รายงานข่าวแจ้งว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีหมายเลขดำที่ 1469/2560 กรณีสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน ยื่นฟ้อง กรมศุลกากร กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีประธานคณะกรรมการตรวจปล่อยรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้า ได้มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ กค 0521(ส)/ร 2640 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินราคารถยนต์นั่งสำเร็จรูปนำเข้า ยี่ห้อ Ferrari Maserati Lamborghini และ Porsche โดยผู้ฟ้องคดีทั้งแปดเห็นว่าการออกหลักเกณฑ์ตามหนังสือดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมายส่งผลให้มีการจัดเก็บภาษีและอากรในการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีทั้งแปดได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
กรณีนี้เมื่อศาลพิจารณาคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดีโดยตลอดแล้วเห็นว่าความเดือดร้อนหรือความเสียหายที่ผู้ฟ้องคดีได้รับเป็นผลมาจากากรที่เจ้าหน้าที่ของกรมศุลากรไม่ยอมรับราคารถยนต์ที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 สำแดงเพื่อเสียภาษี โดยเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องเห็นว่า ราคารถยนต์ที่ผู้ฟ้องคดีสำแดงมีราคาต่ำกว่าข้อมูลในเว็บไซต์ตามที่ปรากฏในบันทึกข้อความ ลับมาก ด่วนที่สุด ที่ กค 0521(ส)/ร 2640 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 เรื่องการประเมินราคารถยนต์ 4 ยี่ห้อ ซึ่งบันทึกข้อความดังกล่าวมิใช่กฎที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 หากแต่เป็นเพียงแนวปฏิบัติในการพิจารณาราคารถยนต์นำเข้าที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 สำแดง
กรณีนี้จึงเป็นการพิจารณาภายในของหน่วยงานทางปกครองก่อนที่จะมีคำสั่งทางปกครองที่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 หากจะมีผลทางกฎหมายก็คงมีผลเฉพาะในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกฟ้องคดีกับเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีเท่านั้น โดยมีผลบังคับให้เจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรพิจารณาราคารถยนต์นำเข้าที่ผู้นำเข้าสำแดงตามบันทึกข้อความดังกล่าวที่ได้แจ้งเวียนให้ทราบแล้ว เฉพาะแต่คำสั่งของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่รับชำระภาษีหรือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 ชำระภาษีเพิ่มขึ้นเท่านั้นที่จะถือเป็นคำสั่งที่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับหรือมีผลกรทะบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีและเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีทั้ง 8 ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ย่อมเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับภาษีอากรอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร และไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาคดีของศาลปกครอง