เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

‘ไวรัสอู่ฮั่น’ เอฟเฟ็กต์แรงงาน 7 ล้านคน พัทยา-ภูเก็ตป่วน ทัวร์จีนเบี้ยวหนี้

10 ก.พ. 2563 | 09:00น.

ไวรัสอู่ฮั่นเอฟเฟ็กต์แรงงานภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้อง 7 ล้านคน ธุรกิจทัวร์-โรงแรม-ร้านค้าทยอยปิดตัว-ปลดคนลดต้นทุน พัทยาเงียบเหงา “ตลาดน้ำ 4 ภาค” เผยร้านค้าแห่เลิกสัญญาเช่า “ภูเก็ต” ป่วนทัวร์จีนแจ้งเลื่อนจ่ายหนี้ไม่มีกำหนด “รถทัวร์-สปีดโบ๊ต” อลหม่านไม่มีเงินจ่ายค่างวดแบงก์กสิกรฯ เผยโรงแรมขยับลดลูกจ้างชั่วคราว ประเมินพนักงานโรงแรมตกงาน 30% สทท.นัดถก “บิ๊กตู่” ยื่นขอมาตรการเยียวยาเพิ่ม กระทรวงท่องเที่ยวฯระดมหน่วยงานรัฐ-เอกชน 500 รายถกใหญ่ 13 ก.พ. “กู้วิกฤต” ท่องเที่ยวไทย แรงงาน 7 ล้านคนสะเทือน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า แรงงานในภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องในปี 2562 มีจำนวนสูงถึง 7.66 ล้านคน ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม 3.85 แสนคน, ขนส่งโดยสารทั้งสายการบิน รถทัวร์ และอื่น ๆ 5 แสนคน, กิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ บริษัททัวร์ ร้านสปา นวด 7.95 หมื่นคน, ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2.48 ล้านคน และค้าปลีก 4.2 ล้านคน ซึ่งจะครอบคลุมทั้งห้างค้าปลีก, ร้านสะดวกซื้อ, โชห่วย, ร้านขายของที่ระลึก, ร้านค้าขายสินค้าชุมชนต่าง ๆ โดยแรงงานเหล่านี้จะได้รับผลกระทบทางตรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่ามากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ซึ่งหากไม่นับรวมในส่วนค้าปลีกก็จะเป็นแรงงานในภาคท่องเที่ยวตรงเกือบ 4 ล้านคน

หนักสุดในประวัติศาสตร์

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือไวรัสอู่ฮั่น จากประเทศจีน ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยหนักที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงจรภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคบริการที่มีซัพพลายเชนมากกว่า 50,000 บริษัท และบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคน (จากสำนักงานสถิติ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ) ได้รับผลกระทบทันทีโดยปี 2562 ภาคท่องเที่ยวสร้างรายได้

รวมกว่า 3 ล้านล้านบาท หรือราว 20% ของจีดีพี แต่เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจบริการ สินทรัพย์หลักคือคน และส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตจะทำให้คนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญผู้ประกอบการมีโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินน้อย

“ครั้งนี้ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักจริง ๆ เรียกว่ากระทบทุกเซ็กเตอร์ หลายส่วนธุรกิจต้องปิดกิจการไป เพราะนักท่องเที่ยวจีนหยุดเดินทาง ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง พนักงานได้รับผลกระทบหมด ทุกฝ่ายขาดสภาพคล่องด้านการเงิน ซึ่งที่ผ่านมา สทท.ได้ประชุมประเมินผลกระทบและมาตรการเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือต่อเนื่อง” นายชัยรัตน์กล่าวนัดถก “บิ๊กตู่” ยื่นข้อเสนอเพิ่ม

ขณะนี้ทาง สทท.ได้เตรียมทำหนังสือปกขาวรายงานสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้น และมาตรการเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเพิ่มเติม จากมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาแล้วในหลาย ๆ ประเด็น อาทิ ขอให้รัฐจัดสรรงบประมาณ 1 แสนล้านบาท สำหรับปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ พร้อมทั้งปรับเกณฑ์เงื่อนไขให้ผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 80% เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีและไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นในเรื่องขอผ่อนผันการชำระเงินกู้และดอกเบี้ยของผู้ประกอบการท่องเที่ยวเป็นเวลา 12 เดือน และขอให้รัฐสนับสนุนการทำเส้นทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย โดยให้หน่วยงานรัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน (subsidize) กับนักท่องเที่ยวไทย เป็นต้น ซึ่งทาง สทท.เตรียมนำเสนอดังกล่าวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือต่อไป

Advertisement

13 ก.พ.รัฐ-เอกชนประชุมกู้วิกฤต

แหล่งข่าวในภาคธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐหลายครั้ง ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทุกฝ่ายยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบเป็นมูลค่าสูงราว 3 แสนล้านบาท และสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ กลุ่มผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวที่มีกว่า 4 ล้านคน จะได้รับผลกระทบมากกว่าที่คาดกาณ์ไว้

ทั้งนี้ รัฐบาลนำโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมนัดประชุมร่วมกับภาคเอกชนครั้งใหญ่ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ โดยเชิญเอกชนผู้เกี่ยวข้องราว 400-500 ราย ที่ได้รับผลกระทบมาร่วมประชุมหารือ และเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และทิศทางการทำธุรกิจกับกลุ่มผู้ประกอบการ ทำเวิร์กช็อปเพื่อหาทิศทางการแก้ปัญหาและร่วมกันหาทางรอดท่องเที่ยวไทย รวมถึงได้เชิญทางผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทยมาชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องมาตรการความช่วยเหลือ และการให้ความรู้เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ 

ก๊อก 2 เข้า ครม. 18 ก.พ.

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าส่งผลให้เดือน ก.พ. มีนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปกว่า 80-85% หรือจากวันละ 30,000 คน เหลือเพียง 3,000 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเตรียมที่จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น ทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป 

“ขณะนี้ผมได้รับทราบข้อเสนอของภาคเอกชนที่ผ่านมาทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ เกี่ยวกับงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการราว 1 แสนล้านบาท ตอนนี้ก็ขอให้ไปทำข้อมูลมาเพื่อหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน และส่วนราชการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเยียวยาระยะสั้นและระยะยาวในวันที่ 13 ก.พ.นี้ หากสรุปได้ทันจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 14 ก.พ. และเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 18 ก.พ.ต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว

ทัวร์จีนชักดาบเรือ-รถทัวร์ภูเก็ต

นายสมเกียรติ ปิติภาคย์ตวงสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อันดามัน เซาท์ โคสท์ ทราเวล จำกัด ผู้ประกอบการรถทัวร์ท่องเที่ยวรายใหญ่ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กำลังเกิดปัญหาขึ้นอย่างหนักในวงการธุรกิจรถทัวร์ และเรือสปีดโบ๊ต จ.ภูเก็ต เนื่องจากผู้ประกอบการรถทัวร์ และเรือหลายรายต่างได้รับหนังสือขอเลื่อนการชำระหนี้จากบริษัททัวร์จีนในประเทศไทย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้บริการไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 2563 วงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า เอเย่นต์ทัวร์เมืองจีนปิดตัวชั่วคราว ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายบริษัทเรือ และรถทัวร์ของไทย โดยเลื่อนการจ่ายไปแบบไม่มีกำหนด หรือบางรายแจ้งมาทางไลน์บอกจะจ่ายเช็คให้เมื่อทัวร์จีนกลับมาเที่ยวภูเก็ต  

“สิ่งที่น่ากังวลคือ บริษัททัวร์จีนพวกนี้พร้อมปิดและหนี จึงต้องการแจ้งให้ภาครัฐเห็นถึงปัญหาที่ประสบกันอยู่ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อบริษัทรถทัวร์ไม่มีรายได้เข้ามา โดยเฉพาะมีค่าใช้จ่ายหลักในการผ่อนค่ารถกับธนาคารและไฟแนนซ์ ซึ่งรถทัวร์ในภูเก็ตมีอยู่ราว 5,000-6,000 คัน ราว 80% ยังมีภาระค่าผ่อนรถประมาณ 25,000-30,000 บาท/คัน/ต่อเดือน ซึ่งตอนนี้เป็นการพูดคุยกันในวงการถึงปัญหาที่บริษัททัวร์จีนไม่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการรถบัส เรือสปีดโบ๊ต ทั้งที่ได้รับเงินจากนักท่องเที่ยวไปแล้ว และโยนความเดือดร้อนมาให้บริษัทรถทัวร์ และเรือ”

ขอยืดเวลาจ่ายประกันสังคม

ขณะที่นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ประชุมรับฟังปัญหาผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ระบุว่า รถที่ให้บริการในภูเก็ตมีจำนวน 8,176 คัน เมื่อนักท่องเที่ยวลดน้อยลง โดยเฉพาะจีนหายไป 90% ผลกระทบตามมาชัดเจน จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังปัญหา และร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือ โดยกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะขอให้ภาครัฐช่วยเหลือทั้งเรื่องสินเชื่อต่าง ๆ รวมทั้งการยืดเวลาจ่ายค่าประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงขอลดเบี้ยประกันภัยรถตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยาซบหนัก

น.ส.ฐิติภัสร์ ศิรณัฐศรีกุล นายกสมาคมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานที่ท่องเที่ยวของชลบุรีได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากรับนักท่องเที่ยวจีนถึง 95% โดยเฉพาะบ้านสุขาวดีพัทยา สวนนงนุช ตลาดน้ำ 4 ภาค และสวนเสือศรีราชา ทำให้ขณะนี้เงียบเหงามาก ไม่มีนักท่องเที่ยว ต้องเร่งปรับตัวและขอให้ภาครัฐหามาตรการช่วยเหลือ

ด้านนางธิชาธร ศรีเมือง ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของตลาดน้ำ 4 ภาค คือ นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งปัจจุบันเหลือเฉลี่ย 1,000 คนต่อวัน จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 10,000-12,000 คนต่อวัน ประเมินมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการเช่าพื้นที่ในตลาดน้ำ 4 ภาค 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการขอยกเลิกเช่าพื้นที่กว่า 20 ราย จากผู้ประกอบการทั้งหมดราว 400 ราย ขณะนี้กำลังพิจารณาช่วยเหลือด้วยการลดค่าเช่า หรือการพักชำระค่าเช่าต้องรอดูอีกครั้ง ขณะที่ตัวโครงการมีพนักงานกว่า 300 คน ไม่มีการปลดพนักงานแต่อย่างใด เชียงใหม่หั่นราคาดึงคนไทย

นางวัชราภรณ์ จงเผ่าพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมเชียงใหม่ ออคิด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นลูกค้าต่างชาติกลุ่มหลักที่มีสัดส่วนราว 80% ของโรงแรม หายไป 100% ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.จนถึงปัจจุบัน ห้องพักที่จองมาล่วงหน้า 150 ห้อง ถูกยกเลิกทั้งหมด ทำให้สูญรายได้ประมาณ 2.4 ล้านบาท ทางโรงแรมประเมินในเบื้องต้นว่า ตลาดท่องเที่ยวจีนจะชะลอไปถึง ต.ค. 2563 ทางโรงแรมจึงเร่งปรับแผนการตลาดตั้งแต่ 1 ก.พ.

ที่ผ่านมา มุ่งทำตลาดภายในประเทศโดยปรับลดราคาห้องพักลง 50% จากราคาปกติที่ขายต่างชาติ 2,000 บาท เหลือเพียง 1,000 บาท เพื่อกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย พร้อมทั้งทำตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาการจองห้องพักในแพลตฟอร์ม OTA ของโรงแรมเติบโตขึ้น 30%

ธุรกิจโรงแรมตกงาน 30%

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการหารือถึงผลกระทบของไวรัสโคโรน่ากับผู้ประกอบการโรงแรม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่หนักมาก ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องพนักงาน ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบก่อนก็คือ กลุ่มลูกจ้างชั่วคราว ที่มีประมาณ 10-20% ของแรงงานในธุรกิจโรงแรม เนื่องจากนักท่องเที่ยวหายไปจำนวนมาก

ส่วนกลุ่มพนักงานประจำ แม้ว่าจะยังไม่ได้ลดจ้างงานทันที แต่ก็ได้รับผลกระทบในแง่ของรายได้ที่ลดลงทันที เนื่องจากกลุ่มพนักงานโรงแรมขนาดใหญ่ ส่วนมากจะมีรายได้จากค่าเซอร์วิสชาร์จ และจากทิปของนักท่องเที่ยว คิดเป็นสัดส่วนราว 50% ของรายได้รวม ซึ่งรายได้ก็จะหายไปตามจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งผลให้พนักงานเหล่านี้ขาดสภาพคล่องได้ เราจึงมีมาตรการออกเป็นแพ็กเกจช่วยเหลือกลุ่มลูกค้ารายย่อยด้วย โดยการพักหนี้สูงสุด 6 เดือน 

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์จากไวรัสโคโรน่ามีความรุนแรงมากขึ้น คาดว่าในปีนี้พนักงานโรงแรมมีโอกาสตกงานราว 20-40% ซึ่งความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนการรับนักท่องเที่ยวจีน ค่าเฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมน่าจะตกงานราว 30% 

ชำระหนี้ถดถอยลามเป็นลูกโซ่

นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตอนนี้ธนาคารเริ่มเห็นลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง โดยผลกระทบเริ่มขยายวงเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม ลูกจ้าง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงรถทัวร์-รถบัสที่รับนักท่องเที่ยว รวมถึงไปธุรกิจเกี่ยวเนื่องทั้งหมด ซึ่งเห็นสัญญาณการชำระหนี้ถดถอยลง และโรงแรมบางแห่งก็ปิดชั่วคราว โดยคาดว่าจะเห็นอาการจริง ๆ ภายใน 2 เดือนนี้

โดยธนาคารจะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเรื่อย ๆ ทั้งในส่วนผู้ประกอบการโรงแรม และลูกค้ารายย่อย และมีการพูดคุยกับ ธปท. ถึงการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยซึ่งกำลังจ่ายลดลง เช่น บัตรเครดิต จากเดิมผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% ให้ปรับลดลงมาเหลือ 5% และแปลงวงเงินเป็นสินเชื่อ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยถูกตามกลุ่มลูกค้าเฉลี่ยอยู่ที่15-18% เพื่อลดภาระรายย่อย

นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เท่าที่สำรวจพบว่าลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทุกคนพยายามปรับลดรายจ่ายเพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง เพื่อประคองธุรกิจให้สามารถอยู่รอด ซึ่งธนาคารได้ส่งทีมงานเครือข่ายสาขาลงไปสำรวจ และให้การช่วยเหลือตามปัญหาลูกค้า  

AOT เปิดทางคืนสลอตการบิน

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทอท.ได้ออกมาตรการจูงใจให้สายการบินที่ได้รับผลกระทบจากตลาดจีน สามารถคืนสลอตการบินชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้สายการบินมีฐานลูกค้าอยู่ในมือสามารถเปิดเส้นทางบินและขนนักท่องเที่ยวตลาดอื่น ๆ เข้ามาประเทศไทย ในรูปแบบเที่ยวบินพิเศษ (extra flight) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight)  เพื่อเป็นการช่วยให้ภาคท่องเที่ยวของประเทศไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

“ตารางการบินของสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองแน่นมานานแล้ว มีสายการบินอีกจำนวนมากที่ต่อคิวขอสลอตการบินเข้ามายังประเทศไทย แต่ไม่สามารถหาตารางบินที่เหมาะสมได้ วิกฤตครั้งนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสที่เราจะดึงสายการบินกลุ่มนี้เข้ามาให้บริการเสริมในช่วงที่ภาคท่องเที่ยวกำลังเผชิญปัญหาที่ตลาดนักท่องเที่ยวจีนหายไปทั้งหมด” นายนิตินัยกล่าวและว่า มาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยเหลือธุรกิจการบินในช่วงที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเที่ยวบินให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ททท.หั่นเป้านักท่องเที่ยว-รายได้

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ล่าสุด ททท.ปรับลดเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมจากเดิม 3.18 ล้านล้านบาท เหลือ 2.91 ล้านล้านบาท และลดเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากเดิม 40.8 ล้านคน เหลือ 36 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนราว 9.5% หรือสร้างรายได้ 1.78 ล้านล้านบาท ลดลง 7.7% จากเป้าหมายรายได้เดิมที่ 2.02 ล้านล้านบาท

“การปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลงไป 5 ล้านคน และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไปราว 3 แสนล้านบาทนั้น เป็นการประเมินจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าที่คาดว่าส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนออกไปอีกอย่างน้อย 5 เดือนนับจากนี้ ซึ่งทำให้ ททท.ต้องปรับเป้าหมายและกลวิธีการทำงานใหม่ เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวรวมของไทยลดลงน้อยที่สุด” 

เร่งปลุก “ไทยเที่ยวไทย”

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับตลาดไทยเที่ยวไทย ททท.ยังคงเป้าหมายเดิม 

คือ 172 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้รวม 1.13 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 4% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเร่งกระตุ้นตลาดไทยเที่ยวไทย 

เพื่อทำให้ภาคการท่องเที่ยวยังมีส่วนสำคัญในการพยุงรายได้รวมเอาไว้ 

หลังจากนี้ ททท.จะเดินหน้าเพิ่มความเชื่อมั่นฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวให้รวดเร็วที่สุด เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ 

พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในปรับปรุงการทำงานร่วมกัน โดยมีธีม “บอกรักเมืองไทย” 

เป็นธีมหลักของการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ 

“เชื่อว่าการเดินทางท่องเที่ยวของ

คนไทยจะไม่ชะลอตัวมากนัก โดยคาดว่า

นักท่องเที่ยวไทยจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิมไม่เกินช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ททท.วางแผนจัดงานดีเดย์

ท่องเที่ยวไทย ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ททท. เพื่อส่งเสริม

การเดินทางในภาพรวมของคนไทยให้มีความถี่มากขึ้น พร้อมทำโปรโมชั่น

ลดราคาแบบ flash sale นำเสนอสินค้าราคาพิเศษในเวลาที่จำกัด 

ในช่วง 3-6 เดือน

สำหรับมาตรการกระตุ้นภาคการ

ท่องเที่ยวระยะสั้น จะใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่ง ททท.ได้ขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในช่วง

ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือถึงรายละเอียดโครงการเพื่อจัดทำแผนก่อนเข้าหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อเบิกจ่ายต่อไป