เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
Finance ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
Economic ‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
Automotive อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
ดูทั้งหมด

ทิสโก้คาดปี’63 ราคาน้ำมัน WTI ร่วงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ฯ

15 ต.ค. 2562 | 13:12น.

กูรูทิสโก้ชี้ปีหน้ามีโอกาสเห็นราคาน้ำมัน WTI ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มโอเปกยังคงขัดแย้ง ผลิตน้ำมันเกินข้อตกลง ขณะที่กำลังการผลิตนอกกลุ่มโอเปคยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า ประเมินว่าในปี 2563 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อาจปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลได้ เนื่องจาก ความขัดแย้งในกลุ่มโอเปก (OPEC) เริ่มมีสัญญาณรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบฐานะการเงินที่ย่ำแย่ของประเทศสมาชิก ทำให้คาดว่ามีโอกาสน้อยมากที่การลดปริมาณการผลิตเพิ่มเติมของกลุ่ม OPEC จะทำได้สำเร็จ หากเป็นเช่นนั้นตลาดน้ำมันโลกก็จะเข้าสู่ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupplied) ในที่สุด

“แม้เหตุโจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดิอาระเบีย เมื่อกลางเดือน ก.ย. จะกระทบต่อกำลังการผลิตของซาอุฯ อย่างรุนแรง และทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันรวมของกลุ่ม OPEC ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางซาอุฯ สามารถฟื้นฟูกำลังการผลิตกลับมาได้แล้วทั้งหมดภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังถูกโจมตี ซึ่งน่าจะทำให้กำลังการผลิตของซาอุฯ กลับมาสู่ระดับปกติได้ในเดือน ต.ค. และ หากไม่นับการลดลงของซาอุฯ ปริมาณการผลิตของสมาชิก OPEC อื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอิรัก ไนจีเรียและเอกวาดอร์ ซึ่งผลิตเกินกว่าโควต้ามาโดยตลอด รวมไปถึงรัสเซียซึ่งแม้จะผลิตต่ำกว่าโควต้า แต่ก็ผลิตเพิ่มขึ้นมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นถึงการขาดวินัยในการปฏิบัติตามข้อตกลงลดปริมาณการผลิตของกลุ่ม OPEC+” นายคมศรกล่าว

นอกจากนั้น ยังมีข่าวตามมาอีกว่า ประเทศเอกวาดอร์ประกาศจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก OPEC ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 นี้ หลังประสบปัญหาทางด้านการเงินภายในประเทศ และต้องการที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อหารายได้เข้าประเทศ แม้เอกวาดอร์จะเป็นผู้ผลิตน้ำมันขนาดเล็ก ซึ่งผลิตน้ำมันดิบเพียง 5.4 แสนบาร์เรลต่อวัน

และหากเทียบกับปริมาณการผลิตสูงสุดในปี 2557 เอกวาดอร์จะมีศักยภาพในการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นได้อีกเพียง 2.4 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่ออุปทานโลกมากนัก แต่การถอนตัวของเอกวาดอร์ ก็ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC ที่คุกรุ่นมานาน ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันตกต่ำเรื้อรังในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เอกวาดอร์ไม่ใช่ประเทศแรกที่ถอนตัวจากกลุ่ม OPEC โดยก่อนหน้านี้ กาตาร์ และอินโดนีเซีย ได้ประกาศถอนตัวมาแล้วเมื่อต้นปี 2562 และ 2560 ตามลำดับ โดยการ์ต้าอ้างถึงความไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจของกลุ่ม OPEC ในการถอนตัว ในขณะที่อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ซึ่งการพยามควบคุมการผลิตเพื่อดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นนั้นส่งผลเสียต่อประเทศมากกว่าผลดี

อย่างไรก็ตาม มองไปข้างหน้า ความท้าทายของกลุ่ม OPEC นั้นไม่ใช่แค่เพียงการพยามควบคุมปริมาณการผลิตให้อยู่ภายใต้โควต้าที่ตกลงกันไว้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการพยามลดปริมาณการผลิตเพิ่มเติมอีกเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอุปทานล้นตลาดในปีหน้า หากอ้างอิงตัวเลขจากรายงาน Monthly Oil Market Report ของ OPEC ฉบับเดือน ต.ค. 2562

ซึ่งคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอลง) ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากนอกกลุ่ม OPEC จะเติบโตขึ้น 2.20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หมายความว่า หาก OPEC ยังผลิตน้ำมันเท่าเดิม ตลาดน้ำมันโลกจะเข้าสู่ภาวะ Oversupplied ในปี 2563 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Advertisement

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารทิสโก้