กางปฏิทินฝ่ายค้าน 2563 เคลียร์บัญชีงูเห่า-โหมโรงซักฟอก-แก้รัฐธรรมนูญ
แม้ว่าฝ่ายค้าน 7 พรรค จะถูกกร่อนกำลังทั้งจากเกม “งูเห่า” และยังต้องขวัญผวา “ยุบพรรค” อนาคตใหม่
กรณี “งูเห่า” ที่พรรคอนาคตใหม่ขับ ส.ส. 4 คนออกจากพรรค และแน่นอนว่า 4 งูเห่าต้องซบอกรัฐบาล ทำให้ฝ่ายค้านเหลือเสียงแค่ 240 ที่นั่ง ยังไม่การันตีเมื่อถึงคิวนับเสียงโหวตในสภาว่าจะครบ 240 เสียงหรือไม่
เพราะเสียงของ “เศรษฐกิจใหม่” 5 เสียง อาจปันใจยกมือโหวตให้กับฝ่ายรัฐบาลในญัตติต่าง ๆ 4 เสียง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนโหวตคว่ำญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ ม.44 และคำสั่งหัวหน้า คสช.
เหลือเพียงเสียงเดียวของ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” อดีตหัวหน้าพรรค ที่ยังปักหลักอยู่กับฝ่ายค้าน
วิเคราะห์จากวาจาของหัวหน้าพรรค “มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์” เมื่อครั้งโหวตล้มญัตติตั้งกรรมาธิการดังกล่าว ถึงอนาคตเปลี่ยนจากฝ่ายค้าน ไปสู่ฝ่ายรัฐบาลว่า “พรรคเรายึดจุดประสงค์หลักที่จะให้ประเทศเดินไปได้ ถ้าจุดยืน อุดมการณ์ตรงกัน (รัฐบาล) ก็สามารถร่วมกันได้”
เสียงของฝ่ายค้านอาจตกอยู่ในสถานการณ์พลิกคว่ำพลิกหงาย 240 อาจเหลือ 236 เสียง หักลบจากการเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น ที่พรรคเพื่อไทยรักษาที่มั่นไว้ไม่ได้ ต้องเสียแต้มให้พลังประชารัฐไปอีก 1 ที่นั่ง
สรุปฝ่ายค้านเหลือเสียงในมือเพียงแค่ 235 เสียงเท่านั้น !
ยังไม่นับต้องแบกความเสี่ยง “ยุบพรรค” อนาคตใหม่ขึ้นจริง ลามไปถึงตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส. 11 คน ก็จะทำให้พรรคอนาคตใหม่เหลือ ส.ส.ในสภา 65 คน และชะตากรรม 65 ส.ส.“อนาคตใหม่” ยังไม่รู้จะลงเอยไปอยู่พรรคใหม่ที่เตรียมไว้กี่คน
หัวขบวนพรรคฝ่ายค้าน “ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แสดงความมั่นใจว่า 7 พรรค ยังจับมือกันแน่น ไปไหนไปกัน แพ็กเป็นขบวนทั้งการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 2 และ 3 อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล รวมถึงแถลงผลงาน 7 พรรคฝ่ายค้าน เบื้องต้นฝ่ายค้านวางโรดแมปฝ่ายค้านในปี 2563 ใช้เป็นกิจกรรมขยายผลทางการเมือง
อีเวนต์แรก ทั้ง 7 พรรค จะร่วมกันยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงวันที่ 6-10 ม.ค. 63
เพื่อไทยเตรียมแผน ปะ ฉะ ดะ ดึง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บฝ่ายค้าน ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษเพื่อไทย ตั้งเป้าซักฟอก 4+2 รัฐมนตรี
4 ชื่อที่เปิดเผยคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ หัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ 2.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ในฐานะแกนหลักทีมเศรษฐกิจ 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และ 4.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เรื่องฟิลิป มอร์ริส ซึ่ง “ร.ต.อ.เฉลิม” ถนัดจับผิดเรื่องฟิลิป มอร์ริสมานานนม
ส่วนอีก 2 ชื่อยังเป็น top secret ธงอภิปรายของ “ร.ต.อ.เฉลิม” ใบ้ข้อสอบไว้ 5 ข้อ
1.เป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด
2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ล้มเหลว ทำให้มีคนจนมากขึ้น
3.เป็นรัฐบาลที่คนเห็นต่างทางการเมืองถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นักศึกษาแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยก็ถูกทำร้าย
4.การแก้ปัญหายาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ
5.ปล่อยให้คนในรัฐบาลทำผิดกฎหมาย
หลังจาก 7 พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะโหมโรงด้วยการอภิปรายซักฟอกร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2563 ในช่วง 8-10 ม.ค. 63
แม้แน่นอนว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 63 จะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน เพราะฝ่ายค้านไม่มีเป้าหมายว่าจะล้มรัฐบาลด้วยการคว่ำกฎหมายดังกล่าว แต่จ้องที่จะชำแหละการจัดงบประมาณของรัฐบาล ทั้งงบฯกลาง-งบฯกองทัพ เพื่อโชว์โซเชียลมีเดียให้เอาไปขยายผลต่อ
เข้าสู่ช่วงกลางเดือน ม.ค. 63 ประมาณ 18-19 ม.ค.ทั้ง 7 พรรคฝ่ายค้าน มีคิวเอาติ้งนอกสภาถึง จ.เชียงราย เพื่อจัดสัมมนาปมแก้ไขรัฐธรรมนูญ-กระชับความสัมพันธ์ เคลียร์ใจทั้ง 7 พรรคในปม”งูเห่า” พร้อมกับมีคิวเตะฟุตบอลกับสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ไทยลีก 2019
จากนั้นเข้าสู่โปรแกรมแถลงผลงาน 6 เดือนฝ่ายค้าน ที่เปิดแผลรัฐบาลทั้งปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ จับผิดรัฐมนตรีประวัติสีเทา ต่อเนื่องด้วยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน