ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวที่ 32.09 บ./ดอลลาร์ หลังปธ.เฟดปัดใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ
ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวที่ 32.09 บ./ดอลลาร์ หลังประธานเฟดปัดใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ “SCBS” มองแนวโน้ม Q2 แข็งค่าแตะ 31.9 บาท
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (14 พ.ค.) ที่ระดับ 32.09 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้อยู่ระหว่าง 31.95-32.15 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินปรับตัวลงเนื่อง ดัชนีหุ้น S&P 500 ของสหรัฐ ย่อตัวลง 1.75% ขณะที่ดัชนี Euro Stoxx 50 ของยุโรปติดลบ 2.55% บนความกังวลกับเศรษฐกิจทั่วโลกที่จะชะลอตัวยาวนานและอาจไม่มีนโยบายการเงินใหม่เข้ามาสนับสนุน

ล่าสุด นายเจอโรม พาเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ก็ออกมาให้ความเห็นว่าไม่มีความคิดที่จะใช้นโยบายการเงินสุดโต่งอย่าง “ดอกเบี้ยติดลบ” ตามที่ประธานาธิบดีสหรัฐกดดัน แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้กระทบดอลลาร์มากนัก เพราะแม้จะหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าและราคาทองคำปรับตัวขึ้น แต่ก็มีเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และดอลลาร์แคนาดา (CAD) ที่อ่อนค่าสวนจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะมีการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ส่วนอนาคตของราคาน้ำมันก็ยังไม่กลับมา
ฟากของเงินบาท ประเด็นหลักที่หนุนการแข็งค่าในรอบนี้ มีทั้งจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนในตราสารหนี้ไทย และผู้ส่งออกที่เทขายบนความกังวลว่าเงินบาทจะกลับไปแข็งค่าเร็ว
“อย่างไรก็ดี เรามองว่าความเสี่ยงการกลับไปใช้นโยบาย lockdown เศรษฐกิจของทั่วโลกมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงมาก จึงปรับมุมมองค่าเงินบาทให้แข็งค่ากลับขึ้นด้วย โดยมองว่าเงินบาทจะแข็งค่าลงไปที่ระดับ 31.9 บาทต่อดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 2 และ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สิ้นปี 2563 โดยความเสี่ยงที่สามารถทำให้เงินบาทอ่อนค่าได้ในช่วงที่เหลือของปีจะมาจากความกังวลกับสงครามการค้าครั้งใหม่ที่จะร้อนแรงขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิปดีสหรัฐ” ดร.จิติพลกล่าว