เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
Finance CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
Politics นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
Finance ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
Economic ‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
Tech เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
ดูทั้งหมด

๑๐๐ ปี ธงช้าง สู่ ธงไตรรงค์

26 ก.ย. 2560 | 22:29น.

“เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย” พลันสิ้นเสียงเพลงชาติไทยท่ามกลาง “ธงไตรรงค์” 5 แถบบนยอดเสา สีแดง หมายถึง ชาติ สีขาว ศาสนา และสีน้ำเงิน คือ พระมหากษัตริย์ ที่โบกสะบัดมาจนครบ 100 ปีในวันที่ 28 กันยายนที่จะถึงนี้

ย้อนหลังกลับไปในสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงให้ตราพระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช 2460 กำหนดลักษณะธงชาติสยามใหม่เป็น “ธงรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วนยาว 3 ส่วน มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ใน 3 ของความกว้างของธงอยู่กลาง แถบสีขาวกว้าง

1 ใน 6 ของความกว้างของธงข้างละแถบ แล้วมีแถบแดงกว้างเท่ากับแถบขาวประกอบข้างนอกอีกข้างละแถบและพระราชทานนามว่า ธงไตรรงค์”

โดยกำหนดให้ใช้แทน “ธงช้างเผือกกลางธงพื้นแดง” ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (การค้นพบของพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ปรากฏหลักฐานในหนังสือผังธงโลก MUSGRAVESROYAL NAVAL AND MERCHANT FLAGS OF ALL NATIONS AND CODES OF SIGNALS จากที่เคยเชื่อกันว่า ธงช้างเผือกกลางพื้นแดงเริ่มใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4)

จากที่ก่อนหน้านั้นประเทศสยามได้ใช้ธงพื้นแดงตลอดทั้งผืนอย่างน้อยมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏในพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่อ้างอิงมาจากจดหมายเหตุฝรั่งเศสที่ว่า เรือฝรั่งเศส (โลเวอตูร์) เดินทางมาถึงสันดอนปากอ่าวสยาม และมีธรรมเนียม 2 ฝ่ายยิงสลุตรับ

โดยเรือฝรั่งเศสชักธงฝรั่งเศส แต่ป้อมบางกอกไม่รู้ธรรมเนียม ประกอบกับฝ่ายสยามไม่มีธงชาติมาก่อน จึงคว้าเอาธงชาติฮอลันดา (ศัตรูฝรั่งเศสในขณะนั้น) ชักขึ้นสู่ยอดเสา เรือฝรั่งเศสตกใจชักธงลงและไม่ยอมยิงสลุตจนกว่าฝ่ายสยามจะเปลี่ยนธง สุดท้ายทหารประจำป้อมบางกอกจึงใช้ผ้าสีแดงชักขึ้นสู่ยอดเสา กลายมาเป็นเกร็ดเริ่มแรกของธงชาติสยามที่เล่าต่อ ๆ กันมา

จนกระทั่งมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก สยามก็ยังคงใช้ “ธงพื้นแดง” ชักขึ้นทั้งในเรือราษฎร์และเรือหลวง และเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง รัชกาลที่ 1 จึงมีพระบรมราชโองการให้นำรูป “จักรสีขาว” ติดไว้กลางธงพื้นแดง อันเนื่องจากจักรเป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรี จึงถูกกำหนดให้ชักธงพื้นแดงมีรูปจักรสีขาวตรงกลางในเรือหลวง ขณะที่เรือราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงพื้นแดงเหมือนเดิม

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ช้างเผือกมาสู่พระบารมีมากถึง 3 เชือก จึงโปรดให้นำรูปช้างเผือกมาไว้กลางวงจักร และใช้ต่อมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สยามถูกบังคับให้เปิดประเทศ มีการค้าขายอย่างเสรีภายใต้สนธิสัญญาบาวริ่ง (Bowring Treaty) ในปี 2398 ธงพื้นแดงที่ใช้ประจำเรือสยามในการค้าขายกับต่างประเทศจึงถูกร้องว่า ยากแก่การสังเกตเห็น และซ้ำหรือคล้ายกับธงประเทศอื่น

ดังนั้น ร.4 จึงโปรดให้เอารูปจักรออก คงเหลือไว้แต่เพียงช้างเผือกยืนอยู่ตรงกลางพื้นธงแดงแทน ในขณะที่หลักฐานใหม่ปรากฏว่า มีธงช้างเผือกถูกใช้มาตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ควบคู่มากับธงพื้นแดงรูปจักรและช้างเผือกตรงกลางด้วย

จนล่วงเข้ามาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สยามเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ขอบเขตของประเทศสยามปรากฏชัดเจนขึ้นจากการทำแผนที่ พร้อม ๆ กับดำเนินการปฏิรูปการปกครองรวมไปถึงธงด้วย โดยมีการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยธงออกมาหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่าง

ธงสยาม ร.ศ. 110 พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 116 และพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 118 ระบุธงชาติสยามจะต้องมีลักษณะเป็นธงพื้นแดง ตรงกลางเป็นรูปช้างเผือกหันหน้าเข้าเสาทั้งสิ้น จากที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างประเทศในช่วงนั้น ฝรั่งวาดรูปธงสยามมีทั้งช้างเผือกหันหน้าเข้าเสาและหันหลังเข้าเสาก็มี

อย่างไรก็ตาม ธงช้างเผือกกลางพื้นแดง ได้ถูกใช้ล่วงมาจนถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังจากที่สยามเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งขณะนั้นสยามยังคงใช้ธงช้างเผือกอยู่ ประกอบกับมี “เกร็ด” เล่าความโดยจมื่นอมรดนุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ว่า ในคราวเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานี ราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ

รีบร้อนติดธงช้างกลับหัวกลายเป็นช้างเผือกนอนหงายเอาขาชี้ฟ้า สร้างความสะเทือนใจกับรัชกาลที่ 6 มาก

หลังเสด็จกลับจากเมืองอุทัยธานีทำให้ ร.6 มีพระราชดำริจะเปลี่ยนแปลงธงชาติสยามขึ้นเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นจากการสะเพร่าติดธงช้างกลับหัว และแก้ปัญหาความยากลำบากที่ราษฎรจะต้องเที่ยวหา

ธงผ้าแดงที่พิมพ์รูปช้างนำเข้าจากต่างประเทศ จึงมีการคิดประดิษฐ์ธงชาติขึ้นมาใหม่ แรกเริ่มใช้ “ธงแดงขาว 5 ริ้ว” ชักขึ้นเป็นการทดลองที่สนามเสือป่าอยู่หลายวัน จนปรากฏความเห็นของฝรั่งที่ใช้นามแฝงว่า

“อะแคว์ริส” ใน น.ส.พ.กรุงเทพเดลิเมล์ฉบับภาษาอังกฤษวันที่ 15 สิงหาคม 2460 ทำนอง ธงแดงขาว 5 ริ้ว

ยังไม่สง่างามเพียงพอ สมควรเพิ่มริ้วตรงกลางเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีโปรดของพระมหากษัตริย์เข้ามาด้วย

ปรากฏความเห็นของ “อะแคว์ริส” เป็นที่พอพระทัยของรัชกาลที่ 6 ประกอบกับสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้รับสั่งว่า ถ้าจะเปลี่ยนแบบธงชาติก็จะได้เป็นเครื่องระลึกถึงและเป็นเกียรติยศการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ของทหารสยามด้วย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติธงฉบับใหม่ขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2460 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา “ธงไตรรงค์” ก็ได้ถูกชักขึ้นสู่ยอดเสาจนครบ 100 ปีในปัจจุบัน