เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
ดูทั้งหมด

“เสิ่นเจิ้น” ในมุมนักธุรกิจ ยากที่จะแทน “ฮ่องกง”

05 ก.ย. 2562 | 16:30น.

เหตุการณ์ประท้วง “กฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ในฮ่องกง ที่เป็นการต่อต้านรัฐบาลจีนได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการเงินของโลกแห่งนี้ต้องประสบภาวะชะงักงัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศเตรียมพัฒนาเมือง “เสิ่นเจิ้น” เป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก เพื่อลดการพึ่งพาฮ่องกงในการทำธุรกิจร่วมกับชาติตะวันตก

แต่ในสายตาของนักธุรกิจกลับมองว่า นโยบายใหม่ของจีนที่จะสร้างเสิ่นเจิ้นขึ้นมาแทนที่ฮ่องกงกลับ “ประสบความสำเร็จได้ยาก”

แม้ว่าปัจจุบัน เสิ่นเจิ้นจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่จีนมีนโยบายสนับสนุนเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) เพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจในแบบเดียวกันกับ “ซิลิคอนวัลเลย์” ของสหรัฐอเมริกา โดยปีที่ผ่านมา จีดีพีของเสิ่นเจิ้นเติบโตถึง 7.6% แซงหน้าจีดีพีของฮ่องกงที่โตเพียง 3%

ปัจจุบันเสิ่นเจิ้นเป็น 1 ใน 18 เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน และเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น “DJI” บริษัทผู้ผลิตโดรนเพื่อการพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในโลก “เทนเซ็นต์” บริษัทเกมรายใหญ่สุดของโลก และ “หัวเว่ย” ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่

หลังเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงที่กินเวลายาวนานถึง 13 สัปดาห์ ทำให้จีนหันมาประกาศพัฒนาเสิ่นเจิ้นให้เป็นเมืองต้นแบบทางเศรษฐกิจตามแนวทาง “สังคมนิยมแบบจีน” ทั้งยังได้ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจอ่าว ด้วยแผนการปฏิรูปเสิ่นเจิ้น ทั้งในด้านกฎหมาย การเงิน ระบบสาธารณสุข และด้านสังคม

อย่างไรก็ตาม “วอเตอร์ เฉิง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์ “สตอร์ม ฮาร์เบอร์ ซีเคียวริตีส์” (Storm Harbour Securities) ที่ปรึกษาทางการเงินระดับโลก ระบุว่า จะอย่างไรก็ตามจีนก็ไม่มีทางเลือกและยังคงต้องพึ่งพาฮ่องกงเป็นประตูสู่โลกตะวันตก

ความพยายามสร้างเสิ่นเจิ้นขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของธุรกิจนานาชาติยังคงเป็นที่กังขาของภาคธุรกิจ เนื่องจากกังวลว่า การทำธุรกิจในเสิ่นเจิ้นจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีนหรือไม่

ผลกระทบจากการประท้วงแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจเอกชนกำลังถูกกดดันอย่างหนักท่ามกลางสถานการณ์ชุมนุมที่รุนแรงขึ้น อย่างกรณีสายการบิน “คาเธ่ย์แปซิฟิค” ที่ถูกกดดันให้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของการบินพลเรือนแห่งชาติจีน ด้วยการปลดพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมด ขณะที่ซีอีโอคนเก่าได้ประกาศลาออกในท้ายที่สุด

“การบังคับให้ภาคธุรกิจเปิดเผยจุดยืนทางการเมืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี ผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ดี และถ้าสภาพแวดล้อมยังคงเป็นเช่นนี้ ทุกคนต้องประกาศจุดยืนทางการเมืองของตน นั่นจะทำให้บริษัทข้ามชาติไม่เห็นด้วย”

เฉิงระบุด้วยว่า แม้บริษัทที่มีธุรกิจอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่จะยังคงอยู่ต่อไป แต่สภาวะดังกล่าวจะทำให้บริษัทข้ามชาติตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังที่อื่นอย่างสิงคโปร์ แทนที่จะย้ายมายังเสิ่นเจิ้นอย่างที่รัฐบาลจีนคาดหวัง

นอกจากนี้ เสิ่นเจิ้นยังเป็นไปได้ยากมากที่จะแทนที่ฮ่องกงในฐานะฮับทางการเงิน เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกงถูกผูกกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่าเงินหยวนที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาลจีน ทำให้นักลงทุนมั่นใจในการทำธุรกิจในฮ่องกงมากกว่า

“ในเชิงเทคนิค จีนสามารถสร้างเสิ่นเจิ้นให้เหมือนฮ่องกงได้ไม่ยาก ด้วยการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ รวมถึงให้เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล แต่ฮ่องกงยังคงมีคุณสมบัติที่สามารถปรับตัวได้และมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ มากกว่า ซึ่งช่วยให้ภาคธุรกิจแข่งขันได้ในตลาดโลก อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากจีนแผ่นดินใหญ่” เฉิงกล่าว

ทั้งนี้ นายเฉิงยังมองว่า แม้ฮ่องกงจะไม่สามารถแซงหน้าเสิ่นเจิ้นในภาคเทคโนโลยีได้ แต่ฮ่องกงยังมีภาคอุตสาหกรรม การเงิน และการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นทางออกที่ดีจึงควรเป็นการสร้างเสิ่นเจิ้นให้เป็นเมืองนานาชาติอีกแห่งหนึ่งควบคู่ไปกับฮ่องกง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประท้วงฮ่องกง