แบงก์เข็นโปรโมชั่น หนุน SMEs ทำบัญชีเดียว
แบงก์เข็นโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำหนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจัดทำบัญชีเดียว “กสิกรไทย” ลั่นปล่อยกู้แล้ว 3 พันราย วงเงิน 8 พันล้านบาท ส่วน “กรุงไทย” ออก “สินเชื่อ SME โปรดี บัญชีเดียว” ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 3% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดรายละ 20 ล้านบาท ด้าน “ไทยพาณิชย์” สินเชื่อโอดี/ตั๋วสัญญาใช้เงินสูงสุด 20 ล้านบาท ฟาก “ทีเอ็มบี-ธนชาต” จับมือปล่อยกู้ดอกเบี้ย 5% นาน 2 ปี

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) เปิดเผยว่า การลงนามข้อตกลงร่วมกับสรรพากร และแบงก์ 20 แห่งครั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจจัดทำบัญชีชุดเดียว เชื่อว่าจะเป็นการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงการขอสินเชื่อของระบบแบงก์ได้ง่ายมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นบัญชีชุดเดียวกับสรรพากรแล้วในช่วงที่ผ่านมาให้สามารถได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจในระยะข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจัดทำบัญชีเดียวที่เข้าร่วมโครงการราว 2.4 หมื่นราย จากจำนวนผู้ประกอบการที่ยื่นจดทะเบียนนิติบุคคลราว 7แสนราย
“หากภาคธุรกิจไม่ได้มีการทำบัญชีชุดเดียว ในแง่ของการให้สินเชื่อแม้จะไม่ได้ตัดโอกาสการให้สินเชื่อ หรือปฏิเสธให้สินเชื่อกลุ่มนี้ แต่จะทำให้การขอสินเชื่อของธุรกิจต่อไปในอนาคต มีโอกาสได้วงเงินสินเชื่อต่ำลงได้ เนื่องจากการประเมินการให้สินเชื่อจะพิจารณาจากข้อมูลที่ธุรกิจแจงกับกรมสรรพากร ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมรายได้ทั้งหมด”

ทั้งนี้ ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยที่ปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจที่จัดทำบัญชีเดียวในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมามีจำนวนผู้ประกอบเข้าโครงการราว 3,000 ราย หรือคิดเป็นวงเงินการปล่อยสินเชื่อแล้วประมาณ 8,000 ล้านบาท คาดว่าในอนาคตยอดการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มจัดทำบัญชีเดียวจะเพิ่มขึ้น
และจากความร่วมมือระหว่าง 20 แบงก์ ในการให้สิทธิประโยชน์สำหรับธุรกิจที่มีบัญชีเดียว ภายใต้ “SME โปรดีบัญชีเดียว” สำหรับผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของสรรพากรจำนวน 24,000 ราย กสิกร มีการเสนอโปรโมชั่นพิเศษให้กลุ่มนี้ ที่ 5 % คงที่ เป็นระยะเวลา 2 ปี และฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ 2 ปีกับบสย.ด้วย โดยสามารถขอยื่นสินเชื่อได้จนถึง 31 ธ.ค. 2563
นายวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อ SME โปรดี บัญชีเดียว” สำหรับผู้ประกอบการ SME จำนวนกว่า 24,000 ราย ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของกรมสรรพากร ซึ่งได้ลงทะเบียนยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มและได้ปรับปรุงงบการเงินแบบภงด.50 และแบบอื่นๆ ให้ถูกต้องสะท้อนภาพที่แท้จริงของกิจการ โดยผู้ประกอบการที่มียอดขายตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับวงเงินสินเชื่อพิเศษรายละไม่เกิน 20 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 3% ต่อปี และยังสามารถเลือกใช้ บสย. ค้ำประกันได้ โดยฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. ใน 2 ปีแรก
นอกจากนี้ สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความประสงค์ใช้งบสรรพากรในการพิจารณาสินเชื่อ ธนาคารยังมีผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อกรุงไทย SME บัญชีเดียว” อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี โดยสามารถกู้ได้สูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปีแรก และสินเชื่อ SME อีก 10 ประเภท ให้เลือกใช้ตามความต้องการที่หลากหลายของธุรกิจ ในอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปีเช่นเดียวกัน ภายใต้แคมเปญ “กรุงไทย SME เคียงข้างธุรกิจคุณ”

ด้าน นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ SME ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์จัดแคมเปญพิเศษด้วยวงเงินกู้สำหรับสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) และเงินกู้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) สูงสุด 50 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมมอบสิทธิพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน-จ่าย สามารถโอนเงินต่างธนาคารโดยไม่จำกัดยอดเงินสูงสุด ฟรีค่าบริการรับฝากเช็คข้ามเขต พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษสำหรับการฝากเงินบัญชีเดินสะพัด
นอกจากนี้ธนาคารยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางด้านดิจิทัลมอบโซลูชั่นสำหรับระบบบริหารและจัดการเอกสารและระบบบันทึกบัญชีออนไลน์ฟรี 1 ปี มูลค่า 8,000 บาท และส่วนลด 5,000 บาทสำหรับการจัดทำบัญชี
“ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มตื่นตัวกับการจัดทำบัญชีชุดเดียวมากยิ่งขึ้น ด้วยมองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี การเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ตลอดจนเพื่อการบริหารจัดการและการวางแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ขณะที่ ธนาคารทีเอ็มบี และธนาคารธนชาต ประเดิมความร่วมมือแรกของปี 2563 ขานรับนโยบายภาครัฐ สนับสนุนให้เอสเอ็มอีใช้บัญชีเดียวในการแจ้งรายได้เพื่อยื่นขอสินเชื่อด้วยเอกสาร ภ.พ. 30 (แบบแสดงรายการสรุปภาษีซื้อ-ภาษีขาย) ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้จัดทำบัญชี และงบการเงินให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ จัดโครงการดอกเบี้ยถูกใจในอัตราพิเศษ 5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 2 ปีแรก สำหรับสินเชื่อระยะยาว และเสริมความสะดวกคล่องตัวด้วยโซลูชันธุรกรรมการเงินต่างๆ ที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว ช่วยให้เอสเอ็มอีไทยสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ