เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด”  ไม่ใช่ถอนตัวทันที
Economic เอเชีย เอรา วัน แจง “หนังสือขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด” ไม่ใช่ถอนตัวทันที
อนุทิน ยันโครงการของบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ ไร้ล็อกสเปก โวเชี่ยวชาญอ่านทีเดียวเข้าใจหมด
Politics อนุทิน ยันโครงการของบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ ไร้ล็อกสเปก โวเชี่ยวชาญอ่านทีเดียวเข้าใจหมด
นายกฯ ลั่น เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้ ชี้ ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องเดินไป
Politics นายกฯ ลั่น เอกชนยกเลิกสัญญาเองไม่ได้ ชี้ ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ ต้องเดินไป
‘RS Music X’ การกลับมาของอาร์เอส กับเกมธุรกิจเพลงยุค AI
Business ‘RS Music X’ การกลับมาของอาร์เอส กับเกมธุรกิจเพลงยุค AI
อสังหาฯจุก รีเจ็กต์เรตพุ่งไม่หยุด 44.9% ลามบ้าน 7 ล้าน จี้รัฐปลดล็อกค้ำสินเชื่อ
Real Estate อสังหาฯจุก รีเจ็กต์เรตพุ่งไม่หยุด 44.9% ลามบ้าน 7 ล้าน จี้รัฐปลดล็อกค้ำสินเชื่อ
‘ชัชชาติ’ จัดทัพบริหาร กทม. แบ่งงาน 4 รองผู้ว่า เพิ่มความคล่องตัว เร่งแก้ปัญหาเมือง
Politics ‘ชัชชาติ’ จัดทัพบริหาร กทม. แบ่งงาน 4 รองผู้ว่า เพิ่มความคล่องตัว เร่งแก้ปัญหาเมือง
นายกฯ ยันไม่เกิน 30 วัน ส่งกุ้งไทยไปมาเลเซียได้ตามเดิม
Politics นายกฯ ยันไม่เกิน 30 วัน ส่งกุ้งไทยไปมาเลเซียได้ตามเดิม
สรรพสามิตชงคลังเก็บภาษีบุหรี่ระบบอัตราเดียว หลังเก็บรายได้ลดลง 2 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิตชงคลังเก็บภาษีบุหรี่ระบบอัตราเดียว หลังเก็บรายได้ลดลง 2 หมื่นล้าน
กยศ. เร่งให้ผู้ขอกู้ยืมเงินระดับอุดมศึกษารายใหม่ยื่นความประสงค์ เพื่อรักษาสิทธิปีการศึกษา 2569
Finance กยศ. เร่งให้ผู้ขอกู้ยืมเงินระดับอุดมศึกษารายใหม่ยื่นความประสงค์ เพื่อรักษาสิทธิปีการศึกษา 2569
เอกชนเฮ หลัง กบง. ลดราคาน้ำมันทำต้นทุนลด
Economic เอกชนเฮ หลัง กบง. ลดราคาน้ำมันทำต้นทุนลด
ดูทั้งหมด

“โควิด-19” กับ 5 เหตุการณ์ทางการเงิน “ที่สุด” เป็นประวัติการณ์

01 เม.ย. 2563 | 10:44น.

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นำเสนอ​บทวิจัย​ เรื่อง​ “COVID-19…กับ 5 เหตุการณ์ “ที่สุด” เป็นประวัติการณ์” ดังนี้

ผ่านมาแล้วกว่า 3 เดือนที่ COVID-19 ได้แพร่ระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อจนถึงปัจจุบันแล้วกว่า 8 แสนคน และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 4 หมื่นราย สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิด 5 เหตุการณ์สำคัญที่สั่นคลอนเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยจะขออธิบายแต่ละเหตุการณ์ผ่านคำว่า “C-O-V-I-D” ดังนี้

• Circuit Breaker (CB) – มาตรการระงับการซื้อขายชั่วคราวถูกนำมาใช้มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกวิกฤตในอดีต ตั้งแต่ต้นปีที่ COVID-19 เริ่มระบาด ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงรุนแรงกว่า 30% ส่งผลให้ตลาดหุ้นหลายประเทศต้องงัดมาตรการ CB มาใช้มากเป็นประวัติการณ์ อาทิ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ต้องใช้ CB ถึง 4 ครั้งในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มากกว่าช่วงวิกฤต Hamburger ที่ใช้เพียง 2 ครั้ง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่มีการใช้ CB ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่ตกต่ำลงอย่างรุนแรง

• Oil Price – ราคาน้ำมันดิ่งลงแรงที่สุด นับตั้งแต่ต้นปีราคาน้ำมันดิบปรับลงกว่า 60% มากที่สุดและเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากปัจจัยบั่นทอนทั้งทางด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยอุปสงค์น้ำมันถูกกดดันจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่หดตัวจาก COVID-19 อีกทั้งยังถูกซ้ำเติมจากอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลังมีการทำสงครามราคาระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัสเซีย ซึ่งถือเป็นสงครามราคาครั้งใหญ่อีกครั้งในอุตสาหกรรมน้ำมันโลก จนมีการคาดการณ์อย่างสุดโต่งว่าราคาน้ำมันอาจลดลงแตะระดับ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตราคาน้ำมันรอบนี้อาจรุนแรงกว่าทุกครั้ง และย่อมส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

• Volatility – ความผันผวนรุนแรงที่สุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ดัชนีความผันผวน (VIX Index) ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นดัชนีที่นิยมใช้เป็นตัวแทนความกลัวของนักลงทุน ได้พุ่งขึ้นไปแตะ 82.69 จุด สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดทำดัชนีครั้งแรกในปี 2473 สูงกว่าช่วงวิกฤต Hamburger ซึ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 80.86 จุด ขณะเดียวกันดัชนี Dollar Index ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยก็พุ่งสูงขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปีภายในสองวัน (17-19 มีนาคม 2563) หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ทุกประเภททั้งหุ้น พันธบัตรและทองคำ เพื่อหันมาถือเงินสด สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความกลัวและความผันผวนในตลาดการเงินที่รุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤตหลายครั้งที่ผ่านมา

• Interest Rate – อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่หดตัวอย่างรุนแรงจาก COVID-19 ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศต่างงัดนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาใช้กันอย่างถ้วนหน้า ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมถึงไทย ขณะที่หลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรปก็มีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing : QE) มูลค่ามหาศาลกว่าช่วงวิกฤต Hamburger สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการใช้ยาแรงผ่านการอัดสภาพคล่องครั้งใหญ่ที่สุด ซึ่งต้องจับตามองว่าวิธีการข้างต้นจะได้ผลเหมือนวิกฤตหลายครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ และจะทิ้งปัญหาไว้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในประเทศที่มีปัญหาด้านการเงินและมีหนี้ในระดับสูงอยู่แล้ว

• Double Shock – ภาวะชะงักงันด้านอุปสงค์และอุปทานที่เกิดขึ้นพร้อมกัน วิกฤตเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤต Hamburger มักมีต้นตอมาจากปัญหาในภาคการเงินที่ลุกลามจนกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านอุปสงค์เป็นหลัก (Demand Shock) แต่การระบาดของ COVID-19 ในรอบนี้ไม่เพียงกระทบด้านอุปสงค์จากเศรษฐกิจที่ชะลอลง แต่ยังส่งผลกระทบถึงด้านอุปทาน (Supply Shock) อย่างรุนแรงจากการที่ภาคธุรกิจ ร้านค้า และโรงงานอุตสาหกรรมต้องหยุดดำเนินการเป็นวงกว้าง และอาจนำมาซึ่งการปิดกิจการในท้ายที่สุด ทำให้การเกิด Double Shock ข้างต้นอาจส่งผลให้เกิด Domino Effect เป็นวงกว้าง และแก้ไขได้ยากกว่าวิกฤตหลายครั้งที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ข้างต้น คงพอจะเห็นได้ว่าเรากำลังอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงและยืดเยื้อกว่าทุกครั้ง ท่ามกลางภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวน ดังนั้น ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ส่งออกจำเป็นต้องตั้งสติและเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย การบริหารสภาพคล่องให้เพียงพอ รวมถึงการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรอโอกาสที่จะกลับมาหลังวิกฤตผ่านพ้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EXIM BANK โควิด-19