.ยันตรวจยิบ “สุภาพร พิมพงษ์”แจ้งซื้อขายหุ้นถึง 6 บริษัท ลั่นเชือดแน่หากรายงานเท็จ
การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
Real Estate การเคหะ ช่วยคนไทยมีบ้าน เปิดโปรลดราคาสูงสุด 20% ผ่อนปีแรกดอกเบี้ย 0%
กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
Politics กมธ.งบฯ 70 บี้สำนักนายกฯ ตั้งคำถาม “ป.ย.ป.” ซ้ำซ้อน ยื่นข้อเสนอยุบเลิก
คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
Politics คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
Business การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
ดูทั้งหมด

ประเด็นการค้าสหรัฐ-จีนเดือด ธปท.ลดดอกเบี้ย 0.25% ตามเฟด

09 ส.ค. 2562 | 18:58น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 30.83/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 30.87/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่น ๆ ในตลาด ภายหลังจากที่มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทางสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 164,000 ตำแหน่ง ในเดือนกรกฎาคมที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 165,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 3.7% รวมถึงการที่ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาประกาศในวันศุกร์ (2/8) ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มอีก 10% คิดเป็นมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน ส่งผลให้เกิดการลดการถือครองค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากความกังวลของนักลงทุนจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดูจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้

ล่าสุดในเช้าวันจันทร์ (5/8) จีนได้ปล่อยไม้ตายเพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลสหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม 10% มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดค่าเงินหยวน จนทำให้เงินหยวนอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี ทะลุระดับจิตวิทยาที่ 7,000 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในวันอังคาร (6/8) มีแถลงการณ์เพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การกระทำของจีนเป็นการปั่นค่าเงิน และทางสหรัฐจะร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขจัดการแข่งขันที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรมของจีน นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กด้วยว่า รัฐบาลจีนได้สั่งการให้บริษัทของรัฐบาลระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายชาง จุน เอกอัครราชทูตจีนคนใหม่ประจำสหประชาชาติ (UN) เคยเปิดเผยว่า จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิของประเทศ และระบุว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนนั้น เป็นการกระทำที่ไม่มีเหตุผล

สำหรับปัจจัยในประเทศไทยนั้น ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในสัปดาห์อยู่ที่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งมีขึ้นในวันพุธที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยในวันพุธค่าเงินบาทได้เคลื่อนไหวอ่อนค่าในระยะสั้นหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติ 5 เสียงต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% โดยในการประชุมได้มีถ้อยแถลงของนายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน กล่าวว่าการใช้นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายนั้นจะเอื้อต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ และช่วยเกื้อหนุนอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย ในขณะที่กรรมการอีก 2 ท่านเห็นสมควรว่าให้คงดอกเบี้ยไว้เนื่องจากมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้อาจไม่ได้ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มได้มากนัก อย่างไรก็ดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงมีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้น จึงเห็นสมควรให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.70-30.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (9/8) ที่ระดับ 30.2/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 1.1125/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 1.1107/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยหลังจากตลาดเปิดทำการซื้อขาย ค่าเงินยูโรค่อย ๆ ฟื้นตัวจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตาประเด็น Brexit อย่างใกล้ชิด โดยทางอียูยังคงยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาเรื่องข้อตกลงใหม่กับอังกฤษและย้ำว่าข้อตกลงที่เคยได้ทำไว้กับนางเทเรซา เมย์ ถือเป็นข้อตกลงที่ดีที่่สุดแล้ว ซึ่งหากไร้การเจรจาจริงอาจทำให้อังกฤษเลือกออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงได้ ค่าเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันในบางช่วงจากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซน โดยสำนักงานสถิติของเยอรมนีรายงานในวันพุธ (7/8) ว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงในเดือนมิถุนายน โดยเป็นผลจากการลดลงของยอดการผลิตสินค้าขั้นกลางและสินค้าทุน ตัวเลขเศรษฐกิจนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีอาจหดตัวลงในไตรมาส 2

ทั้งนี้ ผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง 1.5% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1 ในเดือนพฤษภาคมและลดลงมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ที่ 0.4% โดยนักลงทุนหลายรายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในเยอรมนีอาจหดตัวลงในไตรมาส 3 เช่นกัน เนื่องจากภาคการส่งออกได้รับแรงกดดันจากสงครามทางการค้า และความไม่แน่นอนเรื่องการแยกตัวของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป (Brexit) ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 51.5 ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 52.2 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ขยับลงเล็กน้อยแตะ 53.2 ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 53.6 ในเดือนมิถุนายนและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนี ปรับตัวลงเช่นกัน โดยลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนกรกฎาคม จากระดับ 55.8 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1101-1.1249 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 1.1186/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 106.09/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 106.58/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ดี นายโยชิกิ ทาเคอูชิ รมช.คลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นได้ออกมากล่าวหลังการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการคลัง, ธนาคารกลางญี่ปุน และสำนักงานบริการทางการเงินว่า ญี่ปุ่นพร้อมจะดำเนินการในตลาดเงิน ถ้าการแข็งค่ามากเกินไปของเยอรมนีผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 105.48-107.07 เยน/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 105.94/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ