เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ชี้เทรนด์เศรษฐกิจ “ปีชวด” “โอกาส” ยังมี…แม้จีดีพีโตต่ำ

18 ธ.ค. 2562 | 16:01น.

อีกไม่กี่วันจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ปี 2020 (พ.ศ. 2563) แล้ว ใคร ๆ ต่างก็อยากรู้ว่าภาวะเศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นอย่างไร โดย “ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้บรรยายพิเศษ “Thailand 2020 Economic Outlook” ในงานสัมมนา “เชียงใหม่ 2020 #เปลี่ยน ก่อนถูกเปลี่ยน” ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

เศรษฐกิจโลกกระทบไทยแต่ยังไม่วิกฤต

“ดร.อมรเทพ” ฉายภาพว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเปิด และเศรษฐกิจมีขนาดเล็ก ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในภาคต่างประเทศย่อมมีผลกระทบมาถึงในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน หรือการที่นักท่องเที่ยวจีนไม่มาเที่ยวไทยในช่วงหนึ่ง โดยที่ผ่านมามักได้ยินเสียงบ่นกันบ่อยครั้งว่าเศรษฐกิจไม่ดี “ปีนี้เผาจริง ปีหน้าเผาหลอก” ซึ่งปีหน้า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะโต 2% ส่วนจีนก็อาจจะโตต่ำกว่า 6% ซึ่งเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ก็แค่โตช้าลง ไม่ใช่เกิดวิกฤต จึงไม่น่ากังวล อย่างไรก็ดี สงครามการค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่หนีไม่พ้น เพราะไทยส่งออกไปสหรัฐกับส่งออกไปจีนเป็นอันดับต้น ๆ โดยสงครามการค้าจะยืดเยื้อไม่จบง่าย ๆ เพราะเป็นเรื่องที่อเมริกันพยายามกดไม่ให้จีนโตเร็ว

“อยากให้มองว่าเป็นสงครามจิตวิทยาที่พยายามกีดกันจีนไม่ให้เติบโต แต่จีนก็มีช่องทาง สุดท้ายอาจจะแผ่มาทางภูมิภาคอาเซียนมากขึ้นก็ได้ วันนี้ถ้าใครมีคู่ค้ากับจีน หรือยังไม่มีก็ต้องพยายามหาพันธมิตรให้ได้ ผมมองจีนในแง่บวกเพราะมีการปรับตัว มีการกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาล ดังนั้น ในสงครามการค้าจีนก็มีไพ่ในมือ วันนี้สหรัฐก็ไม่สามารถล้มจีนได้ ดังนั้น จีนก็ยังโตต่อไป เพียงแต่ไม่ได้โตเร็วเหมือนในอดีตเท่านั้นเอง การทำการค้ากับจีนก็ยังไปได้”

สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้ “ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า คาดว่าจะโตที่ 2.4% โดยในไตรมาส 3 ยังมีส่วนที่ขับเคลื่อนได้ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสันทนาการ เครื่องดื่มที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ รวม ๆ แล้วก็คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวยังเติบโตได้ แต่หากเกี่ยวกับกำลังซื้อในประเทศ อย่างเช่น รถยนต์ เริ่มสะท้อนว่ากำลังซื้อไม่ได้โต ความเชื่อมั่นไม่ได้สูงเหมือนในอดีต ยอดขายก็อาจจะแผ่ว ดังนั้น ถือว่ายังมีโอกาส สิ่งสำคัญคือ ต้องหาตลาด หากำลังซื้อให้เจอ

ส่วนในมุมต้นทุนของธุรกิจปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยไป 2 ครั้ง ปัจจุบันอยู่ที่ 1.25% ถือว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สภาพคล่องยังล้น ซึ่งต้องดูว่าจะเอื้อให้เกิดการลงทุน การดำเนินธุรกิจ หรือกู้ยืมเงินให้เกิดการบริโภคได้แค่ไหน แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ผ่อนคลายมากขึ้น

ชี้เทรนด์ “ค่าเงินบาท-ดอกเบี้ย

ทั้งนี้ มองไปปีหน้ามีความเป็นไปได้ว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ย หากคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าโตช้า โตต่ำกว่าที่คาด อย่างไรก็ดี ธปท.ก็กังวลว่าถ้าดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ก็จะเกิดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ก็จะเกิดปัญหาเสถียรภาพการเงินตามมา จึงต้องมองหลายมิติ

“ผมเชื่อว่าปีหน้า น่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% แล้วก็ใช้เครื่องมืออื่น ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก เชื่อว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตครั้งเดียวเงินบาทก็หลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว”

ทั้งนี้ค่าเงินบาทปีหน้า ไม่น่าจะเห็นการแข็งค่าขึ้น 7-8% เหมือนที่ผ่านมา โดยน่าจะแข็งขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี ต้องระวังในไตรมาสแรกมีโอกาสแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีความเป็นไปได้ที่ 29.7 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนปลายปีน่าจะอยู่ที่ 29.5 บาทต่อดอลลาร์

หนุนรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีหน้า “ดร.อมรเทพ” กล่าวว่า ในการประชุม กนง.น่าจะเห็น ธปท.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีหน้าลง ขณะที่ทางซีไอเอ็มบี ไทยคาดการณ์ว่าจะเติบโต 2.7% ต่อปี จากเดิมคาดโต 2.8% แต่ก็ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ โดยการส่งออกน่าจะพลิกเป็นบวกได้ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนน่าจะฟื้นได้ในครึ่งหลังของปี และภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้าคาดว่าจะเติบโตดีขึ้นค่อนข้างมากในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกอยู่ที่การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่ยังต่ำ ดังนั้น รัฐบาลยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก โดยงบประมาณจะผ่านสภาในเดือน ม.ค. หลังจากนั้น ก็น่าจะเห็นการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา ขณะที่ภาคเกษตรของไทยที่อ่อนแอมาหลายปีแล้ว แต่อย่างน้อยก็มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรก็น่าจะประคองไปได้

“เศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าศักยภาพ เนื่องจากเน้นการส่งออกสูง ขณะที่การลงทุนลดสัดส่วนลงเรื่อย ๆ เทียบกับจีนที่หันมาพึ่งเศรษฐกิจในประเทศ พึ่งการลงทุนมากขึ้น จึงเป็นโจทย์ที่ต้องคิดว่า เริ่มเห็นการลงทุนเกิดขึ้นหรือยัง อย่างในภาคตะวันออกเริ่มเห็นการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ผมไปสำรวจมาก็เริ่มเห็นบริษัทต่าง ๆ เริ่มลงทุน แต่ก็ไม่เหมือนเดิมเพราะหันไปใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น แล้วก็เริ่มเห็นการย้ายฐานของจีนมาลงทุนในไทยมากขึ้น”

เศรษฐกิจปีชวด “หนูสองตัว”

“ดร.อมรเทพ” กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจปีหน้าที่เป็นปีชวด เหมือนหนูสองตัว คือ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยหนูที่เป็นโอกาส คือ ช. เชิญชวนย้ายฐาน การลงทุนน่าจะเป็นปัจจัยบวก, ว. วาดแผนการคลัง เชื่อว่าหลังงบประมาณออกได้การลงทุนภาครัฐจะเดินหน้าเต็มที่ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนได้ และ ด. ดันท่องเที่ยวหนุนไทย เป็นอีกปัจจัยบวกของไทย ส่วนหนูที่ท้าทาย คือ ช.ช้ำบ้านล้นตลาด ซึ่งก็สะท้อนว่ากำลังซื้อยังอ่อนแอ แต่คงไม่เหมือนวิกฤตปี 2540 โดยผู้ประกอบการยังสามารถปรับตัวได้, ว. วุ่นค่าบาทผันผวน บาทยังแข็งค่าในปีหน้า แต่ไม่ถึง 7-8% เท่าปีนี้ และ ด. ดวลเดือดจีน-มะกัน สงครามการค้ายังอยู่แต่ไม่รุนแรงมากนัก

“ปีชวดที่เป็นหนูสองตัว ก็คือ ยังมีทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับเศรษฐกิจไทยที่ยังต้องจับตากันอยู่ โดยภาพรวมทางออกก็มี ถ้าภาครัฐอยากกระตุ้นกำลังซื้อระดับกลาง ก็สามารถที่จะลดภาษีได้ หรืออย่างน้อยก็ออกแบบนโยบายให้กระจายอำนาจทางการคลังไปสู่ภูมิภาคมากขึ้น” ดร.อมรเทพกล่าวสรุป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ดอกเบี้ย