เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พูนพงษ์” ชู Unlocking New Growth ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย
Economic “พูนพงษ์” ชู Unlocking New Growth ปลดล็อกเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 68,800 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านขนส่งในทะเลแดง-ช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางความเสี่ยงด้านขนส่งในทะเลแดง-ช่องแคบฮอร์มุซ
ความลับในงาน HR รั่วที่ใคร ?
SD Talk ความลับในงาน HR รั่วที่ใคร ?
บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
Business บำรุงราษฎร์ขยายศูนย์จักษุ ลุยปักธงฮับเคสยากอาเซียน
ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (11 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 ก.ย. 69) ภาคใต้ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ก.ย. 69) ปรับลง 2.18% อยู่ที่ 76,672 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
Economic นับถอยหลัง Gastech 2026 โลกถกพลังงานผันผวน-ไทยมุ่งคุมก๊าซ
ดูทั้งหมด

บอร์ด SCC ไฟเขียวแผนขายไอพีโอ SCGP ไม่เกิน 30% ทุนจดทะเบียน หวังขยายธุรกิจ

29 ต.ค. 2562 | 00:53น.

SCC แจ้งตลาดหลังบอร์ดไฟเขียวแผนนำ “เอสซีจี แพคเกจจิ้ง” (SCGP) เสนอขายหุ้น IPO หวังใช้ขยายธุรกิจ-ปรับโครงสร้างการเงิน-เป็นทุนหมุนเวียนกิจการ

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (SCC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ (SCGP) และอนุมัติการนำหุ้นสามัญของ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกำหนดสัดส่วนจำนวนหุ้นที่จะเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 30% ของทุนชำระแล้วของ SCGP ภายหลังการเพิ่มทุน

ทั้งนี้ SCGP จะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้น IPO ไปใช้ลงทุนในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของ SCGP

ขณะที่ SCC จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้มีอำนาจควบคุมของ SCGP โดยที่ SCGP จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทเช่นเดิม โดยบริษัทจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใน SCGP สัดส่วนไม่ต่ำกว่า 70% ของทุนชำระแล้วของ SCGP ภายหลังการเพิ่มทุน

โดย ณ วันที่ 28 ต.ค.62 บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ (SCGP) มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 1,563,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 156,300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยสัดส่วนการถือหุ้นของ SCC ใน SCGP คิดเป็น 99.04% ขณะที่ผลประกอบการของ SCGP ในช่วงปี 2559-2561 มีรายได้อยูที่ 74,542 ล้านบาท, 81,455 ล้านบาท, 87,255 ล้านบาท (ตามลำดับ) ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,851 ล้านบาท, 5,374 ล้านบาท, 6,826 ล้านบาท (ตามลำดับ)

ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.62) มีรายได้อยู่ที่ 41,529 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้อยู่ที่ 43,773 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,884 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,362 ล้านบาท

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เราเล็งเห็นว่าธุรกิจแพคเกจจิ้งมีศักยภาพที่โดดเด่น และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีอัตราการบริโภคและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะสำหรับบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าที่ซื้อขายผ่านช่องทาง E-commerce โดยเฉพาะในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่สูงและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมากและต่อเนื่องในอนาคต โดยในปี 2561 ตลาดแพคเกจจิ้งในอาเซียนมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์

ดังนั้น เพื่อให้สามารถเร่งสร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพการเติบโตของธุรกิจแพคเกจจิ้งในภูมิภาค ทั้งในด้านฐานการผลิตและการตลาดให้ตอบสนองกับความต้องการในตลาดได้ดีมากยิ่งขึ้น บริษัทจึงได้อนุมัติแผน SCGP เข้าตลาดหุ้น

โดยธุรกิจแพคเกจจิ้งของเราจะยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาจุดแข็งและสร้างโอกาสทั้งในด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีวัสดุหลากหลายประเภท (Multi-materials) ทั้งกระดาษและพอลิเมอร์ พร้อมการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated packaging solutions provider) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ผ่านการเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับโลก และการควบรวมหรือการซื้อกิจการ (Merger & Acquisition: M&A) ในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพการเติบโต

โดยในปี 2562 ได้มีการเข้าซื้อ PT Fajar Surya Wisesa Tbk. ในอินโดนีเซีย และบริษัท วีซี่ แพ็คเกจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในไทย ตลอดจนการมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ทั้งในไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ให้สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลิตที่ธุรกิจแพคเกจจิ้งมีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชั้นนำระดับสากลได้อย่างครอบคลุมและครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย