เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
News ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
News กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
Economic ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
Politics ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาท ‘ตัวป่วน’ แห่งปีหนู ธุรกิจระงม!เสี่ยงทุบสถิติแข็งค่ารอบใหม่

04 ม.ค. 2563 | 19:00น.

ปลายปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแสดงอิทธิฤทธิ์ในวันทำการสุดท้ายก่อนสิ้นปี (30 ธ.ค. 2562) ทำสถิติแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ไปอยู่ที่ 29.96 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่ามากถึง 7.6% ขณะที่ปี 2563 แม้ว่าเปิดทำการวันแรก (2 ม.ค.) ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงไปที่ 30.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาส่งสัญญาณว่าจะเข้า “ดูแลอย่างใกล้ชิด” แต่หลายฝ่ายก็ยังอดกังวลไม่ได้ เพราะแนวโน้มค่าเงินบาทปีนี้จะยังคงผันผวนหนัก และสร้างความยากลำบากในการทำธุรกิจมากขึ้นไปอีก

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า รัฐบาลมีการหารือร่วมกับ ธปท.มาตลอดถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยล่าสุดได้เห็นชอบตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินร่วมกัน ที่มีกรรมการทั้งจากกระทรวงการคลัง ธปท. และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้พิจารณามาตรการเสริมเพื่อแก้ปัญหาเพิ่มเติมด้วย

3 ปัจจัยกดดัน “ค่าเงินบาท” ปี’63 

ดร.จิตติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2563 มีโอกาสแข็งค่ามากกว่าอ่อนค่า โดยในช่วงครึ่งปีแรกมองกรอบค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.50-30.50 บาทต่อดอลลาร์ จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งหาก ธปท.ลดดอกเบี้ยตามก็อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก

2.การเลือกตั้งสหรัฐ เนื่องจากนโยบายจาก 2 พรรคการเมืองมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ซึ่งจะสร้างความผันผวนทำให้นักลงทุนสหรัฐโยกการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ เช่น ยุโรป รวมถึงเอเชีย

3.เศรษฐกิจในประเทศไทยยังไม่ค่อยดี ตัวเลขการนำเข้าลดลงค่อนข้างมาก ขณะที่การส่งออกฟื้นตัวเป็นบวกอ่อน ๆ ยิ่งทำให้เงินบาทแข็งค่า

ส่วนครึ่งปีหลังมองกรอบค่าเงินบาทอยู่ที่ 28.50-30.50 บาทต่อดอลลาร์ ภายใต้สมมุติฐานว่าค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงลึก ทำให้จะเห็นสกุลเงินบาทและเอเชียแข็งค่าขึ้น โดยสกุลเงินบาทจะเห็นการแข็งค่าขึ้นราว 2 บาท โดยค่าเงินบาทที่หลุด 30 บาทต่อดอลลาร์เมื่อช่วงสิ้นปี เป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 6-7 ปี แต่ยังไม่ใช่การแข็งค่าที่สุด เพราะยังมีโอกาสแข็งค่ากว่านี้ อาจจะทำสถิติใหม่ในรอบ 8 ปี 9 ปี หรือ 10 ปีก็ได้

เงินบาทเดินหน้า “แข็งค่าต่อ”

ด้านนางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัยกลุ่มงานวิจัยศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกธนาคารกสิกรไทยมองกรอบค่าเงินบาทอยู่ที่ 29.75-30.50 บาทต่อดอลลาร์  มีโอกาสแข็งค่าหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ได้อีก หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณอ่อนแอซึ่งทำให้เฟดมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของเงินบาทโดยเฉพาะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงทั้งปี คาดเกินดุลอยู่ที่ 3.31 หมื่นล้านดอลลาร์ ยังเป็นปัจจัยกดดันให้เงินบาทแข็งค่า

“ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอน ทั้งสงครามการค้าที่ยังมีเฟสต่อ ๆ ไปอีก ส่งผลให้นักลงทุนยังมองเงินบาทเป็นสกุลเงินปลอดภัย  เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บาทมีโอกาสแข็งค่าต่อได้”

สอดคล้องกับนายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทในปี 2563 จะยังเผชิญแรงกดดันด้านแข็งค่าอยู่ต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่น้อยลงจากปี 2562 โดยมองว่า ณ สิ้นปี 2563 ค่าเงินบาทจะอยู่ในกรอบ 29.5-30.5 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากประเทศไทยยังเผชิญปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัด ยังคงเกินดุลในระดับสูง ขณะที่ความต้องการไปลงทุนต่างประเทศยังต่ำ อีกทั้งดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสปรับตัวอ่อนค่าลงได้เล็กน้อย

อย่างไรก็ดี ปัจจัยหนุนที่ช่วยให้เงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นเร็วมากเท่าปี 2562 คือการลงทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจไทยมีแนวโน้มปรับดีขึ้น การขายทำกำไรทองคำมีแนวโน้มลดลง และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทย-สหรัฐที่อาจกว้างขึ้น

“ทีเอ็มบี” มองสวน “ฟันด์โฟลว์ไหลออก”

ขณะที่ นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี มองสวนว่า ค่าเงินบาทปีนี้อาจมีทิศทางอ่อนค่าได้  โดยสิ้นปีน่าจะอยู่ที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ เป็นผลมาจากเศรษฐกิจประเทศหลัก ๆ เริ่มฟื้นตัว และบางประเทศดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นทำให้มีเงินไหลออกจากไทย โดยเฉพาะเงินร้อนที่เข้ามาพักในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ซึ่งปี 2562 มีเงินไหลออกในตลาดหุ้น 4.5 หมื่นล้านบาท และตลาดพันธบัตร 1.3 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะเห็นเงินทุนไหลออกมากกว่าปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ หากดูปัจจัยบรรยากาศการลงทุน นักลงทุนต่างชาติเริ่มไม่ได้มองไทยในสถานะหลุมหลบภัย (safe haven) เช่นเดิมแล้ว ซึ่งสถานการณ์ค่าเงินบาทจะพลิกกลับมาวิ่งได้ 2 ทาง  ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว มีการลงทุนตามแผนที่วางไว้ จะเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทอ่อนค่าได้อีกทางหนึ่ง โดยทีเอ็มบีมองว่าในครึ่งปีแรกค่าเงินบาทจะอยู่ระดับ 30.50-30.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่จะเห็นการอ่อนค่าชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง

เช่นเดียวกับนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า แนวโน้มปีนี้ค่าเงินบาทจะชะลอการแข็งค่าลง น่าจะอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากเชื่อว่ารัฐบาลและ ธปท.จะมีมาตรการมาพยุงเงินบาทให้เคลื่อนไหวเหนือ 30 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก รวมทั้งการที่เฟดส่งสัญญาณชัดว่าจะคงดอกเบี้ยในปีนี้จะส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มจะไม่อ่อนค่าลง

รัฐ-เอกชนประชุมติดตามตัวเลขส่งออก

ด้าน นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ยอมรับว่า ก็มีความกังวลว่าเงินบาทที่แข็งค่าจะกระทบต่อการส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งมีสัดส่วน 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด อีกทั้งภาคเกษตรไม่มีการนำเข้ามาชดเชยเหมือนภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น ภาครัฐอาจจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือ ซึ่ง สนค.อยู่ระหว่างทำแผนส่งออกใน 18 ตลาดเป้าหมายในปี 2563 เสนอ รมต.พาณิชย์ รวมถึงทำแผนสินค้าเป้าหมายที่จะขยายการส่งออก เช่น ยางพารา เนื่องจากความต้องการในโลกยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะตลาดจีนและประเทศเพื่อนบ้าน และสินค้าอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ เช่น อาหาร ไก่สด เครื่องสำอาง เครื่องดื่มอัญมณีและเครื่องประดับ ที่มีโอกาสและยังทำตลาดได้ดี

โดย สนค.เตรียมเชิญคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ประชุมช่วงกลาง  ม.ค. 2563 นี้ เพื่อติดตามภาพรวมการส่งออก รวมไปถึงการค้าชายแดนและผ่านแดน พร้อมเสนอแนวทางผลักดันการส่งออกปี 2563

ผู้ส่งออกวิ่งถก ธปท.ดูแลค่าเงิน

นอกจากนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เรียกร้องให้ ธปท.และหน่วยงานภาครัฐดูแลปัญหาเงินบาทแข็งค่าอย่างใกล้ชิด ไม่ให้แข็งค่าไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยระบุด้วยว่า หากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอีกจะยิ่งทำให้กระทบกับธุรกิจที่แย่อยู่แล้ว ที่จะต้องมีการปลดคนงาน
เพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหา

ขณะที่นางสาวกัญญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า วันที่ 10 ม.ค.นี้สภาผู้ส่งออกจะนำคณะเข้าพบ ธปท.เพื่อหารือถึงมาตรการดูแลเสถียรภาพอัตราเเลกเปลี่ยน หลังจากค่าบาทแข็งค่าหลุดกรอบ 30 บาทต่อดอลลาร์ไปเมื่อช่วงสิ้นปี ทั้งนี้ เดิมสภาผู้ส่งออกคาดการณ์ส่งออกไทยปี 2563 จะขยายตัว0-1% ภายใต้สมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยน 30.50 บาทต่อดอลลาร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท