ค่าเงินบาทเปิดปี’63 กลับมาอ่อนค่าลงที่ 30.12 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดปี’63 กลับมาอ่อนค่าลงที่ 30.12 บาท/ดอลลาร์ “กรุงไทย” ชี้ปีนี้ทิศทางเงินบาทแข็งค่าจาก 3 ปัจจัย
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้านี้ (2 ม.ค.) อ่อนค่ามาที่ระดับ 30.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน 29.96 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กรอบเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.05-30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทรายสัปดาห์อยู่ที่ 29.85-30.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยในช่วงวันทำการก่อนหน้า (30 ธ.ค.62) ตลาดหุ้นแกว่งตัวบวกสลับลบช่วงท้ายปี อย่างไรก็ตามผลตอบแทนของหุ้นสหรัฐอย่าง S&P500 ในปี 2019 ถือว่าดีที่สุดในนับตั้งแต่ปี 2013 ที่ 29% ขณะที่ฝั่งยุโรปดัชนี STOXX 600 ที่ปรับตัวบวกขึ้นถึง 23% ก็ถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐระยะยาว (10 ปี) ก็ปรับตัวขึ้นมาแตะระดับ 1.92% ส่งท้ายปี จากที่เคยลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1.42% ในปีที่ผ่านมาเนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวปีหน้า เฟดไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยต่อ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ส่งสัญญาณว่าจะมีการเซ็นสัญญาการค้ากับจีนในวันที่ 15 มกราคมนี้
ขณะที่ในฝั่งนโยบายการเงิน ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 50bps โดยจะมีผลในวันที่ 6 มกราคม ส่งผลให้ธนาคารใหญ่จะต้องกันสำรองเพียง 12.5% ขณะที่ธนาคารเล็กจะต้องการสำรองที่ 10.5% ของเงินฝาก
“ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็จะทำให้ทิศทางของสกุลเงินเอเชียในวันนี้ไม่แข็งค่ามากด้วย” ดร.จิติพลกล่าว
ส่วนของเงินบาท ช่วงท้ายวันผันผวนหนัก และปรับตัวลงไปปิดสิ้นปีที่ต่ำกว่าระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันค่าเงินกลับมาซื้อขายที่ 30.12 บาทต่อดอลลาร์แล้ว เชื่อว่าวันนี้ผู้กำหนดนโยบายอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเงินบาทและเข้าดูแลมากขึ้น จึงไม่น่าปรับตัวลงเร็วเหมือนช่วงท้ายปี
ดร.จิติพล กล่าวว่า สำหรับปี 2563 เชื่อว่าเงินบาทจะมีทิศทางแข็งค่าต่อจากสามปัจจัยหลักคือ (1) การอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์จากความผันผวนทางการเมือง (2) การฟื้นตัวของการค้าทั่วเอเชีย และ (3) ภาพรวมการนำเข้าไทยที่ชะลอตัวตามทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะกดดันให้เงินบาทแข็งค่าไปที่ 28.7 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงท้ายปี ขณะที่ความเสี่ยงหลักคือนโยบายการเงินของไทยที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับกับทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น