เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตามาตรการโต้ตอบเกาหลีเหนือ

15 ก.ย. 2560 | 19:30น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 11 กันยายน-15 กันยายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (11/9) ที่ระดับ 33.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/9) ที่ระดับ 33.09/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังจากที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี โดยประเทศเกาหลีเหนือไม่ได้มีการยิงขีปนาวุธอย่างที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์ไว้เพื่อเฉลิมฉลองในวันชาติที่ 9 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งนักลงทุนได้คลายความกังวลต่อผลกระทบของพายุเฮอริเคนเออร์มาที่ได้ลดระดับความรุนแรงลง ซึ่งได้สร้างความเสียหายน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวในทิศทางเชิงบวกหลังจากที่ นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีถือเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญสูงสุด และหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้การอนุมัติต่อการปฏิรูปภาษีดังกล่าว ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปกฎหมายภาษีสหรัฐ แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคหลายประการในการดำเนินการในปีนี้ ซึ่งนายมนูชินกล่าวว่า เป้าหมายของประธานาธิบดีทรัมป์ในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จ เมื่อพิจารณาถึงประเด็นงบประมาณ ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดี (14/9) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน ส.ค. โดยดัชนี CPI ดีดตัวขึ้น 0.4% ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือน ก.ค. ทั้งนี้ ดัชนี CPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้น 6.3% ของราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. หลังจากพายุเฮอร์ริเคนวีย์พัดถล่มรัฐเท็กซัสของสหรัฐ จนทำให้โรงกลั่นน้ำมันจำนวนมากต้องปิดการดำเนินงานชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะเฝ้าจับตาดูมาตรการตอบโต้ของนานาประเทศ ต่อเกาหลีเหนือหลังจากที่ในเช้าวันศุกร์ (15/9) ทางการเกาหลีเหนือได้มีการทดสอบขีปนาวุธเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนตกลงสู่น่านน้ำใกล้ฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น

ในด้านของประเทศไทย ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11/9) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำกว่าปัจจุบันที่ 1.5% เพื่อช่วยดูแลเศรษฐกิจภาพรวม รวมถึงชะลอเงินทุนที่ไหลเข้ามาในประเทศเพื่อลดการแข็งค่าของค่าเงินบาท อีกทั้งยังเป็นการช่วยดูแลอัตราเงินเฟ้อหลังจากช่วงที่ผ่านมาเงินเฟ้อของไทยต่ำกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ยอมรับว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจและการส่งออก และเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยไทยไม่ต้องการให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าคู่แข่งเพราะจะทำให้เป็นปัญหาในการแข่งขัน ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังดูมาตรการที่เหมาะสมอยู่เพื่อออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ พร้อมปรับตัวแข็งค่าในช่วงท้ายสัปดาห์ จากปัจจัยการไหลเข้าของเงินทุน ซึ่งสอดคล้องกับการแถลงการณ์ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมายอมรับว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะนี้ถือว่าแข็งค่าสุดในภูมิภาค ซึ่งหลัก ๆ มาจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้นยังมาจากนักลงทุนต่างชาติคลายความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้มั่นใจมากขึ้นในการนำเงินเข้ามาลงทุน รวมทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดีทำให้ไทยเกินดุลการค้า อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท.จะจับตาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มขึ้นในช่วงต่อจากนี้ หลังจากช่วงที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วและมีมาตรการเตรียมไว้แล้ว พร้อมจะนำมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ขณะที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันยังอยู่ในระดับเหมาะสมและผ่อนคลายเพียงพอ เอื้อต่อการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ ตลอดจนสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทยอยปรับตัวสูงขึ้นและกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะข้างหน้า โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.04-33.14 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันจันทร์ (11/9) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2011/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/9) ที่้ระดับ 1.2059/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8/9) สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผยว่า ยอดส่งออกเดือน ก.ค.ปรับขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.25% ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.2% นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน ก.ค.ขยายตัวเพียง 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7% โดยในวันอังคาร (12/9) ศูนย์สถิติยูโรแสตท รายงานตัวเลข CPI ของประเทศเยอรมนีและเสปนทรงตัวที่ระดับ 1.8% และ 1.6% ตามลำดับ นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.9% ในเดือนสิงหาคมจากระดับ 2.6% ในเดือนกรกฎาคม ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายฌอง คล็อต ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) แถลงนโยบายและผลงานประจำ (State of the Union) ต่อรัฐสภายุโรป ณ เมืองสตาสบูร์กของฝรั่งเศส (13/9) โดยระบุว่าเศรษฐกิจยุโรปกำลังปรับตัวดีขึ้นจากช่วงวิกฤต โดยได้รับแรงหนุนที่ดีและส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างสดใส ทั้งนี้ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องใช้เวลานี้เพื่อทำให้สิ่งที่เริ่มไว้นั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และระมัดระวังไม่ให้กระทบการเติบโตมากเกินไป ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปมีกำหนดการแถลงต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติ เพื่อเสนอวาระการปฏิบัติหน้าที่ขณะที่ตนต้องดำรงตำแหน่งดังกล่าวอีก 2 ปี โดยเขาจะพ้นตำแหน่งหลังประเทศอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการเพียงไม่นาน โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1882-1.1926 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/9) ที่ระดับ 1.1922/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันจันทร์ (11/9) ที่ระดับ 108.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/9) ที่ระดับ 107.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนักลงทุนได้คลายความวิตกกังวลจากสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8/9) รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2 ลงสู่ระดับ 2.5% จากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าจะขยายตัว 4.0% เมื่อเทียบรายปี แต่อย่างไรก็ตามเช้าวันที่ (12/9) รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของภาคเอกชนในเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบเป็นรายเดือนสู่ระดับ 8.533 แสนล้านเยน (7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการผลิต ทั้งนี้รายงานระบุว่ายอดสั่งซื้อจากภาคการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% สู่ระดับ 3.557 แสนล้านเยน ส่วนความต้องการเครื่องจักรของญี่ปุ่นในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรวัดการส่งออกในอนาคตนั้น ปรับตัวขึ้น 9.1% แตะที่ระดับ 9.959 แสนล้านเยน นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับค้าส่ง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 9 อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ราคาผู้ผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 แต่ตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงไปไม่ถึงเป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% เนื่องจากค่าแรงยังคงขยายตัวอย่างจำกัด และภาคธุรกิจลังเลที่จะผลักภาระต้นทุนไปให้กับผู้บริโภค เพราะเกรงว่าจะทำให้อุปสงค์ชะลอตัวลง ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญของ BOJ นั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี แม้ BOJ ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินผ่านโครงการซื้อพันธมิตรรัฐบาลมูลค่ามหาศาลก็ตาม ตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.70-109.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/9) ที่ระดับ 110.71/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ