เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“กระทรวงแรงงาน”ตั้งโต๊ะแจงห้ามนายจ้างปิดงาน-ลูกจ้างชุมนุม

15 พ.ค. 2563 | 13:13น.

“ก.แรงงาน”ตั้งโต๊ะแจงห้ามนายจ้างปิดงาน-ลูกจ้างชุมนุม สกัดข้อพิพาท-ลดตกงานซ้ำเติมเศรษฐกิจ

ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงแรงงาน ในราชกิจจานุเบกษา “เรื่อง ให้ข้อพิพาทที่ตกลงกันไม่ได้เข้าสู่การชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงาน และห้ามนายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน” เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 63 นั้น ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงผู้ประกอบการและกลุ่มแรงงานในวงกว้างว่าประกาศดังกล่าวนั้นมีการเชื่อมโยงกับการเยียวยาผู้ประกันตน ในระบบประกันสังคมหรือไม่นั้น

“อภิญญา สุจริตตานันท์” อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประกาศดังกล่าวอยู่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ เพื่อ 1) ให้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างที่ต้องการเปลี่ยนสภาพการจ้างในท้องที่ประกาศจะต้องเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนแรงงานสัมพันธ์

2) ประกาศดังกล่าวถือว่าต้องดำเนินการเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล เพราะในกรณีที่หากมีการเจรจาระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้างไม่สามารถตกลงกันได้ และเกิดการชุมนุมเรียกร้องของลูกจ้างจะทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ได้

3) ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 62 ยิ่งเมื่อมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 นั้น คาดว่า การปล่อยให้มีการเจรจาระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง ยิ่งมี “โอกาสน้อย” ที่การเจรจาจะประสบความสำเร็จ 4) ไม่ต้องการให้เกิดข้อพิพาทระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างเพราะตั้งแต่ช่วงกลางปี 62 จนถึงปัจจุบันมีข้อพิพาทรวมกว่า 80 ข้อพิพาทแล้ว ซึ่งก็คาดการณ์ว่า หากสถานการณ์โควิด-19 ลากยาวไปอีก อาจจะมีข้อพิพาทเกิดขึ้นตามมาอีกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการเลิกจ้างอย่าง “ไม่เป็นธรรม” เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว นั่นหมายถึงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ประกอบการอาจจะต้องปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานตามมาอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

“กรณีทีนายจ้างและลูกจ้างที่มีข้อพิพาทในการเปลี่ยนสภาพการจ้าง จะต้องหารือเจรจาต่อรอง หากไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะต้องมีการเจรจาเพื่อชี้ขาด โดยจะมีคณะกรรมการไตรภาคีเข้ามาเป็นตัวกลางเพื่อให้มีการพิจารณาข้อพิพาทให้ไดข้อสรุปต่อไป”

ส่วนในกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า การออกประกาศดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับการเยียวยาผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 พระราชบัญญัติประกันสังคม ที่ผู้ประกันตนจะได้รับการเยียวยาในช่วงตกงานที่ 62% ของค่าจ้างรายวัน แต่ไมเกิน 90 วัน หรือไม่นั้น โดยอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อธิบายว่า ทั้ง 2 ประเด็น “ไม่เกี่ยวข้องกัน” ที่สำคัญคืออยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับกัน คือ พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

“นำมาเชื่อมโยงไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน กฎหมายนี้ประกาศออกมาเพื่อใช้เฉพาะเรื่องเพื่อแก้ปัญหาระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเท่านั้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทันทีที่รัฐบาลประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศดังกล่าวก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยายเช่นกัน” อธิบดีกรมสวัสดิการ กล่าว

รายงานเพิ่มเติมจากกรมสวัสดิการฯ ได้อธิบายคำว่าปิดงานและข้อพิพาทแรงงาน ตามกฎหมายนี้ว่า “ปิดงาน” คือ การที่นายจ้างปฎิเสธไม่ยอมรับให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน ส่วนคำว่า “ข้อพิพาทแรงงาน” คือ ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน เลิกจ้าง