เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
Finance วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
Real Estate ‘Branded Residences’ บูมในไทย ดันคอนโดฯ หรูลุมพินี-พระราม 4 ‘ตร.ม.ละล้าน’ 
‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
Tech ‘เกมไทย’ ฝันใหญ่ยังไปไม่ถึง 2 ปีร่าง พ.ร.บ.เกม
จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
Economic จับตาจีนชะลอเที่ยวไทย ‘พัทยา-เชียงใหม่’ เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
World ‘ทรัมป์’ ปรากฏตัวครั้งแรก ชี้สงครามอิหร่านอาจส่งผลแพ้เลือกตั้งกลางเทอม เมินโอกาสโดนถอดถอน
‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
World ‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
Economic ‘วราวุธ’ ลั่นขยะปราจีนฯ จบ พฤศจิกายน EEC ดันจัดระเบียบเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่
แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
Finance แบงก์เบนเข็ม ‘เวลท์’ ปั๊มรายได้ค่าฟี-แก้เกมสินเชื่อโตยาก
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาททรงตัว ตลาดเฝ้าจับตาดูการลงนามข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ

15 ม.ค. 2563 | 18:44น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/1) ที่ระดับ 30.26/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (14/1) ที่ระดับ 30.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเนื่องจากตลาดยังจับตาดูการลงนามในข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกระหว่างรัฐกับจีนในคืนนี้ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา(14/1) นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลง ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาเกี่ยวกับการพิจารณาปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าที่ได้เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ ที่ได้ยกเลิกแผนการขึ้นภาษีในสินค้าหมวดอุปโภคบริโภค และลดภาษีนำเข้ากับสินค้ารวม 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีการปรับลดภาษีนำเข้าให้แก่จีนเพิ่มเติม ภายใน 10 เดือนหลังการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในวันนี้ ขณะที่การเจรจาในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามข้อตกลงของจีนเป็นหลัก

สำหรับข้อมูลปัจจัยภายในประเทศ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาชี้แจงว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ปี 2562 เกิดจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุล ซึ่งเกิดจากการที่ไทยมีรายได้จากการส่งออกสูงกว่ารายจ่ายจากการนำเข้า ทั้งนี้ ธปท.ยังมีความกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาท และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยพร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.25-30.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.25/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (15/1) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1126/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/1) ที่ระดับ 1.1132/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรยังคงปรับตัวในกรอบแคบ เนื่องจากยังคงรอความคืบหน้าในการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐคืนนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1120-1.1136 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1126/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (15/1) เปิดตลาดที่ระดับ 109.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/1) ที่ระดับ 110.06/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากทางสหรัฐออกมาแถลงว่าจะยังคงไม่มีการปรับลดภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติมหลังจากที่ลงนามข้อตกลงการค้ากันแล้วอย่างน้อย 10 เดือน นักลงทุนจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างจีนและสหรัฐมากขึ้น ทำให้ค่าเงินเยนซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.82-110.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.88/89 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (14/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (14/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ เดือนธันวาคม (14/1), ดุลการค้าของจีนเดือนธันวาคม (14/), ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนธันวาคม (15/1), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนเดือนพฤศจิกายน (15/1), ดุลการค้าของยูโรโซน เดือนพฤศจิกายน (15/1), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ เดือนธันวาคม (15/1), รายงานดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนมกราคม (15/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคขอเยอรมนี เดือนธันวาคม (16/1), ยอดค้าปลีกพื้นฐานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (16/1), จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (16/1), รายงานดัชนีการผลิตรัฐฟิลาเดเฟีย เดือนมกราคม (16/1), ใบอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐ เดือนธันวาคม (17/1), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน ไตรมาส 4 (17/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน เดือนธันวาคม (17/1), ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐ จาก JOLTs เดือนพฤศจิกายน (17/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.2/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.4/-0.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท สงครามการค้า