ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลัง SET Index เกิด Circuit Breaker
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/3) ที่ระดับ 31.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (11/3) ที่ระดับ 31.43/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังจากกระทรวงสถิติแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) สหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า และดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) สหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ออกมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากยังคงได้รับแรงกดดันด้านลบจากความเป็นไปได้ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งราคาในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสหรัฐนั้นสะท้อนถึงความมั่นใจของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะทำการลดอัตราดอกเบี้ยจนถึงร้อยละ 0 ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 ในส่วนของสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID 19 นั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศนโยบายเพื่อสู้กับผลกระทบของ COVID-19 โดยห้ามนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากประเทศในทวีปยุโรปจำนวน 26 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐ 1 เดือนต่อจากนี้ พร้อมทั้งประกาศว่าจะช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดที่ชัดเจนของมาตรการด้านการแพทย์ ซึ่งนักลงทุนคาดหวังนโยบายที่ชัดเจนมากกว่านั้น
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (12/3) ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเดือนกุมภาพันธ์ออกมาที่ 64.8 ลดลงจากของเดือนมกราคมที่ 67.3 นอกจากนั้น ในช่วงบ่าย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 10 จนเกิด Circuit Breaker คือระบบปิดการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที และปิดที่ 1,114.91 ลดลง 134.98 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 10.8 จากระดับเปิดตลาดช่วงเช้าที่ 1,249.89 เป็นผลให้ค่าเงินบาทวิ่งอ่อนค่าในช่วงบ่าย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.50-31.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/3) ที่ระดับ 1.1307/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (11/3) ที่ระดับ 1.1306/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากนักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรปคืนวันนี้ (12/3) ว่า ธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันของธนาคารกลางอยู่ที่ร้อยละ -0.50 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดที่เคยมีมา ทั้งนี้นักลงทุนบางส่วนกังวลว่า ถ้าลดอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลลบต่อสถาบันการเงิน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1260-1.1308 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1263/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (12/3) ที่ระดับ 103.81/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (11/3) ที่ระดับ 104.98/105.01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น โดยคืนวานนี้ (11/3) องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเพิ่มความรุนแรงของ COVID-19 จากโรคระบาด (Epidemic) เป็นโรคระบาดใหญ่ของโลก (Pandemic) ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด (12/3) COVID-19 ระบาดไปแล้วกว่า 118 ประเทศทั่วโลก มีจำนวนผู้ติดเชื้อกว่า 121,000 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 4,300 คน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.68-1.3.84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.69/71 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ (12/3), การกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (12/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี เดือนกุมภาพันธ์ (13/3), ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐ ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (13/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.20/+0.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ -2.75/+0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ