‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย จ่อถกการค้า ดึงอุตสาหกรรมใหม่-ตั้งฐานรถ EV ทวงสัญญาซื้อข้าว
‘สีหศักดิ์’ ถก ‘หวัง อี้’ เตรียมพร้อม ‘นายกฯจีน’ เยือนไทย หวังซื้อข้าวตามรับปาก พร้อมดึงเม็ดเงินลงทุนจีน เน้นอุตสาหกรรมใหม่-รถยนต์อีวี เผยปี 70 ประชุม รมว.กลาโหม คู่ รมว.ต่างประเทศ 2 ชาติครั้งแรก
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเดินทางไปเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างกรอบความร่วมมือแม่โขง–ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 11 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้คุยกันและเห็นพ้องต้องกันว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ดีอยู่แล้ว ในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา มันมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเสด็จฯเยือนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินี เพื่อฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ
หลังจากนั้นก็มีการเยือนของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เจอประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เซี่ยงไฮ้ ในช่วงของการประชุมองค์กร AI ของโลก จากนั้นก็มาที่ปักกิ่ง และเจอกับนายกรัฐมนคตรีหลี่เฉียง ซึ่งก็ได้มีการคุยกันในทุกประเด็น และอีกไม่นานนายกฯ หลี่เฉียง ก็จะมาเยือนไทย
เตรียมพร้อม ‘หลี่ เฉียง’ เยือนไทย
นายสีหศักด์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ก็เพื่อติดตามประเด็นต่างๆ และเตรียมการสำหรับการเยือนของนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ซึ่งได้เน้นว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นความสัมพันธ์ที่เรียกว่าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งเป็นระดับความสัมพันธ์ที่สูงที่สุด
“ผมได้เน้นว่า ตอนนี้ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาการขับเคลื่อนประเทศอาจจะไม่ได้อย่างที่เราต้องการ อาจมีเรื่องของการเมืองภายในของไทย ตอนนี้รัฐบาลก็มีความมั่นคงเพียงพอ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา และดำเนินการปฏิรูปต่างๆ กติกา กฎเกณฑ์
การต่างประเทศตอนนี้เราก็ดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น เราไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะผลประโยชน์ของประเทศไทยที่ใกล้ตัว และพยายามมีบทบาทในเรื่องภูมิภาค อย่างที่ผ่านมาก็มีเรื่องเมียนมา เราก็จะมีบทบาทในเรื่องของประชาคมโลกด้วย ยิ่งขณะนี้ทุกคนก็เป็นห่วงเรื่องระเบียบโลก เรื่องของการที่จะรักษาระบบพหุภาคี แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นยุทธศาสตร์รอบด้าน
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจีนด้วย ทั้งทวิภาคี ในอาเซียน และกรอบแม่โขง-ล้านช้าง วันนี้ได้คุยกันว่าเราน่าจะยกระดับความสัมพันธ์การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในเรื่องของกรอบการพูดคุย
โดยคือปีหน้าจะมีการประชุมที่เรียกว่า 2 พลัส 2 (2+2) คือการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศคู่กับรัฐมนตรีกลาโหมทั้งสองฝ่ายครั้งแรก เป็นการแสดงการยอมรับว่าประเทศไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
หวัง ‘จีน’ ซื้อข้าวตามที่รับปาก
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นก็มีเรื่องการค้า จีนเป็นตลาดการค้าที่สำคัญที่สุดของไทย แต่เราเสียเปรียบ ส่วนหนึ่งก็เป็นที่เข้าใจได้ เพราะเศรษฐกิจไทยต้องการลงทุน เราก็ต้องเอาสินค้าทุน อุปกรณ์เข้ามา
อย่างไรก็ตาม เราก็อยากให้จีนช่วยดูว่าอุปสรรคมันมีตรงไหน และอยากให้เปิดตลาดให้กับสินค้าของเราโดยเฉพาะข้าว เหมือนที่รับปากกันไว้ 500,000 ตัน ตอนนี้ยังไม่ถึงตรงนั้น ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจีนมาเยือน ไทยจะประกาศซื้อข้าวไหม
เรื่องการลงทุน จีนก็ลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ๆ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ที่เห็นกันอยู่ก็คือเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เราก็เป็นฐานผลิตที่สำคัญของจีน
ต่อไปก็คงจะเป็นอีวีจากประเทศอื่นด้วยเพราะเรามีพื้นฐานอยู่แล้ว และไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่สำคัญติดอันดับโลก เพียงแต่ตอนนี้ที่คุยกันคือความสัมพันธ์ลงทุนมันควรจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ (co-creation) ร่วมกัน มันควรจะมีมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย
เราไม่ควรจะเป็นแค่ผู้มาประกอบสินค้าแล้วส่งออกไป เราต้องการการลงทุนที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยคือถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมกันพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ประเทศไทยจะได้เดินหน้าในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างยั่งยืน นี่ก็เป็นประเด็นที่เราคุยกันในเรื่องเศรษฐกิจ

ผนึกแก้อาชญากรรมข้ามชาติ
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า เรื่องหนึ่งที่เราพูดกันเยอะคือ เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่หนักหน่วงและทั่วโลกให้ความสนใจ คนที่รับผลกระทบถูกหลอกลวงทั่วโลก คนที่มาทำงานหลายคนก็ถูกหลอก ถูกบังคับ บางคนก็ผ่านกระบวนการค้ามนุษย์ และมาจากหลายภูมิภาค เราเป็นห่วงตรงนี้แล้ว
ฉะนั้นเราจะร่วมมือกันอย่างไร มันก็คงไม่ใช่แค่ไทยในกรอบไทย-จีน หรือกรอบแม่โขง มันต้องร่วมกันระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาไทยก็มีบทบาทในแนวหน้า เราก็อยากจะให้มีการผนึกกำลังระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งก็เห็นตรงกัน
สถานทูตจีนเตือนภัยท่องเที่ยวไทย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อีกเรื่องที่โยงกันกับจีนโดยตรงคือนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมาไทยเยอะมากและสถานทูตก็มีการประกาศเตือน ภัยต่อการที่มาประเทศไทยเนี่ย ซึ่งตนบอกโดยตรงว่ามันไม่ใช่ภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนทุกคน เพราะนักท่องเที่ยวจีนโดยทั่วไปไม่มีปัญหา แต่คนจีนที่เข้ามาโดยการถูกหลอกหรือเชื่อว่ามีงานทำ มันเป็นขบวนการ
“ตอนนี้ข่าวออกไปทำให้ดูเหมือนปัญหาอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่ ปัญหาอยู่ที่ขบวนการเหล่านี้ และมันมุ่งเฉพาะนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ไม่ใช่คนทั่วไป การออกประกาศมันต้องออกให้ชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่มีปัญหา นักท่องเที่ยวที่มาก็คือระวังถูกหลอกลวง แล้วหลอกลวงโดยใคร หลอกลวงโดยขบวนการที่มีคนจีนอยู่ด้วย คือมันไม่ใช่เป็นปัญหาของไทยอย่างเดียว ไทยก็ต้องทำให้ดีขึ้น
แต่ปัญหานี้มันต้องแก้ด้วยความร่วมมือ แก้กันที่ต้นทางแล้วก็ปลายทาง แต่เตือนไปแบบนี้ทุกคนตื่นตระหนก นักท่องเที่ยวทุกคนคิดว่ามาประเทศไทย หายตัวแน่นอน มันไม่ใช่ ก็ผมก็คุยกับหวัง อี้ โดยตรง” นายสีหศักดิ์ กล่าว

ปี 70 ไทยอาจจัดประชุมเมียนมา
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นก็คุยเรื่องภูมิภาค เรื่องเมียนมา เราก็อยากให้เมียนมากลับสู่อาเซียน อยากให้กลับสู่สันติภาพ มีกระบวนการพูดคุยปรองดอง เพราะถ้าไม่พูดคุยกัน มันไม่เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน แต่เราก็ไปแก้ไขปัญหาของเขาไม่ได้
เราอยากให้เมียนมาเดินหน้าเรื่องของภายในของเขา จีนก็มีบทบาท อาเซียนมีบทบาท ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา โดยเฉพาะจีน อินเดีย ไทย เราต้องช่วยกัน คุยกันเรื่องเมียนมาพอสมควร ก็เห็นด้วยกับแนวทางของเรานะครับ เราต้องออกแรงกันมากขึ้น กำลังคิดว่าปีหน้าอาจจะมีการจัดประชุมเพื่อนบ้านของเมียนมา ก็คือ อินเดีย ไทย จีน อาจจะเชิญอาเซียนบางประเทศมา เพื่อที่จะมาคุยกับเมียนมาว่าเขาจะเดินหน้ายังไง เราพร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ

ย้ำแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาค่อยเป็นค่อยไป
อีกเรื่องหนึ่งที่คุยก็คือเรื่องกัมพูชา จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองประเทศก็มีความห่วงใย ปีที่แล้วจีนได้ช่วยประสานจัดการประชุมที่คุนหมิงให้ทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกัน ตนได้เล่าให้ฟังว่า ความสัมพันธ์ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
และตอนนี้ก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ทางบก ทางทะเลเราก็เข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ตอนแรกไทยก็อยากคุยกันก่อนสองฝ่าย แต่ไปทางกระบวนการนี้ก็ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดมันก็ต้องคุยกันอยู่ดี แต่ของเราก็คือคุยกันเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเล ไม่คุยเรื่องการแบ่งปันทรัพยากร เรื่องทางบกผมก็บอกว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องของการปักปันเขตแดน มันต้องมีมาตรการความมั่นคงชายแดนในภาพกว้างด้วย
ไทยเราต้องการก้าวข้าม บางครั้งเราก็หวังว่าฝั่งกัมพูชามีความคาดหวังเช่นเดียวกัน แต่บางครั้งสิ่งที่กัมพูชาทำตลอดคือพยายามที่จะสร้างความได้เปรียบ พยายามที่จะสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้ หวังดีต่อสันติภาพคนเดียว ประเทศไทยไม่ได้หวังดีต่อสันติภาพ ซึ่งมันไม่ใช่ แต่อันนี้ก็เพื่อที่จะสร้างความได้เปรียบของเขา ถ้ามันไปกันอย่างนี้มันก็คงลำบากที่จะไปสู่ความสัมพันธ์ปกติ มันก็ต้องมาคุยกัน แล้วก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าเราก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้
จีนบอกว่าเมื่อไหร่ที่ต้องการให้เขาช่วยในการประสานหรือเป็นสถานที่เจอกัน เขาก็พร้อม จึงบอกก็ถ้าจุดที่เราอยากจะคุยกัน เราก็จะให้เขาจัดเป็นตัวกลางในการจัดการประชุม คือเป็นสถานที่ที่เป็นกลางอยู่ แล้วตรงไหนถ้าเราติดขัดยังไงก็อาจจะเข้ามาช่วยให้คำแนะนำ
ห่วงโลกไร้ระเบียบหวังเคารพกติกา
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า เรื่องอื่นที่หารือก็คือเรื่องระดับโลกเราก็เป็นห่วงเรื่องโลกที่ไร้ระเบียบโลกหลายขั้วไม่เป็นไรแต่เพียงแต่ต้องเป็นโลกที่เคารพระเบียบและกติกาไม่ใช่ว่าใครอยากจะทำอะไรก็ทำตามนั้นและองค์การระหว่างประเทศที่มีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นระดับโลกเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งต้องมีองค์การระหว่างประเทศเหล่านี้ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่จะสามารถทำงานได้

ภาพปก : สถานทูตจีน