เละทุกพรรค!
คอลัมน์สามัญสำนึก
อิศรินทร์ หนูเมือง
แม้ว่ารัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะเป็นจุดร่วมของฝ่ายบริหาร กุมหัวใจฝ่ายนิติบัญญัติ เข้าถึงอำนาจตุลาการ และคลุกวงใน “ดุลอำนาจที่ 4” อย่างพิเศษยิ่ง
จึงทำให้แกนนำรัฐบาล เฉพาะอย่างยิ่งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มั่นใจว่า “สภาผู้แทนฯ” จะอยู่ครบเทอม
ขณะที่ฝ่ายบริหาร ก็มีบุคคลระดับ “บิ๊กเนม” เข้ามาเสริมทัพ-ต่อขาเก้าอี้ในตึกไทยคู่ฟ้า เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนักการเมืองขาใหญ่จากต่างพรรค แห่เข้าประจำ “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ท่วมทำเนียบ
แต่สนิมในเรือเหล็ก ก็ทวีความรุนแรง-ขยายผล ขยายแผลเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งแผลที่เกิดจากความพยายามสร้างดุลอำนาจใหม่ในพรรค เพื่อดัน “มุ้งบิ๊กป้อม” ขึ้นครอบทั้ง 6 ก๊ก แต่ก็ต้องพ่ายเกม-เสียทีให้ “กลุ่มสามมิตร-4 กุมาร”
การชิงตัว “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เหาะเหินเกินลงกา จากประชาธิปัตย์-เข้าทำเนียบ-ทะลุไปนั่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ด้วยเคล็ดวิชาก้นหีบ “ประชาธิปัตย์” ในแกนนำพลังประชารัฐ ทั้ง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รวมกับอดีต ส.ส.ค่ายเก่า 15 คน “ก๊กประชาธิปัตย์พลัส” เพิ่มพลังต่อรองไม่น้อยหน้า “กลุ่ม 3 มิตร” ผนึก “กลุ่ม 4 กุมาร”
ไม่นับรอยร้าว-ระหว่างภูมิใจไทย กับพลังประชารัฐที่ตามไปแหกอก-กันทุกวาระ ทุกเวที
แค่ 5 เดือนหลังของรัฐบาล 18 พรรค 254 เสียง “สภาล่ม” 2 รอบ ต้องจัด “บุฟเฟต์คาบิเนต” ครั้งแล้วครั้งเล่า
ล่าสุดได้งูเห่าเข้ากระท่อมอีก 4 ตัว จากอนาคตใหม่ เสียงรัฐบาลเลยจุดปริ่มน้ำ เป็น 258 เสียง นับรวม “ของตาย-แบเบอร์” 4 เสียงจากเศรษฐกิจใหม่ ชนะเลือกตั้งขอนแก่นอีก 1 เสียง จะดันให้ชูมือได้ทุกวาระถึง 263 เสียง
ฝ่ายค้าน 7 พรรค เหลือน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 235 เสียง
รอยปริในพรรคร่วมรัฐบาล อาจทำให้เร่งเกมปรับคณะรัฐมนตรี หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจแหลมคม-เข้มข้นขึ้น
สั่นสะเทือนไม่แพ้กัน คือ เพื่อไทย-หัวขบวนฝ่ายค้าน
ระส่ำระสาย ไม่เป็นกระบวน ยังต้องใช้บริการหลักจาก “ทักษิณ ชินวัตร” ชี้ขาด
การต่อรองของ ส.ส.อีสาน 60 กว่าคน เป็นผลทำให้ “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค หล่นจากสปอตไลต์เวทีอีเวนต์การเมืองใหญ่ ยิ่งแพ้เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น ยิ่งราคาตก
ดันให้ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ขึ้นคุมเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทน “เจ้าแม่ กทม.” อย่างเป็นทางการ ในตำแหน่ง “ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ”
ขับเคลื่อนคู่ขนานกับกุนซือเก่า-เงาทักษิณ อย่างภูมิธรรม เวชยชัย ที่ประจำการ-เป็นสำนักหัวหน้าพรรค-ผู้นำฝ่ายค้าน “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์”
แม้ว่าจะส่ง “ภูมิธรรม” คุมเกมถึงหน้าห้องประชุมสภาฯ ผู้แทน แต่ก็มี “งูเห่า” 3 ตัว เล็ดลอดไปโหวตให้ฝ่ายรัฐบาล
ทั้ง “พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.-พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี-ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี” ยังรอบทลงทัณฑ์ จากหน่วยเหนือ
ชะตากรรมแขวนบนเส้นด้าย ของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีคดียุบพรรค-คาศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งปมเงินกู้ 191 ล้านบาท ซ้ำด้วยคดีล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
69 ดวงใจของอนาคตใหม่-ไม่นับรวมกรรมการบริหารที่อาจถูกตัดสิทธิ เตรียมย้ายบ้าน-แตกทัพเข้าสู่พรรคใหม่ในร่างเดิม และ/หรือ พรรคฝ่ายรัฐบาล ยังต้องรอลุ้น
ภารกิจล่างูเห่าของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ต้องจัดการกับ “อนุมัติ ซูสารอ” ส.ส.ที่แหกด่านโหวตให้รัฐบาล ล้มเกมเช็กบิล คสช.-ล้างผิด ม.44
การเมืองเข้าสู่ระบบรัฐสภา ในรอบ 6 ปี ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ดีไซน์ไว้เพื่อฝ่าย คสช. ชนะทุกเกม ทั้งฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติและตุลาการ และองคาพยพองค์กรอิสระ
ทำให้ระบบพรรคการเมืองพิกล-พิการ
เละ-สะบักสะบอมทุกพรรค