เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
Business ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
Business ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
Economic เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

เงิน​บาท​แข็งค่า​ขึ้น​ที่​ 32.71 บาท/ดอลลาร์​ หลังเฟดอัดมาตรการ​ดูแลเศรษฐกิจ​สหรัฐเพิ่ม

10 เม.ย. 2563 | 08:29น.

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดการเงินและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เปิดเผย​ว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้​ (10​ เม.ย.)​ ที่ระดับ 32.71 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ​ แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ ส่วน​กรอบเงินบาทวันนี้อยู่​ระหว่าง​ 32.60-32.80 บาทต่อดอลลาร์

โดยในคืนที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐปรับตัวบวกขึ้นต่อ 1.4% หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ขยายอาณาเขตการทำนโยบายการเงินเพิ่มเติมให้ครอบคลุมเกือบทุกบริษัทและแทบทุกระดับของตราสารหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโคโรน่าไวรัส ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1974

โดยเนื้อหาหลักของ นโยบายการเงินรอบนี้ประกอบไปด้วย​ 5​ เรื่อง อย่างแรกคือ Primary and Secondary Market Corporate Credit Facilities (PMCCF และ SMCCF) ในมูลค่าวงเงินราว 7.5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเปิดวงเงินซื้อตราสารหนี้ทั้งในตลาดแรกและตลาดรองรวมไปจนถึง ETF ตราสารหนี้ โดยเรตติ้งที่ซื้อได้ถูกปรับลดลงมาที่ระดับ BB-/Ba3

อย่างที่สองคือ Municipal Lending Facility ในมูลค่าวงเงินราว 5 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะเป็นการปล่อยกู้ตรงให้กับหน่วยงานรัฐทั่วทั้งสหรัฐที่ดอกเบี้ยต่ำมีอายุราว 24 เดือน

นอกจากนี้ก็มี Term Asset-Backed Securities Loan Facility (TALF)ในมูลค่าวงเงินราว 5 แสนล้านดอลลาร์ ที่มีการเพิ่มสินทรัพย์ให้ครอบคลุมไปถึง สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ออกโดยภาคเอกชน

วงเงินที่สี่คือ Main Street Lending Program ในมูลค่าวงเงินราว 6 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะเป็นการปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่มีพนักงานไม่เกิน 10,000 ตำแหน่งและ มีรายได้ไม่เกิน 2.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ที่ดอกเบี้ย SOFR +200-400bps มีอายุได้ถึง 4ปี

และ Paycheck Protection Program Liquidity Facility ไม่จำกัดวงเงิน

โดยในฝั่งตลาดเงิน นโยบายทั้งหมด กดดันให้อัตรา​ผลตอบแทน​ (ยีลด์)​ ของกลุ่ม High Yield และพันธบัตรรัฐบาลในประเทศฝั่งลาตินอเมริกาปรับตัวลง 30-60bps เนื่องจากเป็นตราสารที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกับตราสารที่เฟดซื้อเพิ่ม

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าลงราว 0.7% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลกในช่วงค่ำ อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าวันนี้กลับมีราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง หลังจากที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันไม่สามารถหาข้อตกลงระยะสั้นกันได้จนต้องประชุมต่อในวันนี้ หนุนให้ดอลลาร์ฟื้นตัวกลับขึ้นมา

“ในฝั่งของเงินบาทและสกุลเงินเอเชีย ในระยะถัดไปเชื่อว่าจะจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯเช่นกัน แต่ในระยะสั้น ต้องจับตาดูในวันนี้ก่อนว่าจะมีเงินทุนไหลเข้ามาฟังเอเชียมากขนาดไหนถ้าราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับต่ำ” ด​ร.จิ​ติ​พล​กล่าว​