เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
Economic กรมประมงปลดล็อกเครื่องมือกำจัด “ปลาหมอคางดำ” แบ่งชัด 3 กลุ่ม ใช้ได้-ผ่อนผัน-ห้ามเด็ดขาด
เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
Economic เกษตรฯ ยังไม่ฟันธงเข้า UPOV 1991 ย้ำถ้าเกษตรกรเสียสิทธิ “ไม่ทำแน่นอน”
ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
Automotive ยุโรป เปลี่ยนใช้รถขยะ EV โตแตะ 1 แสนล้านบาท
เจ้าพระยาขาขึ้น! ชป.เพิ่มระบาย 1,750 ลบ.ม./วินาที รับฝนเพิ่มถึง 27 ก.ย.
Economic เจ้าพระยาขาขึ้น! ชป.เพิ่มระบาย 1,750 ลบ.ม./วินาที รับฝนเพิ่มถึง 27 ก.ย.
ไทยโรดโชว์นิวยอร์ก ดึง Bank of America–PIMCO–Microsoft ชู AI-ดิจิทัล-พลังงานสะอาด
Economic ไทยโรดโชว์นิวยอร์ก ดึง Bank of America–PIMCO–Microsoft ชู AI-ดิจิทัล-พลังงานสะอาด
RCEP 15 ชาติเปิดทางรับสมาชิกใหม่ เตรียมอัปเกรดกติกาครั้งใหญ่ปี 70 รับการค้าดิจิทัล
Economic RCEP 15 ชาติเปิดทางรับสมาชิกใหม่ เตรียมอัปเกรดกติกาครั้งใหญ่ปี 70 รับการค้าดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณ 68,550 บาท
นำเข้าจีนพุ่ง 31.55% แตะ 2.21 ล้านล้าน ไทยชง “Early Warning” จับสัญญาณทุ่มตลาด
Economic นำเข้าจีนพุ่ง 31.55% แตะ 2.21 ล้านล้าน ไทยชง “Early Warning” จับสัญญาณทุ่มตลาด
นักวิชาการประเมินภาษีสหรัฐกดสินค้าไทย 31.5% ชี้เจรจาต้องล็อก “ภาษีรวม” ไม่เกิน 19%
Economic นักวิชาการประเมินภาษีสหรัฐกดสินค้าไทย 31.5% ชี้เจรจาต้องล็อก “ภาษีรวม” ไม่เกิน 19%
‘ข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์’ ข้อเสนอใหม่ได้มากกว่า 12 เดือน เริ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป
Politics ‘ข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์’ ข้อเสนอใหม่ได้มากกว่า 12 เดือน เริ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป
ดูทั้งหมด

“จุฬาฯ” ขานรับความยั่งยืน ยกเครื่องเรียนข้ามศาสตร์

11 ก.พ. 2563 | 11:53น.

แม้จะอยู่บนยอดพีระมิด ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากพายุดิสรัปชั่น (disruption) ในทันที สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยท็อปไฟฟ์ของประเทศก็ยังตั้งรับเตรียมตัวรับมือไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบเข้าอย่างจังเช่นกัน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์” อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงทิศทางและบทบาทของจุฬาฯในอนาคต ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจการศึกษา และหลากหลายปัจจัยเข้ามากระทบ พิสูจน์การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

คีย์เวิร์ดสำคัญของจุฬาฯในยุคนี้คือ การเป็น “จุฬาฯเพื่อสังคม” ที่ให้น้ำหนักไปที่การเป็นส่วนหนึ่งของการ “พัฒนาที่ยั่งยืน” จากคีย์เวิร์ดนี้ ศ.ดร.บัณฑิตอธิบายว่า ปัจจุบันบทบาทของจุฬาฯ นอกเหนือจากการช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังต้องการเป็นตัวอย่างให้สังคมในการทำเรื่องดี ๆ อีกทั้งในขณะนี้ทั่วโลกต่างตื่นรู้กับประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น

จากตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนจากการที่ภาคเอกชนและองค์กรใหญ่ ๆ ล้วนมุ่งมาในเรื่องนี้ เพราะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (sustainable development goals) ที่ใช้เป็นกรอบในการพัฒนารวม 17 ข้อขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ผ่านกิจกรรมหลายด้านของจุฬาฯ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย การสร้างนวัตกรรม ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนแบบเข้มข้น และเชื่อมโยงจุฬาฯ ให้ใกล้ชิดกับสังคมเพื่อยกระดับประเทศไปจนถึงการยกระดับจนถึงระดับนานาชาติที่ทำให้คนของจุฬาฯ ได้ดำเนินการและมีส่วนร่วม

“ศ.ดร.บัณฑิต” ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ใช่ภารกิจของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องมีส่วนร่วม การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจึงต้องเป็นตัวอย่างให้สังคม นำเรื่องการพัฒนายั่งยืนมาเป็น “องค์ประกอบ” ทุกอย่างในการทำงาน จะก่อเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาสังคมไทยอย่างไร

“ต้องไม่เป็นกิจกรรมที่ทำแล้วจบในวันเดียว แต่ทุกกิจกรรมที่จัดต้องพิจารณาว่า จัดขึ้นเพื่ออะไร สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างไร เดินหน้าโครงการที่มีอยู่ในมือ มั่นใจได้ว่าต่อจากนี้จะเห็นจุฬาฯ จะแก้ไข พัฒนา และสร้างผลกระทบเชิงบวกออกสู่สังคมต่อไปอย่างชัดเจนมากขึ้น ขยายไปสู่ภูมิภาคเอเชีย จนถึงระดับนานาชาติได้ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติจุฬาฯทำทุกเรื่องไม่ได้ แต่จะเน้นดำเนินการให้ครอบคลุมในเรื่องที่จุฬาฯมีความถนัด มีความพร้อมและสร้างผลกระทบสู่สังคมในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม”

การเดินหน้าเรื่องความยั่งยืนของจุฬาฯนั้น ศ.ดร.บัณฑิตระบุว่า จุฬาฯมองไปถึงเรื่องของสุขภาพ พลังงาน และสังคมเมือง และจุฬาฯยังให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคม เช่น เรื่องคุณภาพอากาศ และสมาร์ทซิตี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่จุฬาฯได้เน้นย้ำ เป็นตัวชี้บทบาทของจุฬาฯที่เป็น “มากกว่า” การเรียนการสอน แต่ต้องทำเรื่องผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นได้ อย่างเช่น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ฉะนั้นจุฬาฯที่เตรียมการหารือกับผู้เชี่ยวชาญว่าจะลงมืออย่างไรและเริ่มดำเนินการในช่วงใด

ได้เห็นทิศทางการดำเนินการด้านความยั่งยืนของจุฬาฯแล้วนั้น มาดูที่หน้าที่หลักคือ การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดนั้น “ศ.ดร.บัณฑิต” อธิบายว่าที่่ผ่านมาหลักสูตรการเรียนการสอนของจุฬาฯนั้น เน้นให้นักศึกษามีความรู้ทางวิชาการตามศาสตร์ต่าง ๆ แต่เมื่อสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ก็มีความรู้มากขึ้นหลายศาสตร์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาอย่างรายวิชาที่เตรียมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ เป็นเรื่อง “ข้ามศาสตร์” มากขึ้น ในขณะนี้ได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปสำหรับการเรียนข้ามศาสตร์ เช่น สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (School of Integrated Innovation, Chulalongkorn University)

อย่างเช่นคณะแพทยศาสตร์ เปิดให้มีความร่วมมือระหว่างคณะศิลปศาสตร์ในเรื่องของดนตรีบำบัด หรือวิศวกรรมศาสตร์ร่วมมือกับคณะเภสัชศาสตร์ เช่น เมื่อเรียนจบเภสัชก็จำเป็นจะต้องมีเรื่องของการบริหารจัดการหากต้องออกมาเป็นผู้ประกอบการ (startup) หรือผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง SMEs

“วันนี้ของจุฬาฯจึงได้ปูพื้นคนให้เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ และเมื่อเรียนแล้วจบไปก็ยังสามารถเรียนรู้ต่อได้ตลอดชีวิต หรือ life long learningเพื่อเสริมทักษะให้ก้าวทันโลก ก้าวทันเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะเภสัชศาสตร์ ได้ยกเครื่องใหม่ ปรับปรุงในรายวิชา ไม่ให้นักศึกษาเรียนเฉพาะในชั้นเรียนเท่านั้น ต้องได้เรียนรู้ภายนอกเสริมเข้าไปด้วย รวมถึงคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีโครงการแชมป์ที่นำนักศึกษาไปศึกษาการทำงานในการบริหารจัดการของจริง และยังสร้างเครือข่ายการเรียนผ่านระบบออนไลน์ที่มีผู้เรียนเฉพาะในไทยกว่า 300,000 คนอีกทั้งยังมีอัตราการเรียนจบที่สูงมากอีกด้วย”

เมื่อถามถึงผลกระทบจาก disruptionนั้น ศ.ดร.บัณฑิตระบุว่า จุฬาฯเปรียบเสมือนอยู่บนยอดพีระมิด แม้ว่าจะมีปัจจัยหรือตัวแปรที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ต้องมีการ “เตรียมตัว” ที่ดี อีกทั้งเหล่าคณาจารย์และนักศึกษาต่างต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และต้องให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะเรื่องนี้จุฬาฯจะให้ความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่น การจัด smart classroom & interactiveclassroom คือ ห้องเรียนในรูปแบบที่มีความทันสมัย เครื่องมือในการเรียนการสอนยังสามารถใช้เชื่อมโยงข้อมูลที่สำคัญในต่างประเทศได้อีกด้วย ส่งผลให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในเชิงกว้างได้มากขึ้น

ในช่วงท้าย ดร.บัณฑิตระบุว่า “disruption ก็เหมือนกับพายุ ถ้าเราไม่เตรียมตัว ในวันที่ disruption มาถึงบ้านเราก็จะต้องพังทลาย เสียหายได้ แต่หากคาดการณ์ล่วงหน้าได้นั้น นั่นหมายถึงว่าจะมีเวลาเตรียมตัว และเมื่อพายุมาถึงก็จะเกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย เมื่อพายุผ่านพ้นไปแล้วจุฬาฯก็จะเติบโตและแข็งแรงมากขึ้น และทำหน้าที่ผลิตบุคลากรที่ประเทศต้องการต่อไป