เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่า สหรัฐจะระงับการเดินทางจากยุโรปเข้าสู่ประเทศเป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์นี้
ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงว่า การระงับการเดินทางดังกล่าวเป็นมาตรการที่จำเป็น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในยุโรปทำให้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 22,000 ราย
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ ระบุว่า ประกาศห้ามเดินทางดังกล่าวจะไม่รวมถึงพลเมืองสหรัฐ และผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอังกฤษ พร้อมแนะนำให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น
เขาขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่น และคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้จะจบลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าองค์การอนามัยโลกจะประกาศยกระดับการแพร่ระบาดเป็น “การแพร่ระบาดครั้งใหญ่” ก่อนหน้าการแถลงครั้งนี้
“นี่ไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจ มันเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว ณ ตอนนี้ ที่ประเทศและโลกของเราจะก้าวผ่านไปได้” นายทรัมป์กล่าว
ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ มีจำนวนสะสม อยู่ที่ 1,276 ราย ในกว่า 30 รัฐทั่วประเทศ ขณะที่สถานการณ์ในยุโรปยังคงน่าเป็นห่วง โดยเมื่อวานนี้ อิตาลีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไว้รัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น 2,300 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศแล้วมากกว่า 12,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 827 ราย นับเป็นจำนวนสูงสุดในโลกรองจากประเทศจีน