ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี หุ้น “อิเล็กทรอนิกส์-อาหาร” เสี่ยงถูกเทขาย
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 2 มกราคม 2563 ว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางและคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) จะแกว่งตัวในกรอบ 1,570 – 1,585 จุด โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากข่าวประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนที่ทำเนียบขาวในวันที่ 15 ม.ค.63 และจะเดินทางไปกรุงปักกิ่งเพื่อเริ่มต้นเจรจาเฟสสอง รวมถึงข่าวธนาคารกลางจีนเตรียมลดสัดส่วนการกันสำรองของสถาบันการเงิน (RRR) ลง 0.5% เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่แท้จริงซึ่งเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุน
อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่แข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปีที่ระดับ 29.80 บาท/ดอลลาร์ จะกดดันต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Etron) และอาหาร (Food) ประกอบกับกระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund flow) ที่คาดว่าจะยังชะลอตัวช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งจะกดดันให้ภาวะตลาดผันผวนง่าย
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่อิงกับปัจจัยต่างประเทศ (Global Play) ได้แก่ PTTEP, TOP, PTTGC และ IVL ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูงเหนือ 61 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมถึงข่าวการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างสหรัฐกับจีนในวันที่ 15 ม.ค. กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4/62 จะเติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, SAWAD, MTC, JMT, BCH และ CHG ทั้งนี้ ระมัดระวังแรงขายกลุ่ม Etron และ Food หลังเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปีที่ระดับ 29.80 บาท/ดอลลาร์
ส่วนหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ IVL (ราคาปิดล่าสุด 35.00 บาท ราคาซื้อ/เป้า 45.00 บาท) ได้บรรยากาศ (Sentiment) บวกโดยตรงจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐเริ่มคลี่คลาย ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 2563 น่าจะกลับมาฟื้นตัวตามทิศทางทางของราคาและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่ฟื้นตัว อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดีลเข้าซื้อธุรกิจและสินทรัพย์บางส่วนจากบริษัท Huntsman Corporation ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้กับ IVL ตั้งแต่ไตรมาส 1/63 เป็นต้นไป (จะเพิ่มกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) ให้ IVL ประมาณ 20% ในปีนี้)
ถัดมาแนะนำ TMB (ปิด 1.68 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 1.86 บาท) โดยให้ทยอยสะสมและคาดว่าการควบรวมจะช่วยเพิ่มประโยชน์ร่วมกัน (Synergy) ให้กับ TMB โดยใช้จุดเด่นของทั้ง 2 ธนาคาร โดย TMB มีจุดเด่นจากความแข็งแกร่งของฐานเงินฝากดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่ TBANK เด่นในการสร้างผลตอบแทนผ่านการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งให้ดอกเบี้ยสูง ดังนั้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้ TMB มากขึ้น